ไลฟ์สไตล์

คุณสุทธิชัย

คุณสุทธิชัย

11 ธ.ค. 2551

คุณสุทธิชัย + อย่าเร่งรัดนำประเทศเข้าสู่วิกฤติรอบใหม่ + คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญชัดเจนว่า ต้องการจะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย หนึ่งในประโยคของคำพิพากษาบอกชัดเจนว่า จำเป็นจะต้องทำตามรัฐธรรมนูญในการยุบ 3 พรรค คือ พลังประชาชน ชาติไทย มัชฌิมาธิปไตย เหตุผลนั้นกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ คำพิพากษาบอกชัดว่า หลักการของตุลาการคือ เนื่องจากนักการเมืองเมื่อเข้าสู่อำนาจแล้ว ก็มุ่งแสวงหาผลประโยชน์ด้วยวิธีการที่ไม่ชอบ โดยไม่มีความละอาย เพื่อเตรียมไว้ใช้กับการเลือกตั้งต่อไป อันเป็นวงจรเลวร้ายไม่มีที่สิ้นสุด รัฐธรรมนูญจึงบัญญัติเพื่อป้องกันไว้อย่างเข้มงวด ความเข้มงวดนี่แหละ อาจจะทำให้พรรคที่ได้รับผลกระทบนั้นมีความไม่พอใจ อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเร่งรัดเกินไป แต่ว่าทั้งสามพรรคต้องยอมรับว่า คนของตัวเองโดยเฉพาะกรรมการบริหารนั้นได้กระทำการที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง พูดง่ายๆ คือ โกงการเลือกตั้ง และรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ในมาตรา 237 วรรคสอง อย่างชัดเจน ใครก็ตามแต่ที่เล่นการเมืองเข้ามาต้องรู้ว่า กติกาเป็นเช่นนี้ ฉะนั้น เมื่อถูกลงโทษจึงไม่ควรที่จะโวยวายหรือหาเหตุเพื่อจะสร้างความวุ่นวายให้แก่บ้านเมือง เมื่อมาถึงจุดนี้ การเมืองควรจะเริ่มต้นใหม่ การเมืองไม่ควรจะกลายเป็นความพยายามจะแย่งชิงเพื่อตั้งรัฐบาลอย่างรีบร้อน ความพยายามที่จะให้มีการประชุมสภา วันที่ 8-9 ธันวาคม มีการบอกรายชื่อที่พรรคพลังประชาชนเก่า หรือพรรคเพื่อไทยใหม่ รวมกับพรรคร่วมอื่นอีก 5 พรรค ตั้งรัฐบาลใหม่ ตั้งนายกฯ ใหม่นั้น จะยิ่งทำให้การเมืองไม่พ้นจากหุบเหวของหายนะ เพราะว่ารายชื่อตัวเต็งนายกฯ คนที่ 27 ที่ปรากฏออกมานั้นร้องยี้กันตั้งแต่ยังไม่คลอดเลย ถ้าเช่นนี้ก็แปลว่า คุณภาพของการเมืองไทยจะถดถอยลง คนที่เป็นนอมินีของคุณทักษิณ ชินวัตร รุ่นที่ 3 ที่เป็นนายกฯ หลัง คุณสมัคร สุนทรเวช หลังคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไม่ว่าจะเป็นคุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ คุณเฉลิม อยู่บำรุง คุณชัย ชิดชอบ หรือ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ล้วนแต่เป็นคนที่ไม่สามารถจะให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า บัดนี้การเมืองของเราสามารถก้าวย่างไปสู่คุณภาพที่ประชาชนพึงจะตั้งความหวังไว้ได้ ชื่อคนเหล่านี้ล้วนแต่มีภาพของการเป็นนอมินี คุณทักษิณ ทั้งสิ้น แต่ถ้าการเมืองจะพ้นจากจุดตายอย่างที่เห็นกันจำเป็นที่จะต้องค่อยๆ แก้ปมของปัญหากฎหมายที่กำลังจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ เช่น ประเด็นที่ว่ารักษาการนายกรัฐมนตรีมีอำนาจที่แท้จริงมากน้อยแค่ไหน มีสิทธิยุบสภาถ้าเกิดวิกฤติการเมืองหรือไม่ 2.ส.ส.สัดส่วนนั้นรัฐธรรมนูญตีความว่าอย่างไร สามารถจะโอนไปอยู่พรรคใหม่ได้หรือไม่ และ 3.การแย่งชิงตั้งรัฐบาลนั้น ขั้นตอนแต่ละขั้นตอนนั้นจะมีการตีความและถูกฟ้องร้องให้กลายเป็นวงจรอุบาทว์ครั้งใหม่หรือไม่ เช่น ถ้าหากพรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรคเก่ารีบร้อนตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ โดยที่ประเด็นกฎหมายเกี่ยวกับ ส.ส.สัดส่วนยังไม่ชัดเจน จะเกิดการฟ้องร้องทีหลังหรือไม่ว่า การตั้งนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นโมฆะ ซึ่งก็จะนำไปสู่วิกฤติการเมืองรอบใหม่ได้เช่นเดียวกัน ทั้งหลายแหล่นี้นักการเมืองจะต้องเข้าใจว่า ประชาชนคาดหวังให้เสียสละ เอกชนภาคธุรกิจนั้นถึงขั้นที่จี้ว่าให้มีการสลายขั้วรัฐบาลเก่า ให้มีการสลับขั้วเพื่อที่จะได้เปิดโอกาสให้มีการสร้างการเมืองใหม่สร้างความมั่นใจใหม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะว่าถ้าใช้สูตรเก่า 6 พรรคร่วมรัฐบาล ก็ยังไม่สามารถจะเรียกศรัทธากลับคืนมาได้ เป็นวิกฤติศรัทธาครั้งใหม่และจำเป็นอย่างยิ่งที่นักการเมืองที่อยู่ในสภาจะต้องฟังเสียงของประชาชนทุกหมู่เหล่า มิฉะนั้นสูตรต่างๆ ของฝ่ายการเมืองที่เร่งรัดเพื่อจะแย่งชิงโอกาสตั้งรัฐบาลนั้น จะนำประเทศหวนกลับไปสู่วิกฤติรอบใหม่ ซึ่งประชาชนจะให้อภัยไม่ได้เลย