ไลฟ์สไตล์

โรคร้ายทำลายปอดลูกน้อย

โรคร้ายทำลายปอดลูกน้อย

29 พ.ย. 2554

โรคปอดบวมยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกที่สำคัญ ที่เป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของเด็กทั่วโลก แม้ว่ากุมารแพทย์ทั่วโลกจะให้ความสำคัญและหาแนวทางป้องกันโรคปอดบวมอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม

 แต่อุบัติการณ์การเสียชีวิตยังคงสูงจนน่ากลัว ทั้งๆ ที่โรคปอดบวมเป็นโรคที่สามารถป้องกันด้วยวัคซีนได้แล้วส่วนหนึ่งในปัจจุบัน
 อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รวมทั้งเกิดภาวะน้ำท่วมอย่างหนัก สำหรับเด็กที่ไปเล่นน้ำหากเกิดการสำลักน้ำอาจทำให้มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปอดได้ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ ได้มากขึ้น โดยหนึ่งในโรคที่มากับฝนและน้ำท่วมที่สำคัญ ได้แก่ โรคปอดบวม และโรคระบบทางเดินหายใจต่างๆ
 โรคปอดบวมเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียร่วมกัน แต่ที่พบบ่อยที่สุด คือเชื้อไวรัส แต่โรคจะหายได้จากการที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานมากำจัดเชื้อไวรัสได้เอง
 รองลงมาคือเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย โดยพบว่าโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัสพบมากที่สุด เพราะเชื้อนิวโมคอคคัส อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด เพราะเป็นเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว และแบคทีเรียอื่นๆ อาศัยอยู่ในเยื่อบุโพรงจมูก ลำคอของคนเรา เมื่อเยื่อบุดังกล่าวถูกทำลายจากการเป็นหวัดเรื้อรัง หรือมีน้ำมูกคั่งในโพรงจมูกลูกน้อยเป็นเวลานาน ก็มีโอกาสที่เชื้อนิวโมคอคคัสก็จะหลุดเข้าสู่ร่างกายได้ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสแล้ว พ่อแม่ยังต้องระวังเชื้อแบคทีเรียเอ็นทีเอชไอ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อรุนแรงในหูชั้นกลางด้วย
 ที่สำคัญเชื้อนิวโมคอคคัสอาจจะแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ และก่อให้เกิดโรคติดเชื้อรุนแรงในอวัยวะนั้นๆ ได้ และทำลายระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เช่น โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ ซึ่งเมื่อเนื้อเยื่อปอดถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ หากรุนแรงจะทำให้ระบบหายใจล้มเหลว และทำให้เสียชีวิตในที่สุด
 นอกจากนี้เชื้อตัวนี้ยังสามารถก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือฝีในสมอง โรคติดเชื้อในกระแสเลือด โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน (หูน้ำหนวก) ได้ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรสังเกตสัญญาณความผิดปกติของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดเมื่อลูกน้อยไม่สบาย
อาการแสดงของโรคปอดบวมในเด็ก
  มีไข้ ไอ หายใจถี่และหอบ หายใจลำบากหรือมีเสียงดังวี้ดๆ หรือหายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ถ้าพบว่า เด็กมีอาการ ไข้ ไอบ่อย หรือหายใจเร็ว ให้สงสัยว่า เด็กอาจเป็นโรคปอดอักเสบ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจยืนยันและการรักษาที่ถูกต้อง หากพ่อแม่นิ่งนอนใจ ปล่อยทิ้งไว้นานเด็กอาจมีอาการหอบ หายใจลำบาก มีอาการรุนแรงมากขึ้นและอาจไม่ทันการณ์
 ดังนั้นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยการเลี้ยงดูเด็กให้มีสุขภาพแข็งแรง รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การทำร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และสอนให้เด็กรู้จักรักษาสุขอนามัยเป็นประจำ โดยเฉพาะการล้างมืออย่างถูกวิธีเป็นประจำจะช่วยลดการติดเชื้อที่สัมผัสติดมากับมือได้ รวมทั้งการใส่หน้ากากอนามัย
 นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในที่ชุมชนและสถานที่แออัดเป็นเวลานานๆ หมั่นทำความสะอาดโพรงจมูกลูกน้อย อย่าให้มีน้ำมูกคั่งเป็นเวลานาน ที่สำคัญอาจปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนไอพีดี ปอด-หูอักเสบ ที่นอกจากจะช่วยลดโอกาสเสี่ยงจากโรคปอดบวม ปอดอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคติดเชื้อในกระแสเลือดจากเชื้อนิวโมคอคคัสแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคหูชั้นกลางอักเสบที่เกิดจากเชื้อเอ็นทีเอชไอได้อีกด้วย ซึ่งสำหรับในประเทศไทยวัคซีนไอพีดี ยังเป็นวัคซีนทางเลือก โดยพ่อแม่เด็กต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าด้วยตนเอง 
ศ.พญ.อุษา ทิสยากร
นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย
ศ.เกียรติคุณ นพ.ธีรชัย ฉันทโรจน์ศิริ
ที่ปรึกษาชมรมโรคระบบหายใจ และเวชบำบัดวิกฤติในเด็กแห่งประเทศไทย