ไลฟ์สไตล์

เตรียมแผนรับ'แท็บเล็ต'แห่งแรกในอีสาน

เตรียมแผนรับ'แท็บเล็ต'แห่งแรกในอีสาน

03 ธ.ค. 2554

ร.ร.สนามบินขอนแก่นนำร่องเรียนแท็บเล็ตในอีสาน ผู้อำนวยการเตรียมความพร้อมทั้งเด็ก อาจารย์ รับแท็บเล็ต ชี้นำร่องกับเด็ก ป. 1- ป.4 ก่อน มองอนาคตหากการวิจัยพบว่ามีผลดีต่อการเรียนจะพัฒนาให้เป็นโรงเรียนปลอดกระดาษ

     จากโครงการแจกคอมพิวเตอร์มือถือหรือแท็บเล็ตให้กับนักเรียน ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้หาเสียงเอาไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2555 ที่จะมาถึง โดยเบื้องต้นได้นำร่องในแต่ละภูมิภาคก่อน โดยภาคอีสาน จะนำร่องที่ โรงเรียนสนามบิน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในการแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้กับเด็กนักเรียน

    นายบัวเรียน นนทะลี ผู้อำนวยการโรงสนามบินขอนแก่น  อ.เมือง  จ.ขอนแก่น   กล่าวว่า ทางโรงเรียนสนามบินขอนแก่น ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมของจังหวัด  ได้เป็นโรงเรียนนำร่องของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการดำเนินการเรื่องนี้  โดยทางโรงเรียนได้มีการเตรียมความพร้อมในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ให้กับนักเรียนทราบ  การให้ความรู้กับบุคคลากรทางการศึกษาที่จะเข้าสอน  โดยโรงเรียนได้จัดให้นักเรียนชั้น ป.1/1 และ ป. 4/4 เป็นห้องเรียนนำร่องใช้แท็บเล็ตภายในโรงเรียนก่อน โดยนักเรียนที่ทราบก็มีความรู้สึกตื่นเต้นอยากที่จะศึกษา   ซึ่งมีนักเรียนประมาณ 100 คน ที่กำลังถูกเตรียมความพร้อมให้ใช้เครื่องแท็บเล็ต

    "โดยเครื่องแท็บเล็ตทั้งหมด โรงเรียนจะเป็นคนเก็บรักษาดูแลเอง ไม่ได้ปล่อยให้กับนักเรียนนำกลับบ้านไป  อย่างไรก็ดีตอนนี้ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งในเดือนธันวาคมทางโรงเรียนจะมีการอบรมกับครู อาจารย์ที่จะต้องเข้ามาสอนนักเรียนทั้ง 2 ห้อง แต่นับเป็นโชคดีที่อาจารย์มีความสนใจและความสามารถที่จะเรียนรู้ตรงนี้อยู่แล้ว  ส่วนการเตรียมตัวของนักเรียนนั้นทางอาจารย์ประจำชั้นก็พยายามที่จะสอนการดูแลรักษาและการเก็บเครื่อง และในเดือนธันวาคมถึงจะได้เริ่มเรียนกับเครื่องแท็บเล็ตจริงๆ"นายบัวเรียน กล่าว

    นายบัวเรียน กล่าวว่า  หลักสูตรการศึกษาที่จะบันทึกลงในตัวคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตนั้น  ทางสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จะเป็นผู้จัดทำหลักสูตรขึ้นมา แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะนำข้อมูลอะไรใส่ลงไปบ้าง แต่เท่าที่ทราบมาจะมีอยู่ 5 สาขาวิชาหลักที่จะจัดอยู่ในนั้น คือ วิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และวิชาสังคม  ส่วนที่เกรงว่าผู้เรียนจะเรียนไม่ได้นั้น ทางโรงเรียนก็ได้มีแบบฝึกหัดให้ทำหลังจากที่เรียนจากแท็บเล็ตผสมผสานกันไปด้วย  และหลังจากที่ผลวิจัยออกมา   และพบว่าการใช้แท๊บเล็ตเรียนหนังสือ จะไม่มีผลต่อสายตานักเรียน และสามารถพัฒนาในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น ทางโรงเรียนเองก็จะทำให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนที่ปลอดกระดาษ

    "ส่วนตัวผมมองว่าหลักสูตรในแท็บเล็ตเองควรที่จะมีความหลากหลายและมีความสนุกสนานเพื่อไม่ให้เด็กๆเบื่อเหมือนหนังสือ ซึ่งจะทำให้นักเรียนมีความสนใจที่จะเรียนรู้และหาความรู้ในแท็บเล็ตมากขึ้น ตรงนี้จะทำให้เด็กๆมีการพัฒนาไปในทางที่ดี  ส่วนวิชาที่ยังเป็นหสักสูตรที่เน้นปฏิบัติอยู่นั้นทางเราก็ยังคงรักษาไว้อยู่ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร"นายบัวเรียน กล่าว

    ด้านนางกฤตยา หินเภา อาจารย์ประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 กล่าวว่า  ตอนนี้มีความพร้อมแล้ว แต่ที่ยังเป็นปัญหาอยู่คือ เด็กป.1ยังอ่านหนังสือไม่ค่อยได้ แต่เมื่อดูในช่วงที่แท็บเล็ตมานั้นอยู่ในเทอม 2 ซึ่งเมื่อถึง เวลา นั้น นักเรียนก็สามารถที่จะอ่านหนังสือได้บ้างแล้ว และในเรื่องที่ห่วงอีกเรื่องหนึ่งคือ พฤติกรรมของนักเรียนในชั้น ป.1 ยังคงมีความซุกซนบ้างตามนิสัย ก็อาจจะต้องควบคุมดียิ่งขึ้น  คาดว่าหลังจากนี้ไปเด็กที่ได้เรียนรู้กับเครื่องแท็บเล็ตนี้จะสามารถทำให้เด็กมีความรู้ทางด้านไอทีเพิ่มมากขึ้น

    ส่วนนางนิตยา อรรคษร อาจารย์ประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/4  กล่าวว่า ตอนนี้ได้เตรียมห้องเรียนและการติดระบบอินเตอร์เน็ตในห้องเรียน  และแนะนำเด็กในห้องเรียนไปแจ้งผู้ปกครองให้ทราบ  ตอนนี้กังวลเรื่องเดียวคือในเวลาที่เด็กใช้แล้ว เกรงจะทำเครื่องตกลงพื้นจนสร้างความเสียหาย  ซึ่งจะเป็นปัญหาในเรื่องของการเก็บรักษา  ก็คงต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น 

    ด.ช.สยุมภู สีเดือนเต็ม  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1 ซึ่งเป็นตัวเเทนของนักเรียนที่ได้รับการเป็นห้องนำร่องในการใช้แท็บเล็ตของโรงเรียน กล่าวว่า ไม่เคยใช้และเคยเห็นเครื่องนี้มาก่อน แต่พอครูมาแจ้งว่า  จะได้เรียนกับเครื่องนี้ก็มีความรู้สึก ตื่นเต้นและอยากให้นำมาเรียนในห้องเรียนเร็วๆ และจะดูเเลรักษาอย่างเต็มที่

    ด.ญ.ภักจีราวดี จุลมา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/4 กล่าวว่า เคยเล่นคอมพิวเตอร์ของที่บ้าน  และรู้สึกดีใจที่จะได้เรียนรู้ด้วยเครื่องนี้ โดยจะใช้หาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตอย่างในเว็บไซด์กูเกิ้ล เพื่อมาเสริมความรู้ให้มากยิ่งขึ้น