ไลฟ์สไตล์

เริงราตรีที่'ลาสเวกัส'

เริงราตรีที่'ลาสเวกัส'

04 ธ.ค. 2554

คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : เริงราตรีที่ 'ลาสเวกัส' โดย กาญจนา หงษ์ทอง

          เป็นเพราะอยากเห็นความมหัศจรรย์ของแกรนด์ แคนยอน แท้ๆ สแกนแผนที่อเมริกาดูแล้ว  ลาสเวกัส น่าจะเป็นมุมตั้งหลักได้ดีที่สุด จากบางกอก สายการบินไชน่า แอร์ไลน์ส (0-2250-9880) อาสาพาบินไปส่งที่ลอสแองเจลิส จากนั้นถ้านั่งรถเลาะเลี้ยวไปหาลาสเวกัสอีก 300 กว่ากิโลก็ต้องใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง นักเดินทางผู้อัตคัตเวลาอย่างฉันจึงบินข้ามห้วยมุ่งหน้าไปยังนครแห่งการแสวงโชค  แค่ไม่ถึงชั่วโมง เรือบินก็พาเราหย่อนตัวลงที่สนามบินแมคคาร์แรน ในช่วงเย็นย่ำองศาเดียวกับที่นกอินทรีย์เห็น ทุ่งแล้งห่มลาสเวกัสเอาไว้ทั้งเมือง ยังไม่เห็นเค้าของเมืองมากแสงสี ระหว่างรถแท็กซี่ 20 ดอลลาร์ รถเมล์ 2 ดอลลาร์ กับรถชัตเติลบัสของสนามบินคนละ 6 ดอลลาร์ ชนชั้นกลางผู้ชอบเดินทางสายกลางอย่างฉัน ขอเลือกจ่าย 6 ดอลลาร์ นั่งสบายๆ ไปส่งถึงโรงแรม ดีซะอีก เพราะการเดินทางแบบนี้เหมือนเราได้สำรวจโรงแรมไปในตัว เพราะรถจะตระเวนส่งผู้โดยสาร กว่าจะหมดคันก็ได้ไซท์ซีอิ้งไปหลายโรงแรม

          แต่โชเฟอร์ก็ความจำดีอยู่นะ คิดดูว่าโรงแรมที่นี่มีเกือบ 200 แห่ง พอบอกชื่อเขาไม่มีท่าทีงงงวยแต่อย่างใด ส่วนคาสิโนที่นี่จะมากแค่ไหนคำนวณไม่ยาก เพราะโรงแรมเกือบทุกแห่งมีคาสิโนอยู่ใต้ถุนโรงแรมหมด รถเวียนไปส่งคนแถวย่าน ถนนฟรีมองต์ (Fremont Street) ก่อน เท่าที่รู้แต่ก่อนตัวเมืองจะกระจุกตัวกันแน่นอยู่แถวนี้ ตอนหลังเขาถึงขยับขยายเมืองออกไปสร้างโรงแรมแถว ย่านสตริป (Strip) ซึ่งถือว่าหัวใจของเมืองกระเพื่อมอยู่แถวย่านนี้

          ซัก 5 โมงเย็นเห็นจะได้ ไฟดวงแรกของทั้งถนนฟรีมองต์และย่านสตริปยังไม่เปิด และค่อนไปทางเงียบเหงาด้วยซ้ำ โรงแรมที่จับจองไว้ผ่านเว็บไซต์อโกดา (www.agoda.co.th) อยู่แถวขอบๆของสตริป  เพราะถ้าขืนจองย่านใจกลางสตริป คงต้องไปหาลำไพ่พิเศษด้วยการไปแจกไพ่ในกาสิโน เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าห้อง โชคดีเที่ยวนี้ใช้แต้มสะสมจากการจองห้องพักกับอโกดาครั้งก่อนๆ มาใช้เป็นส่วนลดในการจองห้องพักครั้งนี้ 

          จัดการโทรศัพท์คอนเฟิร์มเรื่องทัวร์ไปแกรนด์แคนยอนเสร็จก็สักทุ่มหนึ่งเห็นจะได้ ก็ได้เวลาออกไปเดินสำรวจลาสเวกัสอย่างเป็นทางการ แค่ใต้ถุนโรงแรม ก็พบว่าโลกของคาสิโนที่นี่ไม่ธรรมดาเอาซะเลย มันใหญ่โตมโหฬารกว่าในเรือตึกเยอะเลย นี่ขนาดแค่โรงแรม 3 ดาว กาสิโนยังกว้างขวางขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นพวกโรงแรมไฮเอนด์ที่นั่งรถผ่านมา กาสิโนไม่รโหฐานไปเลยรึ

          จะเอาอะไรล่ะมีหมด สาธยายไปก็ไม่ถูก เพราะเราไม่ได้อยู่ในวงการนี้ กวาดสายตามองหาจำพวกป๊อกเด้ง กบดำกบแดง ไม่ยักมี ถ้ามีก็อาจจะโดดเข้าร่วมวงผสมโรงด้วย เพราะถ้ามาแนวนี้ ฉันติดทีมชาติได้สบายๆ เรียกว่าเป็นเมืองที่มีมุมให้ลุ้นให้เสี่ยงไปเสียทุกที่ ถ้าไม่นับกาสิโนใต้ถุนโรงแรม  เชื่อมั้ยว่าแม้แต่ที่สนามบินและซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ยังมีตู้สลอตให้ลุ้นกันเลย

          ตอนนี้นึกถึงพี่คนหนึ่งที่เคยเจอแกบนเรือสำราญ แกสามารถขลุกอยู่ในกาสิโนของเรือตึกได้ทั้งวันทั้งคืน ถ้าแกมาพ่นหายใจแถวนี้ คงมีความสุขกว่าฉันเยอะ อย่าว่าแต่อยู่เป็นเดือนเลย พี่เดินสายสลับเล่นวันละกาสิโน ก็คงอยู่ได้ครึ่งปีเลยแหละ เห็นที่นี่แล้วต้องบอกว่าบ่อนแถวปอยเปตเลยอนุบาลไปเลย ความจริงน่าจะมีบริษัททัวร์ที่เจาะกลุ่มนักเสี่ยงโชคนะ เพราะเห็นตัวเลขคนไทยเข้าออกผ่านปอยเปตแล้วทาร์เก็ตกรุ๊ปนี้คงจะเยอะไม่เบา ไกด์ก็ไปสำรวจตลาดมาก่อนว่าตอนนี้ที่มาเก๊า ปอยเปต  ลาสเวกัส มอนติคาร์โล กาสิโนไหนกำลังอินเทรนด์ จากนั้นจัดทัวร์เลย ประมาณว่าเดินสายเสี่ยงโชคในสุดยอดกาสิโน 9 แห่งในโลกหลังเข้าพรรษา ใครที่มีใจรักด้านพนันขันต่อเป็นทุนเดิม ตรวจพื้นดวงแล้วมีโชคจากเสี่ยงโชค ลุยเลย

          แค่ผลักประตูโรงแรมออกไป ก็แทบผงะ ราวๆ ทุ่มตรงแท้ๆ แต่เราถูกต้อนรับด้วยอุณหภูมิเกิน 40 องศาเซลเซีบส ไม่ต่ำกว่านี้แน่ ร้อนจนเกือบพ่นไฟได้ แต่ต่อให้อุณหภูมิดีดตัวขึ้นไปถึง 150 ฉันไม่หมกตัวอยู่ในห้องแน่นอน เพราะลาสเวกัสยามนี้ยั่วยวนเกินกว่าจะเลือกทำแบบนั้น แสง สี เสียงค่อยๆ เปล่งประกายออกมาทีละนิด ตอนมาถึงลาสเวกัสคงเพิ่งตื่น แต่ตอนนี้หล่อนบิดขี้เกียจเสร็จแล้ว และในไม่ช้าหล่อนพร้อมจะลุกขึ้นมาอวดเรือนร่างอันเย้ายวนให้แขกเหรื่อได้ชมกันอย่างเต็มตา

          ไม่รู้ในสำมะโนครัวของลาสเวกัสมีญาติชื่อมิโคนอสอยู่ด้วยรึเปล่า นั่นก็เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ประเภทนอนเช้าตื่นบ่ายและหูตาเป็นประกายเมื่อราตรีเดินทางมาถึง รีบหามุมเหมาะตุนมื้อค่ำในบุฟเฟต์ใกล้กับโรงแรม จากนั้นสะบัดแข้งสะบัดขา พร้อมแล้วสำหรับการท่องราตรีในลาสเวกัส ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาใช้ดี เพราะแสงสีเสียงที่เจอเวลานี้มันทั้งฉูดฉาด อลังการ กระหึ่ม เขย่าทุกอณูของเรือนกายให้ตื่นเต้นไปตามลมหายใจที่ขยับเร็วของลาสเวกัส แสงนีออนระยิบระยับทั่วทั้งย่านสตริปปลุกให้ทุกชีวิตดูตื่นตาตื่นใจ เป็นการย่ำราตรีที่ไร้เงารำไรของแสงดาว

          สำหรับคนมีใจให้บาร์หรือบ่อน ชอบทั้งแสงสีมากกว่าแสงดาว โปรดปรานกาสิโนและคาวโลกีย์มากกว่าทิวเขาและทะเล ลาสเวกัสคงเป็นเมืองที่เหมาะกับพวกเขา แต่สำหรับฉันไม่ใช่ไม่ชอบลาสเวกัส  แต่เมืองแบบนี้อยู่เที่ยวได้แค่ชั่วพักชั่วครู่ อยู่นานแล้วเลือดลมไหลเวียนไม่สะดวก

 

 

คอลัมน์เที่ยวนี้ขอเล่า : เริงราตรีที่ 'ลาสเวกัส' โดย กาญจนา หงษ์ทอง