
เอดส์...หยุดได้...ต้องอด
เอดส์...หยุดได้...ต้องอด
ต้องยอมรับว่า โรคติดต่อที่คนรู้จักความน่ากลัวของมันเป็นอย่างดี ก็คือ "โรคเอดส์" และรู้กันดีว่า "โรคเอดส์" เป็นโรคร้ายแรงที่ยังไม่มีตัวยาใดมารักษาให้หายขาดได้ อีกทั้งยังพบผู้ติดเชื้อเอดส์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นจึงทำให้องค์การอนามัยโลก (ฮู) กำหนดเอาวันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็น วันเอดส์โลก เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงอันตรายจาก โรคเอดส์ นั่นเอง
โรคเอดส์ หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชื่อ ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเซียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus :HIV) หรือเรียกย่อๆ ว่า เชื้อเอชไอวี โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก โรคต่างๆ (หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า โรคฉวยโอกาส) จึงเข้ามาซ้ำเติมได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด
เชื้อไวรัสเอดส์มีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักดั้งเดิมคือ เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกากลาง, เอชไอวี-2 (HIV-2) พบแพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนี้ยังพบสายพันธุ์อื่นๆ ที่กลายพันธุ์มาอีกมากมาย
ในปัจจุบันทั่วโลกพบสายพันธุ์เชื้อเอชไอวีมากกว่า 10 สายพันธุ์ กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก พบมากที่สุดที่ทวีปแอฟริกามีมากกว่า 10 สายพันธุ์ เนื่องจากเป็นแหล่งแรกที่พบเชื้อเอชไอวี และกระจายอยู่เป็นเวลานานกว่า 70 ปี สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในโลก คือ สายพันธุ์ซี มากถึง 40% พบในทวีปแอฟริกา อินเดีย จีน รวมทั้งพม่า ในประเทศไทยพบเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์เอ-อี (A/E) หรืออี (E) พบมากกว่า 95% แพร่ระบาดระหว่างคนที่มีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง กับสายพันธุ์บี (B) ที่แพร่ระบาดกันในกลุ่มรักร่วมเพศ และผ่านการใช้ยาเสพติดฉีดเข้าเส้น
ขณะที่สายพันธุ์ซีเดี่ยวๆ ยังไม่พบในประเทศไทย พบเพียงแต่สายพันธุ์อี-ซี ที่เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อีในประเทศไทย และสายพันธุ์ซีจากทวีปแอฟริกา และล่าสุดยังพบหญิงไทยติดเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ที่ไม่เคยตรวจพบมาก่อนในโลก คือ เชื้อเอชไอวีผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ คือ เอ จี และดี เรียกว่า เอจี-ดี (AG/D) และยังพบเชื้อเอชไอวีผสม 3 สายพันธุ์ ได้แก่ เอ อี และจี เรียกว่า เออี-จี (AE/G)
การดำเนินการเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ยาก ยังมีวัยรุ่นจำนวนมากที่ยังมีพฤติกรรมในการใช้บริการจากหญิงบริการทางเพศ และลักษณะของสถานบริการทางเพศก็มีการเปลี่ยนแปลงจากสถานบริการแบบซ่องไปเป็นชนิดแอบแฝงมากขึ้น ที่เรียกว่า “เพศพาณิชย์” เช่น ร้านคาราโอเกะ ร้านนวดแผนไทย ร้านเหล้าปั่น ร้านน้ำชา ชานม ยามค่ำคืนซึ่งเป็นแหล่งนัดพบเยาวชนหนุ่มสาวและผู้สูงวัยที่หวังมีเซ็กส์กับเด็กๆ เป็นต้น นอกจากนี้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มาในรูปแบบแชท เกมออนไลน์ บีบี เฟซบุ๊ก เพื่อนยามเหงาทางโทรศัพท์ ที่มักจะพบเบอร์โทรตามสื่อหนังสือ นิตยสาร ต่างๆ ก็เป็นช่องทางในรูปแบบใหม่ ตลอดจนการล่อลวงหญิง การใช้ยาเสพติด เช่น ยาไอซ์ ยาอี ยาเลิฟ และยาชนิดกระตุ้นประสาทและกดประสาททุกชนิด ซึ่งทำให้การนำโครงการป้องกันเข้าถึงยากเป็นเงาตามตัว
ดังนั้นความจริงจังและต่อเนื่องของการดำเนินการจึงเป็นหลักประกันว่า การลดการแพร่ทางเพศสัมพันธ์จะถูกขยายผลเพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในขณะที่เพศพาณิชย์เป็นสาเหตุหลักของการระบาดในไทยช่วงต้นตั้งแต่ พ.ศ.2533 เป็นต้นมา เนื่องจากเป็นสาเหตุของการติดเชื้อรายใหม่ถึงร้อยละ 85 ในช่วงเวลาดังกล่าว ความสำเร็จจากการรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยในสถานบริการทางเพศ ส่งผลให้การแพร่ระบาดด้วยวิธีการอื่นมีความสำคัญเพิ่มขึ้น การคาดประมาณใน พ.ศ.2543 แสดงว่า 1 ใน 5 ของการติดเชื้อรายใหม่เกิดขึ้นจากการใช้เข็มร่วมกันในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด ในขณะที่ครึ่งหนึ่งเกิดจากการติดต่อระหว่างคู่สามีและภรรยา เหลือเพียงร้อยละ 16 ที่เป็นผลจากการใช้บริการทางเพศ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการขยายขอบเขตของการปองกันไปสู่วิธีการแพร่เชื้อที่สำคัญอื่นๆ พร้อมกับความต่อเนื่องในการลดการติดเชื้อให้อยู่ในระดับต่ำจากการป้องกันในกลุ่มเพศพาณิชย์
กลุ่มเด็กเยาวชนที่ติดเชื้อจะมีอายุลดน้อยลงทุกวัน เนื่องจากสื่อต่างๆ ที่เข้าถึงอย่างง่ายดาย เห็นได้จากสื่อและข่าว เด็กอายุเพียง 7 ขวบ เริ่มมีเพศสัมพันธ์ และมีเด็กตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควรเพิ่มมากขึ้น มีการทำแท้งเถื่อนกันทุกหนแห่ง เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้ แม้สื่อโทรทัศน์ ภาพยนตร์จะกำหนดเรตติ้ง หรือมีคำเตือน เช่น 13+ แต่ความเป็นจริงคนในครอบครัวมักปล่อยให้เด็กๆ ดูกันอย่างสนุกสนาน บางครั้งก็นั่งดูไปหัวเราะกันไป และจะมีสักกี่ครอบครัวที่แนะนำเด็กทุกฉากทุกตอน เด็กๆ ก็จะซึมซับและนำพฤติกรรมของนักแสดงไปเลียนแบบ และคิดว่านั่นคือพฤติกรรมที่ถูกต้องของผู้ใหญ่
เอดส์จะหยุดได้ ถ้ามีจิตใจที่จะอด อดที่จะกระทำผิดศีลธรรมอันดีที่พึงมีของวัฒนธรรมไทย อดที่จะมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับผู้ที่ไม่ใช่คู่ชีวิตของตนเอง อดที่จะอยากลองมีเพศสัมพันธ์แบบพิสดารหรือผิดธรรมชาติ อดที่จะเสพสารเสพติดทุกชนิด อดที่จะมีเพศสัมพันธ์กับคู่ชีวิตของตนโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งติดเชื้อ แต่ถ้าหากติดเชื้อแล้ว อย่าท้อแท้และสิ้นหวัง อดทนไว้ เพราะเอดส์ไม่หาย แต่ดูแลรักษาได้ ด้วยการกินยาต้านไวรัส ตามคำแนะนำของแพทย์ อดทนต่อสภาพแวดล้อม อดทนต่อคำพูดรังเกียจเดียดฉันท์จากญาติและเพื่อนบ้าน อดและทนต่อการกินยาต้านไวรัส แล้วทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ที่สำคัญคือหันหลังให้กับเอดส์ แล้วจะไม่มีคำว่า...อด
--------------------------------
กฤษฎา บิลเกษม : ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน สำนักงาน กศน.จังหวัดตรัง : [email protected]



