
บูเช็คเทียน 35-36 // ** 27771697 **
11 ธ.ค. 2551
บูเช็คเทียน 35-36 // ** 27771697 **
ตอน 35
หลังจากเจิ้งสูลอบปลงพระชนม์ฮองเฮาอู่จ้าวไม่สำเร็จ และถูกจับตัวไว้ เมื่อฮองเฮาทรงทราบว่าเจิ้งสูยังมีชีวิตอยู่ จึงเข้าไปดูและได้เห็นเจิ้งสูขับกล่อมลูกอย่างไพเราะ จึงพอพระทัยและจะรับลูกเจิ้งสูไว้อุปการะ
"ซั่งกวนเจิ้งสูคุกเข่า เจิ้งสู ยังไม่รีบคุกเข่ารับเสด็จ"
"ฮองเฮา เจิ้งสู มีโทษสมควรตาย ฮองเฮาทรงโปรด เห็นแกหว่านเอ๋อยังเล็ก ฮองเฮาโปรดเมตตา ไว้ชีวิตให้กับหว่านเอ๋อด้วยเถอะ ฮองเฮา"
อู่ถวนเอ๋อออกคำสั่ง "จับเจิ้งสูไป"
"ฮองเฮา ไว้ชีวิตซั่งกวนหว่านเอ๋อ อย่าทำร้ายหว่านเอ๋อของข้า ท่านอย่าฆ่าลูกข้า"
"เจ้าบังอาจนัก"
"หว่านเอ๋อ ลูกรักของแม่ ขึ้นเขาไปชมดอกไม้ บุบฝาแดงสดสวย ทิ้งเงาเป็นขนนกพริ้ว"
"บังอาจยิ่งนัก ยังไม่ก้มหัวให้ฮองเฮาขอความตาย"
"บุบฝาแดงสดสวย ทิ้งเงาพลิ้วราวขนนก"
"ลูกสะใภ้ของซั่งกวนอี๋ไม่ธรรมดาจริงๆ แม้แต่เพลงกล่อมเด็ก ก็ยังมีความเป็นซั่งกวนถี่อยู่อีก" ฮองเฮาอูตรัส
อู่ถวนเอ๋ออึ้ง "ฮองเฮา"
"ทิ้งเงาพลิ้วราวขนนก ดี ดี ยอดมากๆ นางแอ่นแหงนมองตะขอหยก ผ้าใหม่ทิ้งเงาพริ้วราวขนนก นี่เป็นวลีดังจาก "หย่งฮั่วจั่ง" ของซั่งกวนถี่ เจ้าแค่มาดัดแปลงเล็กน้อย ก็กลายเป็นเพลงกล่อมเด็กที่จำได้ ซั่งกวนเจิ้งสู เจ้าไม่ได้ทำให้ข้าต้องผิดหวังเลย ประเทศจีนตั้งมาหลายพันปี เป็นประเทศที่มีอารยธรรม ยิ่งใหญ่โด่งดังไปทั่วโลก ตราบจนถึงต้าถังเรา ไยจะมีเพียงโบราณสถาน แต่ไม่มีซั่งกวนถี่ที่ตกทอดเป็นพันปี เจ้านำเอาวลีดังจากซั่งกวนถี่ ปรับเป็นคำร้องที่จำได้ง่าย อีกทั้งการชี้แนะอบรมซั่งกวนหว่านเอ๋อ เห็นได้ว่าอีกไม่นานนัก พอทารกหญิงในอ้อมกอดนี้ เติบโตเป็นสาวน้อยสะพรั่ง ซั่งกวนถี่ ก็จะได้รับการสืบทอด พัฒนา เผยแพร่ออกไป"
เจิ้งสูดีใจ "ทรงจะให้ซั่งกวนหว่านเอ๋อ เติบโตเป็นสาวสะพรั่งจริงๆ หรือ"
"ไม่เพียงหวังให้นางเติบโตเป็นสาวสะพรั่งในเร็ววัน ยังหวังอีกว่าข้างกายข้า นอกจากบ่าวผู้ซื่อสัตย์เช่นอู่ถวนเอ๋อนี้แล้ว ยังมียอดหญิงเช่นเซี่ยเหยาหวน แล้ว ยังมีนักปราชญ์หญิงในวังต้าถัง ไม่เพียงแต่จะสืบสานซั่งกวนถี่ ทั้งยังพัฒนาซั่งกวนถี่ให้ยิ่งใหญ่ขึ้นได้"
"สิ่งที่ฮองเฮาทรงตรัส เป็นความจริงจากใจหรือ"
อู่ถวนเอ๋อดุ "หุบปากนะ เดี๋ยวเถอะ"
"อู่ถวนเอ๋อ นี่เป็นฮูหยินน้อยซั่งกวนนะ"
"ฮึ นางบุกวังลอบปลงพระชนม์ มีโทษสมควรตาย"
"ฮองเฮา ข้ามีโทษลอบปลงพระชนม์จริงๆ สมควรตายอยู่แล้ว ขอแต่เพียงฮองเฮา เห็นแก่การสืบสานต่อซั่งกวนถี่ ให้หว่านเอ๋อ ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ด้วย"
"ฮองเฮา ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ปล่อยให้สองแม่ลูกอยู่รอดจนถึงวันนี้ แต่ความจริงได้พิสูจน์ว่า เจ้าเป็นคนที่ไม่รู้จักคุณคน หากไม่กำจัดภัยร้าย วันหนึ่งข้างหน้า นางจะสร้างความเดือดร้อน"
"ฮองเฮาหม่อมฉันทูลขอฮองเฮา"
"ลุกขึ้น ฮูหยินน้อยซั่งกวน"
"หม่อมฉัน มีโทษสมควรตาย"
"ซั่งกวนอี๋ ซั่งกวนถิงจือ แล้วก็ตระกูลซั่งกวนเก้าชั่วคน ล้วนต้องโทษเพราะข้า ล้วนหลั่งเลือด นองซีซือเพราะข้า"
"ตระกูลซั่งกวนสมควรได้รับโทษ ใครก็ตามที่มีเลือดมีเนื้อ ย่อมต้องไม่มีวันลืม ที่จะล้างแค้นแน่" อู่ถวนเอ๋อกล่าว
"ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับซั่งกวนหว่านเอ๋อ" เจิ้งสูทูล
"ข้ากลับชื่นชม ในการแบ่งแยกบุญคุณ ความแค้นของเจ้า และไม่กลัวความยิ่งใหญ่ของศัตรู มุ่งมั่นแก้แค้นให้ครอบครัวเช่นนี้ของเจ้า"
"ฮองเฮายังจะชมนาง นักโทษผู้นี้"
"หรือให้ไปชมคนที่เป็นเหมือนไม้เลื้อย กระดิกหางร้องขอความสงสารจากศัตรูหรือ" ฮองเฮาอู่รับสั่งพร้อมมองอู่ถวนเอ๋อ
"ฮองเฮา ข้าช่างสายตาคับแคบมองไม่เห็นภูเขาใหญ่จริงๆ เมื่อเทียบกับน้ำพระทัยของฮองเฮาแล้ว ข้าทำให้ ตระกูลซั่งกวนต้องอับอายจริงๆ"
"รีบพยุงฮูหยินน้อยซั่งกวน"
แต่อู่ถวนเอ๋อกลับสั่ง "ขวางนางไว้"
ฮองเฮาอู่รับสั่งว่า "เจ้าตัดใจยอมทิ้งลูกสาว ที่น่ารักเช่นนี้ได้จริงๆ หรือ หืม"
"แต่ข้า มีโทษไม่อาจให้อภัยได้"
"ข้ามีราชโองการอภัยโทษให้นานแล้ว"
"แต่ว่าข้าทำผิดครั้งใหม่อีก"
"นั่นมิใช่ความผิด หากซั่งกวนถี่ต้องมาขาดหายไปเพราะเจ้า เช่นนั้นข้าจะลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่นอน"
อู่ถวนเอ๋อจะไม่ยอม "ฮองเฮา"
"อู่ถวนเอ๋อ"
"เพค่ะฮองเฮา"
"นับจากนี้ไป ข้าให้เจ้ามาที่เรือนของฮูหยินซั่งกวนแม่ลูกบ่อยๆ"
"แน่นอนเพค่ะ"
"มาที่นี่บ่อยๆ คอยดูแลการกินการอยู่ของสองแม่ลูก หืม หึๆ อืม โดยเฉพาะซั่งกวนหว่านเอ๋อ อย่าให้นางต้องฝืนใจแม้แต่น้อย ต้องให้นางเติบใหญ่เป็นหญิงที่เก่งกาจ อ่านออกเขียนได้ดังเช่นปู่ เหมือนซั่งกวนอี๋ปู่ของนาง หน้ารูปไข่หัวโตๆ โตขึ้นเจ้าต้องฉลาดแน่ๆ ไป อู่ถวนเอ๋อ"
จบตอน 35
บูเช็คเทียน 36
ฮองเฮาอู่จ้าวพยายามสร้างไมตรีกับ 3 เมือง เจิ้งโจว ทงโจว ผังโจว ส่งทหารไปช่วยชาวบ้านทำไร่นา ทางชายแดน โดยมีแม่ทัพใหญ่หลี่จี้และแม่ทัพน้อยหลี่จิ่งเย่คอยดูแล
หลี่จี้กล่าวว่า "แม่ทัพทั้งหลาย ตามรายงานจากสายสืบ หลี่จ้วนมาที่แนวรบเจิ้งโจวด้วยตัวเอง สั่งให้ทหาร กลิ้งไม้โยนหินยิงธนู ใส่ทหารที่ทำนาของเรา แม้จะไม่มีคนตาย เป็นการกระทำที่อุกอาจ ทำให้ไร่นาเสียหาย พวกท่านคิดว่า เราควรจะโต้ตอบยังไง"
หลี่จิ้งเย่เสนอว่า "แม่ทัพใหญ่ เราช่วยประชาชนทำนา มานาน 3 เดือน เป็นการแสดงความจริงใจของราชสำนัก หัวหน้ากบฎหลี่จ้วน ยังดื้อด้าน เราควรจะโจมตีกลับ ถือโอกาสบุกเข้าไป ให้ได้ชัยชนะ"
"แม่ทัพน้อยหลี่จิ้งเย่พูดถูก เราควรถือโอกาส บุกโจมตี"
แม่ทัพอีกคนก็เห็นด้วย เฉินจื้ออั๋งแทรกว่า "แม่ทัพใหญ่ เฉินจื้ออั๋ง มีเรื่องจะรายงาน"
"ว่ามา"
"ที่บอกว่า หลี้จ้วนมาแนวรบเจิ้งโจวด้วยตัวเอง แสดงว่า กองทัพเจิ้งโจว ถูกบีบบังคับ จึงได้ทำการขับไล่กองทัพเรา แม้เรื่องจะลุกลาม แต่ก็ไม่มีคนตาย การกลิ้งไม้ โยนหินยิงธนู ส่วนมากจะโยนเข้านาที่ไม่มีคน แสดงว่า ทหารเจิ้งโจวอยกสงบศึกสงคราม ราชสำนัก ย้ำแนวทางการ ให้เจรจาทำการสงบศึก ข้าน้อยคิดว่า ควรใช้ นโยบายต่อไป ไม่ควรเปิดศึก"
หลี่จี้เข้าใจ แต่หลี่จิ้งเย่บอกว่า "โอกาสมาถึงมือแล้ว หากพลาดแล้วพลาดพลั้ง จะกราบทูลฮ่องเต้อย่างไร"
ซินเหอลี่เห็นด้วย "แม่ทัพน้อยหลี่จิ้งเย่พูดถูกต้องแล้ว แม่ทัพใหญ่โปรดออกคำสั่งเปิดศึก"
"เซี่ยเหยาหวนเห็นว่า ใต้เท้าเฉิน เข้าใจความสำคัญ แนวทางของราชสำนักอย่างลึกซึ้ง จึงเสนอแนะถูกต้อง แม่ทัพใหญ่ โปรดให้ความสำคัญการเจรจาอย่าเปิดศึกง่ายดาย"
หลี่จิ้งเย่ค้าน "โอกาสมาแล้ว แม่ทัพใหญ่โปรดออกคำสั่ง"
แม่ทัพสองคนสนับสนุนหลี่จิ้งเย่ "แม่ทัพใหญ่โปรดออกคำสั่ง"
"แม่ทัพใหญ่ หากประกาศเปิดศึก การเจรจาที่ทำมาหลายเดือน ก็เสียเปล่าหมด"
"ใช่ หากทำเช่นนั้น มิทำให้แผนการของฮองเฮา ที่ยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชน เพื่อให้ 3 เมืองสงบสุขต้องล้มเหลวหรือ"
"หุบปาก ต้าถังของเรา มีฮ่องเต้แซ่หลี่แม่ทัพแซ่หลี่ เราสามกองทัพรับคำสั่งฮ่องเต้ ปราบปรามสามเมือง ย่อมต้องถือพระบัญชาเป็นสำคัญ ยัยต้องฟังความเห็นของสตรี จนเสียงานของบ้านเมือง แม่ทัพใหญ่ โปรดทำตามคำขอของนายทหาร ออกคำสั่งเปิดศึก"
"แม่ทัพใหญ่ แนวทางในการปราบกบฏ ผ่านการอนุมัติของฮ่องเต้แล้วเช่นกัน จะทำการฝ่าฝืนไม่ได้เป็นอันขาด" เซี่ยเหยาหวนว่า
หลี่จิ้งเย่โมโห "เจ้าจะเข้าใจแนวทางการรบอะไร มีคำพูดว่าแม่ทัพออกศึกอาจไม่รับคำสั่งกษัตริย์ ได้กลศึกที่ตายตัว จะทำเสียโอกาสรบได้อย่างไร"
หลี่จี้หัวเราะขึ้น "แม่ทัพตระกูลหลี่เรา มีลูกเสืออยู่จริงๆ"
เซี่ยเหยาหวนกับเฉินจื้ออั๋งมองหลี่จี้ "แม่ทัพใหญ่"
ตี๋เหยินเจี๋ยปรามว่า "จื่ออั๋ง เหยาหวน ไม่ต้องร้อนใจ ในใจของแม่ทัพใหญ่มีแผนการไว้แล้ว ที่ตั้งคำถามก็เพียงแค่อยากทดสอบเด็กหนุ่มสาวรุ่นใหม่อย่างพวกเจ้า"
"ข้าจะเดินทัพเปิดศึก ยัยต้องขอความเห็นจากหนุ่มสาวที่อ่อนหัดด้วย" หลี่จิ้งเย่ว่า
"หลี่จิ้งเย่ เจ้าอย่าลืมนะ ตอนที่ปู่เจ้ากลายเป็นแม่ทัพต่อต้านสุย อายุแค่ 25 เองนะ"
หลี่จิ้งเย่กล่าว "ขอรับ"
"พวกเจ้าจำได้ไหมว่า ตอนนั้นฮ่องเต้ไท่จงพลาดท่า ตอนไปปราบเหลียวตงและ สิ่งที่ทรงเจ็บปวดพระทัยอย่างมากที่สุดคืออะไร"
เฉินจื้ออั๋งตอบว่า "ฮ่องเต้ไท่จงกล่าวว่า รู้ทั้งรู้ ว่าไม่ใช่โอกาสที่ดี ในการปราบปรามเหลียวตง ทำไมถึงไม่มีใคร กล้าบอกข้าเหมือนขุนนาง อย่างเช่นเหว่ยเจิ้งนะ"
"ท่านปู่"
"เฮ่ย เจ้าต้องเข้าใจ ปู่เป็นทหารที่เคยผ่านศึกเหลียวตงเป็นศึกใหญ่ที่ดุเดือดและน่าอนาถมาแล้ว เป็นขุนนางที่ได้ยินการทอดถอนใจของฮ่องเต้ไท่จงเองกับหู"
"แต่ว่าท่านปู่ ท่านก็ควรจะรู้ว่าเทียบกับตอนนี้ สถานการณ์ต่างกันอย่างมาก"
"แน่นอน แค่กบฏ 3 เมือง จะมาเทียบกับศึกเหลียวตงได้อย่างไร"
"ทหารชาวบ้าน 3 เมือง ล้วนเป็นคนของต้าถัง โจรกบฏ มีแค่พวกหลี่จ้วนไม่กี่คนเท่านั้น"
หลี่จี้หัวเราะ "น่าเสียดาย ทำไมเจ้าเป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่ง หากเป็นลูกหลานข้าจะดีสักแค่ไหน ข้าจะเอาวิชาทั้งหมด ถ่ายทอดให้แก่เจ้า ดี ให้ทหารช่วยทำนา ถอนกำลังกลับค่ายใหญ่"
"แม่ทัพใหญ่"
หลี่จี้หัวเราะ "หลี่จ้วนคนนี้ คิดจะยั่วโมโหข้ายังอ่อนหัดนัก ถอนกำลัง ผู้ใด ขัดขืนฆ่า"
เซี่ยเหยาหวน ตี๋เหยินเจี๋ยและเฉินจื้ออั๋ง "ขอรับ"
แต่หลี่จิ้งเย่ขัดคำสั่งโดยจะทำสงคราม แม่ทัพใหญ่จึงสั่งประหารหลี่จิ้งเย่ ผู้เป็นหลานของตน หลี่เฉิงเข้ามาห้ามไว้
"ใต้เท้าหลี่เฉิง ท่านค่อยๆ ฟังว่าหลี่จิ้งเย่พูดอย่างไร ก็จะเข้าใจว่าทำไมข้า ต้องฆ่าเขา"
"หลี่จิ้งเย่ถูกลงโทษตามกฎทหาร เพราะปู่ข้าเป็นผู้นำการปราบกบฏ"
"เขา เป็นแม่ทัพใหญ่ เพราะอะไรต้องลงโทษเจ้าตามกฎทหาร" หลี่เฉิงถาม
"ฮึ ปู่ข้าจะใช้ศีรษะข้า เพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง ได้ยินมานานว่าแม่ทัพใหญ่ คุมทัพเข้มงวด ยึดมั่นในกฎ วันนี้ได้เห็นแล้ว"
"หลี่จิ้งเย่ ตอบคำถาม ใต้เท้าหลี่เฉิงว่าเพราะอะไร"
หลี่จิ้งเย่อึกอัก "ก็เพราะว่า เพราะว่า"
หลี่จี้สวนทันควัน "รีบพูด"
"ไม่ฟังคำสั่ง ออกรบโดยพลการ มีโทษประหาร"
"เหตุนี้เอง"
หลี่จี้สั่ง "ลงทัณฑ์"
เซี่ยเหยาหวนห้ามว่า "แม่ทัพใหญ่โปรดช้าก่อน แม้หลี่จิ้งเย่จะฝ่าฝืนคำสั่ง แต่โทษไม่ถึงตาย"
"ผู้ใดที่ฝืนคำสั่ง อภัยให้ไม่ได้ ถอยไป ประหาร"
สวีเหยินกุ้ยช่วยกล่อม "แม่ทัพใหญ่โปรดเมตตาละเว้น สวีเหยินกุ้ย ขอรับรองให้กับแม่ทัพน้อย โปรดไว้ชีวิต ทำคุณไถ่โทษ"
ซินเหอลี่ช่วยพูดต่อ "แม่ทัพใหญ่ ข้าขอเป็นประกัน"
"ข้าก็ขอเป็นประกัน"
"ท่านแม่ทัพ โปรดลุกขึ้น โปรดลุกขึ้น ในกองทัพต้าถังเรา ปกป้องนักโทษตาย มีโทษสถานเดียว สวีเหยินกุ้ย ชีซินเหอลี่ พวกเจ้านึกว่าข้าไม่กล้าลงโทษพวกเจ้าสถานเดียวกันใช่ไหม ออกไป ฮืม์ แก้มัด หลี่จิ้งเย่ ก็เพราะว่าปู่ เป็นแม่ทัพใหญ่ต้าถัง ถึงได้ลงโทษเจ้าตามกฎทหาร เจ้าคิดว่า หากไม่ฟังคำบัญชาการของปู่ ออกรบโดยพลการ คงจะทำให้ 3 เมือง ตกอยู่ในไฟสงครามไปแล้ว แนวทางเจรจาของฮองเฮา ก็ต้องสลายกลายเป็นควัน ทั่วหล้าก็จะตกอยู่ในสภาวะสงครามพราะความผิดของเรา เอาเหล้ามา หลี่จิ้งเย่ พวกเราชาวตระกูลหลี่ ไม่รักตัวกลัวตาย ดื่มให้ครบ 3 จอก สละชีพเพื่อชาติเถอะ เฮ่อ"
"ท่านปู่ หลานทำตามคำสั่งท่านปู่ ฮ่า เหล่าพี่น้อง ไปกันเถอะ"
เซี่ยเหยาหวนรีบเรียก "แม่ทัพใหญ่ช้าก่อน"
"เซี่ยเหยวหวน เจ้าคิดจะห้ามหรือ"
แม่ทัพเจิ้งโจวกล่าวว่า "แม่ทัพใหญ่ ท่านใช้กฎไม่เหมาะสม กำหนดโทษหนักเกินไป จึงได้เข้ามาห้าม"
"ฮึ เซี่ยเหยาหวน ข้าบอกเหตุผลประหารหลี่จิ้งเย่อย่างชัดเจน กำหนดโทษหนักยังไง"
"แม้หลี่จิ้งเย่จะฝ่าฝืนคำสั่ง ออกรบโดยพลการ หากไม่มีข้าศึกที่ลอบโจมตีแล้วหนีไป เขาจะนำทหารตามไล่ จนกลายเป็นขัดคำสั่งของท่านเหรอ"
"หลี่จิ้งเย่ออกรบ ก็เพื่อตามฆ่าศัตรู ที่ลอบเข้าค่าย มิใช่เปิดศึกกับเจิ้งโจวเรา"
"คำสั่งก็คือคำสั่ง ไม่มีข้อยกเว้น ประหาร" หลี่จี้ยังยืนยันคำเดิม
"เอ่อๆ แม่ทัพใหญ่ โปรดอภัยโทษด้วย"
"แม้หลี่จิ้งเย่ มาที่กำแพงเมืองเจิ้งโจวเพื่อตามล่าข้าศึก แต่สร้างปัญหาให้กับแผนเจรจาของต้าถัง อภัยไม่ได้ ประหาร"
"ช้าก่อน"
ตี๋เหยินเจี๋ยรีบบอกเช่นกันว่า "เฉินจื้ออั๋ง อย่าวู่วาม"
"แม่ทัพใหญ่กำหนดโทษหนักเกินไป"
"กฎทหารเข้มงวดยิ่ง"
"แต่หลี่จิ้งเย่มีสมควรตาย"
หลี่จี้สั่ง "เซี่ยเหยาหวน ข้าพูดไปแล้ว รีบเก็บกระบี่ถอยไปซะ"
(จบตอน 36)



