ไลฟ์สไตล์

ท่องเที่ยวเหนือสัมผัสอากาศหนาว

ท่องเที่ยวเหนือสัมผัสอากาศหนาว

28 พ.ย. 2554

นายก อบจ.เชียงใหม่ คาดหนาวปีนี้เงินสะพัดวันละร้อยลบ. ด้าน ผอ.ททท.แม่ฮ่องสอน เผยนักเที่ยวจองพักปายเต็มเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดเคาท์ดาวน์ไม่ต่ำกว่าแสนคน

          นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.) เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่หนาวเย็นส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว โดยขณะนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายัง จ.เชียงใหม่ เพื่อสัมผัสอากาศหนาวจำนวนมาก โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ ในส่วนของการเตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว อบจ.เชียงใหม่ ได้ตกแต่งดอกไม้เมืองหนาวทุกมุมเมือง รวมทั้งเตรียมเปิดสวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่ในปีนี้จะนำดอกทิวลิปมาลงแปลงโชว์นักท่องเที่ยวในต้นเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นการเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลปีใหม่

          สำหรับรายได้จากการท่องเที่ยว คาดว่าในปีนี้รายได้จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยระหว่างวันที่ 20 ธ.ค.54 - 10 ม.ค.55 จ.เชียงใหม่จะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่าวันละ 100 ล้านบาท ซึ่งรวมแล้วจะมากกว่า 1,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน  
 นายจิรเดช บุญมาก ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า อุณหภูมิที่ลดต่ำลง ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์น้ำค้างแข็ง หรือแม่คะนิ้ง ซึ่งสร้างความสนใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะมาพักค้างแรมเป็นอย่างมาก

          ด้านนายคณิศร แพทย์ไชโย ผู้ประกอบการค้าไม้ดอกไม้ประดับสวนหมื่นไม้ มหาอุดมทรัพย์ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากระดับน้ำในพื้นที่ภาคกลางลดลง ทำให้ประชาชนเดินทางมาหาพันธุ์ไม้ไปเพาะปลูก และตกแต่งบ้านเรือนให้กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยคาดว่าในช่วงปีใหม่จะคึกคักมาก เพราะนอกจากจะหาซื้อไม้ดอกไม้ประดับไปปลูกแล้ว ยังเป็นช่วงที่กล้วยไม้ฤดูหนาวออกดอกอีกด้วย จึงคาดว่าตลาดนับจากนี้ไปจะคึกคักมากเป็นพิเศษ

          "ช่วงนี้ไม้ดอกไม้ประดับฤดูหนาวที่นิยมคือ ดอกเบญจมาศ และดอกเยอบีร่า มีประชาชนเดินทางมาหาซื้อไปปลูก โดยเฉพาะดอกเยอบีร่า ทางร้านจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว ทำให้ช่วงนี้ต้องหามาจำหน่ายให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ที่ต้องการ สำหรับเรื่องของราคาก็มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เพราะสวนพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับหลายแห่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่ก็ปรับตัวขึ้นไม่สูงนัก"

 

'ปาย'สถานที่ยอดนิยม ถูกจองที่พักเกือบเต็ม100เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดเคาท์ดาวน์แสนคน

          นางสาวจารุวรรณ ยิ้มหิ้น นักประชาสัมพันธ์ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาสัมผัสกับอากาศหนาวที่ดอยอ่างขางอย่างคึกคัก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดวันที่ 28 พ.ย. อยู่ที่ 4 องศาเซลเซียส และคาดการณ์ว่า อุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 53 อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ติดลบ 2 - ลบ 3 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนธันวาคม ปีนี้ก็คาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะติดลบด้วยเช่นเดียวกัน

          สำหรับยอดจองห้องพักของทางสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จะแบ่งเป็น  4 แบบ คือ 1.ห้องพักขนาด 2 คน 20 หลัง ราคาหลังละ 1,440 บาทต่อคืน 2.ห้องพักขนาด 2 คน จำนวน 4 หลัง ซึ่งมีพื้นที่กว้างกว่าแบบแรก ราคาหลังละ 2,000 บาทต่อคืน 3.ห้องพักขนาด 6 คน จำนวน 6 หลัง ราคาหลังละ 2,500 บาทต่อคืน และสุดท้ายเป็นแบบหมู่คณะ รองรับได้ 47 คน เป็นบ้านหลังใหญ่ คิดราคาเฉลี่ยคนละ 400 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวจะรวมอาหารเช้าแล้ว ทั้งนี้ พบว่ามีการจองเต็มแล้วตลอดทั้งเดือนธันวาคม

          นอกจากนี้ ยังมีลานกางเต้นท์รองรับนักท่องเที่ยวได้อีกกว่า 1,000 คน หากนักท่องเที่ยวนำเต้นท์มาเองจะคิดค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่ 20 บาท หรือสามารถเช่าเต้นท์พร้อมอุปกรณ์ได้ในราคา 300-1,000 บาท สำหรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน เนื่องจากนักท่องเที่ยวหลักของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางจะเป็นคนกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบ แต่ขณะนี้กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมอาจจะไม่เดินทางมาท่องเที่ยว แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็อาจจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากการอพยพหนีน้ำท่วม

          ขณะที่นายวิศณุ อรุณบำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หลังจากอากาศที่หนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ อ.ปาย แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างประเทศ ที่นิยมและชื่นชอบบรรยากาศที่ อ.ปาย เดินทางมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งห้องพักที่มีกว่า 2,000 ห้อง ถูกจองเต็มเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว

          นอกจากนี้ แหล่งท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ ก็มีความคึกคักด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งงานเทศกาลดอกบัวตองบาน บนดอยแม่อูคอ ประจำปี 54 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ย. - 13 ธ.ค. ที่ อ.ขุนยวม พื้นที่กว่า 500 ไร่ บนความสูงกว่า 1,000 ม. ถือเป็นทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ และสวยงามที่สุดในประเทศไทย ทั้งยังได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่ต้องไปสัมผัสในเดือน พ.ย. ภายใต้โครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

          "ต้องยอมรับว่าสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ได้ส่งผลกระทบ ทำให้มีการยกเลิกการเดินทาง และห้องพักในช่วงไฮซีซั่นเป็นอย่างมาก แต่ก็มีนักท่องเที่ยวที่หนีน้ำท่วมอพยพครอบครัวเดินทางมาพักผ่อน และคลายความเครียดมาทดแทน คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาช่วงเคาท์ดาวน์เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่แม่ฮ่องสอน จะมีไม่ต่ำกว่าแสนคน ใกล้เคียงกับปี 53 หรือหากเพิ่มขึ้นน่าจะเพิ่มขึ้น 10 - 15 เปอร์เซ็นต์"

 

 

.................................

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)