
เปิดใจ!! ทีมมีดหมอ ผสม'ละมั่ง'
เปิดใจ!! ทีมมีดหมอ ผสม'ละมั่ง'หลอดแก้วตัวแรกของโลก โดย...พิมพ์ชนก ศรเพชร
ระยะเวลากว่า 50 ปี ที่สัตว์หายากตระกูลเดียวกับกวางได้สูญพันธุ์ไปจากผืนป่าไทยอย่าง "ละมั่ง" 1 ใน 15 สัตว์สงวนของไทย วันนี้ละมั่งใกล้สูญพันธุ์จากผืนแผ่นดินโลก ทำให้หลายประเทศมีความพยายามดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ด้วยการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทว่าต้องเผชิญกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเหล่า
มาถึงวันนี้ สยามประเทศประสบความสำเร็จในการทำ "ละมั่ง" หลอดแก้วเพศเมียตัวแรกของโลก หลังจาก องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับคณะวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักอนุรักษ์ วิจัย และการศึกษา สถาบันเอจี รีเสิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ สมิชโซเนียน จากสหรัฐอเมริกา
"นสพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์" ผู้ช่วยผู้อำนวยการอนุรักษ์ วิจัย และการศึกษา ผู้คว่ำหวอดในวงการสืบสายพันธุ์ละมั่ง เล่าว่า
ริเริ่มศึกษาโครงการวิจัยการย้ายฝากตัวอ่อนละมั่งพันธุ์พม่ามาตั้งแต่ ปี 2553 โดยใช้เทคโนโลยีทางการสืบพันธุ์ขั้นสูงเรียกว่า "การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย" (In Vitro Fertilization : IVF) หรือ การผลิตตัวอ่อนหลอดแก้ว เพื่อเป็นโครงการต้นแบบการพัฒนาละมั่งพันธุ์ไทย โดยทีมงานคุณภาพอย่าง "ภิมุข สิมะโรจน์" ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ "นสพ.สุเมธ กมลนรนาถ" ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์ วิจัย และการศึกษา "ผศ.นสพ.ดร.ธีรวัฒน์ ธาราศานิต" คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
"อ.นสพ.ดร.สิทธวีร์ ทองทิพย์ศิริเดช" คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหญิงเก่งมากความสามารถหนึ่งเดียวในทีม อย่าง "สพญ.ดร.อัมพิกา ทองภักดี" สัตวแพทย์ 6
ถึงแม้การขยายพันธุ์ละมั่งจะได้ผลดีในศูนย์เพาะเลี้ยงและสวนสัตว์ แต่เนื่องจากต้นพันธุ์ที่มีจำกัด ทำให้เกิดปัญหาการผสมเลือดชิด (inbreeding) จึงต้องมีการพัฒนาเพื่อรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ป่าไว้ เพราะไทยเป็นประเทศเดียวที่มีละมั่ง 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ไทย และสายพันธุ์พม่า ปัจจุบันเหลืออยู่ในสภาพเพาะเลี้ยงเท่านั้น
ผู้คว่ำหวอดในวงการสืบสายพันธุ์ละมั่ง เล่าถึงกระบวนการผลิตละมั่งหลอดแก้วว่า "ความยากมีทุกกระบวนการ ถ้าผิดพลาดขั้นตอนใดต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด" เปรียบเหมือนกับการต่อแก้วจากฐานขึ้นไปเป็นชั้นๆ ซึ่งมีโอกาสล้มได้ทุกขณะ ตั้งแต่เตรียมละมั่งตัวให้ไข่ กระตุ้นด้วยฮอร์โมน เพื่อเจาะเก็บไข่โดยส่องกล้องเข้าไปในท้อง
สำหรับตัวผู้ นำน้ำเชื้อมาแช่แข็งก็มีโอกาสตายได้ ถ้าไข่น้ำเชื้อคุณภาพดี เทคนิคการรีดน้ำเชื้อ การวางยาสลบ การเจาะไข่ ไม่มีปัญหา จึงนำมาผสมในหลอดทดลอง ใช้ระยะเวลาเลี้ยงตัวอ่อน 2 วัน อาจไม่เกิดการแบ่งเซลล์ เป็นแค่ไข่กับสเปิร์มที่เจาะไม่เข้าก็ได้ แต่ถ้าตัวอ่อนมีชีวิต มีการแบ่งเซลล์จาก 2 เป็น 4 แล้ว จึงใส่เข้าในปีกมดลูกหรือท่อนำไข่ กระตุ้นแม่อุ้มบุญด้วยฮอร์โมน ให้มดลูกมีความพร้อม ระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน ที่ทำหน้าที่แทนธรรมชาติ หลังจากนั้นปล่อยให้มดลูกกับตัวอ่อนปรับสภาพเองตามธรรมชาติในการตั้งท้อง
แม่อุ้มบุญอยู่กับธรรมชาติให้มากที่สุด ระยะเวลา 8 เดือนที่ตั้งท้อง ต้องปราศจากการรบกวน ความเครียดและปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงทั้งหมด เมื่อตกลูกออกมาแล้ว หนึ่งเดือนแรกจะให้แม่ดูแลลูกเองตามธรรมชาติ
"ความเครียดของสัตว์ถือเป็นปัจจัยสำคัญ ถ้าสภาพจิตไม่ดี ตัวแม่เป็นโรค มีแผลอักเสบ มีความวิตก ซึ่งลักษณะทางธรรมชาติละมั่งเป็นสัตว์ตื่น ตกใจ กระวนกระวายได้ง่าย ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมา ตัวอ่อนอาจได้รับผลกระทบ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์จึงต้องมีความแข็งแรง มีพันธุกรรมที่ดี" ผู้คว่ำหวอดในวงการสืบสายพันธุ์ละมั่ง กล่าว
ปัจจุบันได้ปล่อยละมั่งที่เกิดจากการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติคืนสู่ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นผืนป่าที่ละมั่งเคยอยู่อาศัย มีการติดวิทยุปลอกคอส่งสัญญาณหรือปลอกคอสี เพื่อติดตามและประเมินผลการใช้ชีวิตของละมั่งในป่า ปลายปีนี้จะปล่อยละมั่งที่เกิดจากการผสมเทียมคืนสู่ธรรมชาติ และอนาคตจะนำละมั่งหลอดแก้วตัวต่อๆ ไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเช่นเดียวกัน
"ปีที่แล้วมีแม่ละมั่งอุ้มบุญ 3 ตัว รับ 1 ตัว แต่คลอดลูกก่อนกำหนดตาย เนื่องจากสำลักน้ำคร่ำ ปีนี้ทีมวิจัยพัฒนาย้ายฝากตัวอ่อนสู่แม่ตัวรับ ซึ่งเป็นแม่อุ้มบุญ จนตั้งท้องและคลอดลูกละมั่งหลอดแก้วเพศเมีย" ผู้คว่ำหวอดในวงการสืบสายพันธุ์ละมั่ง
"ภิมุข สิมะโรจน์" ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเกิดจากความร่วมมือของนักวิจัยไทยและนักวิชาการระดับโลก สามารถย้ายฝากตัวอ่อนสู่แม่ตัวรับ ซึ่งเป็นแม่อุ้มบุญ จนตั้งท้องและสามารถตกลูกละมั่งหลอดแก้วเพศเมียที่มีความสมบูรณ์เป็นครั้งแรกของโลกตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา
"ปีนี้เป็นปีเฉลิมฉลอง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา องค์การสวนสัตว์ฯ ได้น้อมเกล้าฯ ถวาย และขอพระราชทานชื่อละมั่งหลอดแก้วตัวแรกของไทยและของโลกด้วย" ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าว
แม้เทคโนโลยีสามารถช่วยอนุรักษ์และรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติได้ แต่คงไร้ซึ่งประโยชน์ ถ้ามนุษย์ไม่ร่วมมือกันดูแล รักษาธรรมชาติและผืนป่าไว้ "ละมั่ง" คงเป็นสัตว์ป่าเช่นเดียวกับ "เนื้อสมัน" ที่สูญพันธุ์ไปจากโลกและประเทศไทย...
------------------------------
(เปิดใจ!! ทีมมีดหมอ ผสม'ละมั่ง'หลอดแก้วตัวแรกของโลก โดย...พิมพ์ชนก ศรเพชร)



