ไลฟ์สไตล์

ไขสมองระดับเหรียญทองของ'เจ้าแม่ตาวิเศษ'

ไขสมองระดับเหรียญทองของ'เจ้าแม่ตาวิเศษ'

03 ธ.ค. 2554

ไฮฮอตวันเสาร์ : ไขสมองระดับเหรียญทอง ของ'เจ้าแม่ตาวิเศษ'

                     ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพสดๆ ร้อนๆ "บริดจ์" (Bridge) ได้รับการบรรจุอยู่ในจำนวนกว่า 30 ชนิดกีฬาที่ชาติสมาชิกต้องห้ำหั่นกันเพื่อชิงชัยเหรียญทอง ทันทีที่กีฬาประเภทนี้เผยแพร่สู่สาธารณชน เชื่อว่าจำนวนไม่น้อยคงขมวดคิ้วเม้มปากสงสัยว่ามันคืออะไร แต่หากเกริ่นให้พอเข้าใจง่ายๆ ว่า คือ "การเล่นไพ่" ดีๆ นี่เอง และเซอร์ไพรส์กว่านั้น หนึ่งในทัพนักกีฬาบริดจ์ทีมชาติที่ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ใช่อื่นไกล หากเป็นคนดังในแวดวงสังคมและธุรกิจ อย่าง คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย หรือที่รู้จักกันดีในฉายา "เจ้าแม่ตาวิเศษ" คงถึงบางอ้อไปตามๆ กัน

                     ชั่วโมงนี้ไฮโซคนดังยังควบตำแหน่งนายกสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย และนายกสมาพันธ์บริดจ์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางควันหลงซีเกมส์จางๆ ที่อบอวลไปด้วยความชื่นชมยินดีของคนไทยทั้งประเทศ สาวสังคมรุ่นลายครามจะพาไปไขความลับเกี่ยวกับไพ่บริดจ์ กีฬาที่ดูเหมือนง่าย ทว่ากว่าจะพิชิตชัยได้ พละกำลังไม่เกี่ยว "มันสมองเพียวๆ เอาอยู่!!! ว่าอย่างนั้น

"บริดจ์" กีฬาท้าทายของคนช่างคิด

                     บริดจ์ เป็นเกมไพ่ประเภทการประมูล (Auction) และการรวบตองกิน (Trick Taking) ซึ่งมีระบบกลไกการเล่นแบบนำไพ่และตามไพ่ (Lead and Follow) ในหนึ่งโต๊ะของการเล่นจะมีผู้เล่นสี่คน โดยผู้เล่นที่นั่งฝั่งตรงข้ามจะถือว่าอยู่ฝ่ายเดียวกัน เรียกว่า "คู่ขา" (Partner) และฝั่งตรงข้ามที่นั่งด้านข้างจะเรียกว่า "ปรปักษ์" (Opponent) การเล่นบริดจ์ในหนึ่งเกมจะมีสองส่วน ได้แก่ การประมูลไพ่  (Bidding) คือ การสร้างสัญญาในการเล่น (Making Contract) จากการประมูลเพื่อให้ผู้เล่นหรือคู่ขาสามารถรวบรวมตองกินได้เท่ากับหรือมากกว่าที่สัญญาเอาไว้ และส่วนที่สอง การเล่นแบบนำไพ่และตามไพ่ (Lead and Follow) คือ การที่ผู้เล่นหนึ่งจะเป็นผู้นำไพ่โดยการลงไพ่ 1 ใบ และผู้เล่นคนอื่นวางไพ่ดอกเดียวกับที่ผู้นำไพ่ได้วางเอาไว้

                     การรวบตองกิน (win a trick) คือ การที่ผู้ที่มีไพ่ศักดิ์ใหญ่ที่สุดใน 1 รอบของการเล่นแบบนำไพ่และตามไพ่ รวบตองกินซึ่งจะนับเป็นแต้มไว้กับตัว ในการเล่นบริดจ์จะแจกไพ่คนละ 13 ใบ ซึ่งหมายความว่าจะมี 13 ตองกินใน 1 เกม การทำได้ตามสัญญา (Contract making) คือ เมื่อจบส่วนของการเล่นไพ่ โดยผู้ชนะการประมูล (Declarer) และคู่ขาสามารถรวบรวมตองกินได้มากกว่าหรือเท่ากับที่ได้สัญญาเอาไว้ในช่วงการประมูล ผลของการทำได้ตามสัญญา คะแนนจะตกไปอยู่กับผู้ชนะการประมูล (Declarer) และคู่ขา สัญญาล้มเหลว คือ เมื่อจบส่วนของการเล่นไพ่ โดยผู้ชนะการประมูล (Declarer) และคู่ขา ไม่สามารถรวบรวมตองได้มากกว่าหรือเท่ากับที่สัญญาไว้ คะแนนนั้นจะตกกับปรปักษ์

ความรู้สึกแรกที่คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์

                     ถือเป็นครั้งแรกที่ลงเล่นในนามทีมชาติ และเป็นครั้งแรกที่บริดจ์ถูกบรรจุอยู่ในกีฬาซีเกมส์ ก็ภาคภูมิใจ ก่อนหน้านี้เวลาเราไปแข่งถึงแม้จะไปในนามของประเทศไทย แต่ก็ไม่ค่อยมีคนรู้ ก็เลยอยู่ในบรรยากาศไปเรื่อยๆ ชนะบ้าง แพ้บ้าง แต่พอไปแข่งซีเกมส์รู้สึกว่ามีแต่คนลุ้นให้เราได้ ก็เลยเป็นความกดดัน เครียดมาก ทาง กกท.ก็บอกว่าถ้าไม่ตั้งเป้าเหรียญทองก็อาจจะไม่ส่ง เราก็ต้องบอกว่าน่าจะได้ ก็เลยตั้งไว้ 2 เหรียญทอง ก็ยังหวั่นๆ อยู่ว่า ถ้าไม่ได้ตามเป้าเขาอาจจะไม่ส่งในครั้งหน้า สรุปทำได้เกินเป้า 2 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง

กีฬาบริดจ์เป็นมาอย่างไร คนไทยสนใจแค่ไหน

                     เป็นกีฬาโบราณ เริ่มต้นจากนิยมเล่นกันมากในยุโรปราว 116 ปีก่อน จากนั้นเข้ามาในไทยและมีการก่อตั้งเป็นสมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทยประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ของสมาคมมาจากนักศึกษาที่ไปเรียนเมืองนอกแล้วเล่นกันในมหาวิทยาลัย โดยนักศึกษาที่เล่นมักชอบอะไรที่ท้าทายความคิด ต้องใช้สมองมาก สนุกแต่ก็เครียดไม่น้อย แต่บ้านเราถือว่ายังเล่นกันน้อย ส่วนมากอยู่ในรั้วอุดมศึกษาอย่าง จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ สถาบันราชภัฏบางแห่ง ก็จะมีชมรมโดยเฉพาะ เราก็ส่งคนไปสอนด้วย เสียดายที่ยังไม่มีการบรรจุในหลักสูตรเหมือนอินโดนีเซียที่เขาสนับสนุนให้เล่นตั้งแต่ชั้นประถม แต่ตอนนี้ดีหน่อยมีพ่อแม่พาลูก 8-9 ขวบมาฝึกเล่นเหมือนกัน แล้วก็มีกลุ่มแม่บ้านทั้งหลาย มีที่ให้เล่นประจำที่ราชกรีฑาสโมสร, โปโลคลับ, บริติซคลับ, สมาคมชาวญี่ปุ่น และอินเตอร์เนชั่นแนลวูเม่นคลับ เป็นต้น

แล้วคุณหญิงสนใจบริดจ์ตั้งแต่เมื่อไร่

                     จำได้ว่าเริ่มเล่นตอนมีลูกคนแรกราว 40 ปีที่แล้ว ตอนนี้อายุ 67 แล้ว พอดีพี่น้องและอดีตสามีเล่นกัน ไม่เคยคิดว่าต้องมานั่งนานๆ จนมีคนบ่นว่า โอ๊ย...พวกนี้โห...นั่งเล่นกันได้ยังไงเป็นวันๆ 9-10 ชั่วโมง ข้ามคืนจนถึงเช้าเลย ก็เล่นกินเงินกันบาทสองบาท จริงๆ ก็เหมือนกีฬาอื่นๆ ถ้าไม่แข่งจริงๆ จังๆ หรือมีอะไรมาดึงดูดมันก็จะไม่ลุ้น ไม่สนุก รู้สึกว่าที่อังกฤษหรืออเมริกาเขาจะมีสมาคมเล่นกันหนักๆ เลย แต่เราเล่นเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม นัดกันมากินข้าวแล้วเล่นบริดจ์ต่อ 2-3 ชั่วโมง แล้วกลับบ้าน ส่วนตัวไม่ได้บำรุงสมองอะไรเป็นพิเศษใช้ชีวิตปกติ

กีฬาไม่สู้คุ้นเคยนี้ มีแผนพิชิตชัยเหนือปรปักษ์อย่างไร

                     ต้องหาคู่ที่เข้ากันได้ ฝีมือพอๆ กัน ตกลงเล่นในระบบเดียวกัน เวลาประมูลไพ่ หนึ่งโต๊ะมี 4 คน แจกไพ่คนละ 13 ใบ การนับแต้มแต่ละใบ เอ 4 แต้ม คิง 3 แต้ม แหม่ม 2 แต้ม แจ็ค 1 คะแนน ส่วนมากเราจะประมูลเริ่มเปิดไพ่ได้ เราต้องถือ 11-12 คะแนน แล้วจึงเวียนตามเข็มนาฬิกา จนครบทุกคน จบแล้วคนที่ประมูลได้มากที่สุดจะเรียกว่า "คนเดินไพ่" หรือ "เจ้ามือ" ก็จะวางไพ่ของตัวเองลงให้คนอื่นๆ เห็น คนอยู่ซ้ายของเจ้ามือก็จะเริ่มต้นนำไพ่คนต่อไป สำคัญคือก่อนจะเริ่มนำไพ่ต้องวิเคราะห์ว่าแต่ละคนเขาประมูลไพ่อย่างไร และไพ่ทั้ง 52 ใบต้องวิเคราะห์ได้ว่าอยู่ในมือใครแล้วต้องเอาชนะให้ได้

ซ้อมหนักแค่ไหนกว่าจะคว้าทองเหรียญนี้

                     อย่างน้อยต้อง 300 ชั่วโมง ซ้อมที่นี่ (ที่ทำการสมาคมสร้างสรรค์ไทย "ตาวิเศษ" ซอยสุขุมวิท 31) บ้าง ที่สมาคม กกท.หัวหมากบ้าง ตัวเองก็นัดคู่ (สมชาย ไกรสมุทร) ซ้อมกลางคืนหรือเสาร์อาทิตย์ พวกเราเป็นมือสมัครเล่น เลือกคู่กันเอง อย่างคุณสมชายเล่นคู่กันมา 4-5 ปีที่แล้ว เทคนิคที่ชนะมาได้ไม่มี อยู่ที่เราจะทำคะแนนให้ได้สูงสุด ส่วนเรื่องดวงก็น้อยมาก อาศัยต้องวิเคราะห์ ยึดสถานการณ์เฉพาะหน้าเป็นหลัก

บรรยากาศตอนแข่งซีเกมส์เป็นอย่างไรบ้าง

                     สมัยนี้เทคนิคพัฒนาขึ้นเยอะ เขาจะมีเครื่องให้เรากดสกอร์ได้เลย มีคอกกั้น ไม่เห็นหน้าผู้เล่นอีก 3 คน เห็นแต่มือแพลมๆ ถือไพ่อยู่ ทางไดเร็กเตอร์เขาก็จะแสดงสกอร์ให้เห็นกันทุกโต๊ะ รู้เลยว่าใครนำอยู่ อย่างครั้งนี้เขาเล่นชั้นสองข้างล่างก็จะจัดถ่ายทอดสดให้กองเชียร์ได้เห็นแต้มเห็นไพ่ของแต่ละชาติได้ ออนไลน์ทั่วโลกดูในอินเทอร์เน็ตได้ด้วย คนไทยเรามีความสามัคคีกันมาก เราไป 18 คน 4 คนเล่นอยู่ อีก 14 คนก็ช่วยกันลุ้นผ่านจอทีวี พอเราบิดดิ้งได้ดั่งใจก็เฮกันลั่น นักข่าวที่มารอทำข่าวก็เข้ามาถามว่าชนะแล้วเหรอ แต่เปล่าเลยเรียกไพ่เฉยๆ สนุกสนานมาก ชาติที่น่ากลัวจริงๆ คืออินโดฯ เพราะเราเคยแข่งกันมาหลายครั้ง รู้ว่าเขาเก่งกว่า แต่เหมือนกับว่าไม่มีโชคก็เลยพลาดเข้าชิง ลุ้นแค่ไหนเหรอ เหงื่อไม่ตกที่หน้า แต่เสื้อผ้าชุ่มเลย (หัวเราะ)

แล้วคู่ต่อสู้ทราบไหมว่าคนที่กำลังห้ำหั่นกันอยู่เป็นคนดังของเมืองไทย

                     หลังจากทีมชายชนะได้เหรียญทองแรกมา สื่อมวลชนเริ่มสนใจเรา จากที่ไม่อยู่ในสายตา เพราะเขาก็จะทำข่าวแต่ทีมวอลเลย์บอลที่พักอยู่โรงแรมเดียวกับที่เราใช้เป็นสนามแข่ง ก็เริ่มเข้ามาถ่ายภาพ บางคนไม่รู้ว่าเป็นใครก็จะบอกว่า...ยูคงไม่เคยมีใครมาขอถ่ายรูปเยอะๆ แบบนี้สินะ เราก็ไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้มๆ

มาถึงตรงนี้อยากฝากอะไรถึงคนที่สนใจอยากเริ่มเล่นบริดจ์

                     บริดจ์ไม่จำเป็นต้องเก่งวิทยาศาสตร์ หรือคำนวณ ก็เล่นได้ สำคัญต้องมีสมาธิ ดิฉันเป็นคนที่มีสมาธิสูงมาก ถ้าอ่านหนังสือแล้วใครมาพูดอะไรจะไม่ได้ยิน คนอาจจะคิดว่าเราแกล้ง เพราะเราสามารถนั่งทำอะไรของเราได้เรื่อยๆ คิดว่าสิ่งนี้ได้มาจากการเล่นบริดจ์ อย่างสมัยที่เล่นแรกๆ อาจมีคนเป็นสิบยืนล้อมเราอยู่ ใจเราต้องไม่วอกแวก ถ้าหลุดปุ๊บก็จะลืมไปว่าเมื่อครู่คู่ต่อสู้บิดดิ้งอะไร ระหว่างเล่นอยู่จึงต้องให้สมาธิร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่น่าสนใจคือทางยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ แคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ สหรัฐ เขาทำการวิจัยออกมาว่าบริดจ์เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ที่สุดที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอัลไซเมอร์ และดีกว่าเล่นโซโดกุ หมากรุก หรือโกะ เพราะได้สังคมมากกว่า อย่างน้อยต้องมีคู่ถึงเล่นได้ จึงถือเป็นกีฬาที่ช่วยพัฒนาคุณภาพของคน พร้อมๆ กับฝึกการมีน้ำใจนักกีฬา

                     แต่ถ้ามองว่าเป็นการพนันนี่คือปัญหา อย่างเราได้เหรียญทองกลับมา นั่นแสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่ไพ่การพนัน แต่เป็นกีฬาที่โอลิมปิกเขายอมรับ ใครสนใจสามารถติดต่อมาที่สมาคมได้ อย่างน้อยชวนกันมาเป็นคู่ หรือ 4 คนได้ยิ่งดี ไม่ต้องลงทุนอะไรเลยเอาสมองมาอย่างเดียวพอ!!!

------------------------------
(ไฮฮอตวันเสาร์ : ไขสมองระดับเหรียญทอง ของ'เจ้าแม่ตาวิเศษ' )