
องค์การสวนสัตว์ฯผลิตละมั่งหลอดแก้วสำเร็จ
องค์การสวนสัตว์ฯ ประสบความสำเร็จในการผลิต 'ลูกละมั่งหลอดแก้ว' ได้สำเร็จเป็นตัวแรกของโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 พ.ย.54 ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายภิมุข สิมะโรจน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ แถลงข่าวองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประสบความสำเร็จในการผลิต 'ลูกละมั่งหลอดแก้ว' ตัวแรกของโลก ภายหลังการกำเนิดของหมีแพนด้าหลินปิง เมื่อเดือน พ.ค.52 นำความยินดีมาสู่ประชาชนคนไทยหลายล้านคน และนับเป็นความสำเร็จของทีมนักวิจัยจากสวนสัตว์ไทย ในการผลิตลูกหมีแพนด้าด้วยเทคนิคการผสมเทียมได้สำเร็จเป็นประเทศที่ 4 ในโลก คำถามว่า ทำไมสวนสัตว์ไม่ทำการอนุรักษ์ และวิจัยสัตว์ป่าไทยบ้าง ในความจริงแล้ว องค์การสวนสัตว์ได้เน้นการวิจัยสัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าหายากของไทยมาโดยตลอด อาทิ ช้างไทย , เลียงผา , กวางผา , สมเสร็จ , เก้งหม้อ , นกกระเรียนไทย และละมั่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าสำคัญของไทยมิให้สูญพันธุ์
โครงการวิจัยและอนุรักษ์ละมั่ง เป็นโครงการต้นแบบที่บูรณาการ ทั้งการวิจัยในห้องปฏิบัติการ สวนสัตว์ และสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า ตลอดจนการนำคืนสู่ป่าธรรมชาติ และการติดตามจัดการประชากรละมั่ง ที่เป็น 1 ใน 15 สัตว์ป่าสงวนของไทย และเป็นสัตว์ป่าตระกูลกวางที่มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ โดยไม่มีเหลืออยู่ในธรรมชาติของประเทศไทยมากว่า 50 ปี เนื่องจากการถูกล่า และถูกบุกรุกพื้นที่ป่า ในประเทศไทยเคยมีละมั่ง 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ไทย (Rucervus eldii siamensis) และพันธุ์พม่า (Rucervus eldiithamin)
โดยทั้งสองชนิดสูญพันธุ์จากธรรมชาติ และมีเหลืออยู่ในสภาพการเพาะเลี้ยงเท่านั้น แม้ว่าละมั่งจะสามารถขยายพันธุ์ได้ดีในสวนสัตว์ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า และสวนสัตว์เอกชน แต่เนื่องจาก มีต้นพันธุ์อยู่อย่างจำกัด จึงเกิดปัญหาการผสมเลือดชิด (inbreeding) และต้องพัฒนาให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรม เพื่อการดำรงประชากรอย่างยั่งยืน เทคโนโลยีทางการสืบพันธุ์ ได้แก่ การเก็บเชื้ออสุจิแช่แข็ง การผสมเทียม การปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (in vitro fertilization : IVF) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาความไม่สมบูรณ์ของพันธุ์ และรักษาพันธุกรรมดีของสัตว์ป่าไว้ให้ยั่งยืน นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ช่วยผลิตลูกสัตว์จากไข่ (โอโอไซต์) และตัวอสุจิแช่แข็งจากสัตว์ที่ตายแล้วด้วย
องค์การสวนสัตว์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มศึกษาการใช้เทคโนโลยีการผสมเทียมในละมั่ง จนนำไปสู่ความสำเร็จในการผลิตลูกละมั่งจากการผสมเทียม เมื่อวันที่ 14 ก.พ.52 จำนวน 1 ตัว โดยปัจจุบันอายุ 2 ปี 8 เดือน และมีแผนการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในปลายปีนี้ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสเจริญพระชนมายุครบ 84 พรรษา นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกอันน่าภาคภูมิใจ ของกระบวนการวิจัยเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าหายากของไทยไม่ให้สูญพันธุ์
ในปี พ.ศ.2553 องค์การสวนสัตว์ ร่วมกับพันธมิตรทางวิชาการ ได้พัฒนาการวิจัยต่อยอดในการใช้เทคโนโลยีทางการสืบพันธุ์ขั้นสูง ในการผลิตตัวอ่อนของละมั่งพันธุ์พม่า เพื่อเป็นต้นแบบละมั่งพันธุ์ไทย ด้วยวิธีการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย (ผลิตตัวอ่อนหลอดแก้ว หรือ ไอวีเอฟ - in vitro fertilization : IVF) ซึ่งการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาของตัวอ่อนละมั่งพม่า และตรวจสอบความสำเร็จในการตั้งท้องของละมั่งอุ้มบุญ ภายหลังการย้ายฝากตัวอ่อน จนประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในการผลิตตัวอ่อนละมั่ง 'ระยะบลาสโตซีส' ที่เกิดจากการปฏิสนธิภายนอกร่างกาย ซึ่งเกิดจากการเจาะไข่ (โอโอไซต์) จากรังไข่ของละมั่งที่ได้รับการกระตุ้นให้มีการพัฒนาของฟอลลิเคิล และเลี้ยงร่วมกับตัวอสุจิจากการแช่แข็ง ได้เป็นครั้งแรกของโลก เมื่อวันที่ 30 มี.ค.53 และได้ย้ายฝากตัวอ่อนเข้าสู่ท่อนำไข่ของแม่ละมั่งอุ้มบุญ จำนวน 3 ตัว ในครั้งที่ 1 ณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ผลการวิจัยพบว่าแม่ละมั่งอุ้มบุญ จำนวน 2 ใน 3 ตัว (66.7%) ตั้งท้อง แต่คลอดลูกตายก่อนกำหนด (อายุการตั้งท้อง 7 เดือน 2 สัปดาห์) ผลการตรวจซีรั่มพบว่า แม่ละมั่งอุ้มบุญทุกตัว ไม่มีการติดเชื้อ , โรคติดต่อที่อาจทำให้เกิดการแท้งแต่อย่างใด ผลทางจุลพยาธิวิทยา ระบุว่า ลูกละมั่งตายจากสาเหตุการสำลักน้ำคร่ำ (amniotic aspiration pneumonia) ซึ่งอาจเกิดจากกระบวนการคลอดในเดือน ก.พ.54 ที่ผ่านมานี้
ทางคณะทีมงานวิจัยได้พัฒนากระบวนการต่าง ๆ ทั้งการวางยาสลบ การเหนี่ยวนำวงรอบ การเป็นสัด และการผลิตตัวอ่อน สามารถย้ายฝากตัวอ่อนสู่แม่ละมั่งอุ้มบุญ ทั้งหมด 8 ตัว พบว่า แม่ละมั่งอุ้มบุญจำนวน 1 ตัวตั้งท้อง และสามารถคลอด 'ลูกละมั่งหลอดแก้ว' เพศเมียที่มีความสมบูรณ์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก เมื่อวันที่ 17 ต.ค.54 ผลงานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ เพื่อการประยุกต์เทคโนโลยีทางการสืบพันธุ์ในการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์สามารถกระจายพันธุกรรมดีหรือหายาก และช่วยรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งในอนาคตจะนำมาใช้กับละมั่งพันธุ์ไทยที่ใกล้สูญพันธุ์
ความสำเร็จในระดับโลกขององค์การสวนสัตว์ในทศวรรษแห่งความหลากหลายสำหรับทางชีวภาพนี้ เกิดจากทีมงานวิจัยองค์การสวนสัตว์ นำโดย น.สพ.สุเมธ กมลนรนาถ , น.สพ.ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ และสพ.ญ.ดร.อัมพิกา ทองภักดี ทีมงานสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ได้แก่ ผศ.น.สพ.ดร.ธีรวัฒน์ ธาราศานิต คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , อ.น.สพ.ดร.สิทธวีร์ ทองทิพย์ศิริเดช คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , Dr. Debra Berg สถาบัน Ag Research ประเทศนิวซีแลนด์ และ Dr. Pierre Comizzoli จาก Smithsonian Conservation Biology Institute ประเทศสหรัฐอเมริกา
นายภิมุข กล่าวว่า การถือกำเนิดของลูกละมั่งหลอดแก้ว นับเป็นหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์การวิจัย และอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์ไทย และพันธมิตรทางวิชาการระดับโลก ทำให้ศักยภาพของไทยเป็นที่รู้จัก และยอมรับในระดับนานาชาติ
"ประชาชนคนไทยจะให้ความรักความเมตตากับละมั่งหลอดแก้วตัวแรกของโลก ไม่เพียงเพราะว่า ละมั่ง คือสัตว์ป่าสงวนของไทย ซึ่งเราต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ แต่ยังเป็นเพราะงานวิจัยนี้เป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของทีมนักวิทยาศาสตร์ไทยอีกด้วย ผมไม่อยากเห็นสัตว์ป่าไทยต้องประสบชะตากรรมเหมือน 'เนื้อสมัน' ที่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้อย่างถาวร และเนื่องด้วยปีนี้เป็นปีแห่งการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษา องค์การสวนสัตว์ ซึ่งเป็นองค์การในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอถือโอกาสนำความภาคภูมิใจ และความสำเร็จในครั้งนี้ร่วมเฉลิมฉลองในวาระอันเป็นมงคลดังกล่าวนี้ด้วย"



