
เร่งเยียวยา'ส้มโอ'ทรงคนอง
เร่งเยียวยา'ส้มโอ'ทรงคนอง แหล่งผลิต'ทองดี-ขาวน้ำผึ้ง' โดย...สุรัตน์ อัตตะ
แม้เครือข่ายชาวบ้านรักษ์ลุ่มน้ำท่าจีน ผนึกมูลนิธิเอสซีจีและธุรกิจในเครือ ระดมกระสอบทราย บิ๊กแบ็กและผ้าใบกันน้ำแก่เกษตรกรชาวสวนส้มโอทรงคนองเพื่อสร้างพนังกั้นน้ำปกป้องสวนส้มโอพันธุ์ดี "ทองดี-ขาวน้ำผึ้ง" กว่า 5,000 ไร่ บริเวณพื้นที่กระเพาะหมูใน 4 ตำบลของ อ.สามพราน จ.นครปฐม ประกอบด้วย ต.ทรงคนอง ต.ไร่ขิง ต.ท่าตลาด และ ต.บางเตย แหล่งผลิตส้มโอพันธุ์ดี หลังถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายอย่างหนักมานานกว่า 20 วัน พร้อมประสานงานนักวิชาการหาวิธีรักษาพันธุ์ส้มโอนครชัยศรีให้รอดพ้นจากวิกฤติ แต่ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะน้ำท่วมสวนคราวนี้หนักกว่าที่คิด ผิดจากที่ชาวบ้านคาดไว้มาก
กมล เปี่ยมสมบูรณ์ ประธานสภารักษ์ลุ่มน้ำท่าจีน ต.ท่าตลาด อ.สามพราน จ.นครปฐม กล่าวถึงแผนการกอบกู้สวนส้มโอพันธุ์ดีในบริเวณพื้นที่เกาะทรงคนองว่า ขณะนี้น้ำยังท่วมที่เขตพื้นที่หลายตำบลใน อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยเฉพาะพื้นที่ทรงคนอง พื้นที่หลักของการปลูกส้มโอ ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมที่สมควรจะต้องรักษาไว้ มีพื้นที่รวม 5,000 ไร่ มูลค่าค้าขายส้มโอนับพันล้านบาทต่อปี ถือว่าเป็นแหล่งผลิตส้มโอสัดส่วนร้อยละ 80 ของจังหวัดนครปฐม ซึ่งขึ้นชื่อด้านปลูกส้มโอหวานในพื้นที่กว่า 4 กิโลเมตร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ยังไม่มีบิ๊กแบ็กอย่างเพียงพอ เพราะจะต้องใช้ถึง 4,000 ใบ
"ที่ผ่านมาทางมูลนิธิเอสซีจี(SCG)และบริษัทในเครือได้มอบถุงกระสอบทราย จำนวน 25,000 กระสอบ บิ๊กแบ็ก 1,000 ถุง และผ้าใบกันน้ำขนาดใหญ่อีกจำนวนหนึ่งมาช่วย แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ชาวบ้านจึงขอบริจาคและได้ทำหนังสือถึง ศปภ.แล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ชาวบ้านต้องการวางบิ๊กแบ็กให้เสร็จภายใน 3 วันนี้ และสูบน้ำออกให้หมดภายใน 7 วัน เพราะหากล่าช้าจะทำให้ต้นส้มโอยืนต้นตาย ขณะนี้น้ำท่วมขังส้มโอมานานกว่า 20 วันแล้ว"
ขณะที่ สุรนุช ธงศิลา กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี(SCG)เปิดเผยว่าจากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำท่าจีนส่งผลให้สวนส้มโอในพื้นที่สำคัญของ อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งประกอบด้วย ต.ทรงคนอง ต.ไร่ขิง ต.ท่าตลาดและ ต.บางเตย รวมกว่า 5,000 ไร่ถูกน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วและท่วมขังเป็นเวลานานกว่า 1 เดือน ทำให้ชาวสวนส้มโอที่ชาวบ้านปลูกไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษได้ตายลงกว่า 30% คาดว่าหากน้ำยังท่วมขังติดต่อกันอย่างนี้ชาวนครปฐมจะสูญเสียส้มโอพันธุ์ดีไปอย่างแน่นอน
"เพื่อช่วยรักษาสวนส้มโอ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของ จ.นครปฐม ไว้ มูลนิธิเอสซีจี(SCG)และธุรกิจในเครือได้มอบกระสอบทรายจำนวน 25,000 กระสอบและถุงกระสอบทรายยักษ์หรือบิ๊กแบ็กจำนวน 1,000 ถุง และผ้าใบกันน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพนังกั้นน้ำระยะทางกว่า 4 กิโลเมตรตามแผนกู้สวนส้มสามพราน เกาะทรงคนองที่จะจัดทำพนังกั้นน้ำล้อมรอบเกาะทรงคนองและสูบน้ำออกจากพื้นที่ ในขณะเดียวกันก็ได้ประสานนักวิชาการด้านพรรณพืชเข้าพื้นที่เพื่อช่วยหาวิธีการที่จะรักษาพันธุ์ส้มโอดังกล่าวให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด" กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี(SCG)กล่าวถึงแนวทางให้ความช่วยเหลือ
ป้าลำดวน ภูติวาณิชย์ ชาวสวนส้มโอ อายุ 58 ปี ใน ต.ไร่ขิง อ.สามพราน กล่าวทั้งน้ำตาว่า พื้นที่กว่า 16 ไร่ที่ปลูกส้มโอพันธุ์ดีทั้งทองดีและขาวน้ำผึ้งถูกน้ำท่วมทั้งหมด และน้ำท่วมขังมากว่า 20 วันแล้วโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย ที่ผ่านมาทำได้แค่จ้างรถแมคโครทำคันกั้นรอบสวนหมดเงินไป 1 แสนกว่าก็ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ จึงได้ปล่อยไปตามยถากรรม
"ส้มโอฉันกำลังจะเก็บเกี่ยวเพื่อส่งให้แก่บริษัทผู้ส่งออกพอดี น้ำก็มาท่วมเสียก่อน ปีนี้ยังไม่ได้เงินเลย ปกติฉันมีรายได้จากการขายส้มโอปีละเป็นล้าน แต่ปีนี้ไม่มีเลยไปกับน้ำหมด ตอนนี้ขออย่างเดียวให้ต้นส้มรอดบ้างเพื่อจะใช้เป็นต้นพันธุ์ต่อไป เพราะพันธุ์ส้มโอที่ทางการเขาจะนำมาให้ ชาวบ้านก็ไม่มั่นใจว่าจะเหมือนกับพันธุ์ที่ปลูกอยู่หรือเปล่า ถ้าได้จากต้นพันธุ์ดั้งเดิมของที่นี่จะสบายใจกว่า"
ด้าน ทิม ไทยทวี รองประธานหอการค้าจังหวัดนครปฐม และผู้ประกอบธุรกิจส่งออกส้มโอรายใหญ่ กล่าวถึงสวนส้มโอใน จ.นครปฐม มีทั้งหมดเกือบ 6,000 ไร่ เฉพาะในพื้นที่ อ.สามพราน เป็นพื้นที่ที่ปลูกส้มโอมากที่สุดกว่า 5,000 ไร่ ซึ่งขณะนี้ได้ถูกน้ำท่วมทั้งหมด และหากไม่สามารถที่จะกู้คืนให้ได้ภายใน 20 วัน ต้นส้มโอเหล่านี้ก็จะเปื่อยเน่าและเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุด ส่วนการฟื้นฟูกันใหม่และกว่าจะเก็บผลผลิตได้ก็ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4-5 ปี ซึ่งไม่ใช่เวลาน้อยๆ ที่ชาวสวนส้มโอต้องรอคอย และในช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่กำลังเก็บผลผลิตพอดี แต่ก็มาเจอวิกฤติน้ำท่วมเสียก่อน
"ถ้าคิดเป็นมูลค่าความเสียหายในภาพรวม คิดเป็นมูลค่าหลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว การส่งออกส้มโอขณะนี้ก็ชะงักลงเพราะส้มโอถูกน้ำท่วมหมดไม่สามารถที่จะส่งออกได้ โดยปกติทางบริษัทจะมีการส่งออกส้มโอปีละ 40-50 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ประเทศในยุโรปและสหรัฐอเมริกา" ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกส้มโอรายเดิมกล่าวทิ้งท้าย
มหาอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของ จ.นครปฐม เท่านั้น แต่ทำลายล้างวิถีวัฒนธรรมที่มีความผูกพันระหว่างคนกับส้มโอที่มีมาอย่างยาวนานในฐานะแหล่งผลิตส้มโอพันธุ์ดีที่ถ่ายทอดมาสู่รุ่นต่อรุ่น
แนะ3วิธีช่วยเกษตรกรกู้ต้นส้มโอ
รศ.มนตรี ค้ำชู ที่ปรึกษาคณบดีและอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในฐานะหัวหน้าทีมนักวิชาการกอบกู้สวนส้มโอ ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิเอสซีจี(SCG) กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาสวนส้มโอพันธุ์ดีที่ถูกน้ำท่วมบริเวณเกาะทรงคนองว่า ขณะนี้ได้ระดมทีมนักวิชาการสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาช่วยกัน ซึ่งประกอบด้วย 2 แนวทางคือ 1.เร่งดำเนินการสูบน้ำออกจากสวนส้มโอให้หมดโดยเร็วที่สุด และ 2.ต้องดูแลต้นส้มโอที่ยังไม่ยืนต้นตายให้ดีที่สุด ซึ่งจะมีทีมนักวิชาการที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้มาให้ความรู้แก่เกษตรกรชาวสวนส้มโออย่างต่อเนื่องไปจนกว่าเข้าสู่ภาวะปกติ
"คือตอนนี้ทั้ง 2 แนวทางเราจะทำไปพร้อมๆ กัน แต่จะทำอย่างไรช่วยให้ต้นส้มโอรอดตายมากที่สุด แล้วจะเอาต้นที่รอดตายเหล่านี้มาทำเป็นต้นพ่อแม่พันธุ์ต่อไป เพราะส้มโอคือวิถีชีวิตของคนที่นี้ จะหาต้นที่รอดตายและมีอายุมากที่สุด เตรียมจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์เอาไว้ให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาเรียนรู้ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งพระองค์ทรงให้ความสำคัญต่อส้มโอที่นี่มาก"
ขณะที่ รศ.ดร.รวี เสริฐภักดี อาจารย์ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้แนะนำวิธีการดูแลรักษาต้นส้มโอ ซึ่งมีอยู่ 3 วิธี ได้แก่ 1.รู้ล่วงหน้าว่าน้ำจะมา 2.ขณะที่น้ำท่วม และ 3.การดูแลหลังน้ำลด หากรู้ล่วงหน้าว่าจะเจออุทกภัยก็ให้รีบตัดใบอ่อนและผลอ่อนทิ้งไปประมาณ 30% ของทั้งต้นเพื่อลดปริมาณธาตุอาหารที่จะนำไปเลี้ยงในส่วนต่างๆ จากนั้นก็ฉีดพ่นธาตุอหารและน้ำตาลทางใบแทน ขณะต้นส้มโอถูกน้ำท่วมก็ให้ใช้วิธีการเดียวกันกับข้อแรกคือฉีดพ่นธาตุอาหารทางใบ ส่วนหลังน้ำลดห้ามเดินเหยียบย่ำบริเวณโคนต้นอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้รากเน่าได้ จากนั้นใช้เวลาประมาณ 3-5 เดือนรากเริ่มแข็งแรง ดูดธาตุอาหาร ลำต้นเริ่มแตกใบอ่อนก็ให้ดูแลใบอ่อนชุดแรกนี้ให้ดีที่สุด เพราะนั่นหมายถึงการอยู่รอดของต้นส้มโอนั่นเอง
--------------------------------
( เร่งเยียวยา'ส้มโอ'ทรงคนอง แหล่งผลิต'ทองดี-ขาวน้ำผึ้ง' โดย...สุรัตน์ อัตตะ)



