ไลฟ์สไตล์

ไอพีวี6อินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่ไม่ไกลเกินฝัน

ไอพีวี6อินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่ไม่ไกลเกินฝัน

27 พ.ย. 2554

ตามหลักอุปสงค์-อุปทาน ที่เป็นแก่นของวิชาเศรษฐศาสตร์นั้น

                ตามหลักอุปสงค์-อุปทาน ที่เป็นแก่นของวิชาเศรษฐศาสตร์นั้น สามารถอธิบายตรรกะที่ทำให้โดเมนเนม (ชื่อเว็บไซต์) "Sex.com" เป็นชื่อเว็บไซต์ที่ "แพงที่สุดในโลก" โดยมีผู้ซื้อชื่อเว็บไซต์ sex.com ในปี 2549 ไปด้วยราคาสูงถึง 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นตัวเลขเงินบาทก็ราวๆ 360 ล้านบาทเท่านั้นเอง

                เหตุผลที่ทำให้ชื่อเว็บไซต์ sex.com มีราคาสูงที่สุดในโลก ก็เนื่องจากเป็นคำที่ติดปาก จดจำได้ง่าย และมีผู้ต้องการใช้ชื่อนี้สำหรับเว็บไซต์ของตนเองเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เมื่อมีอุปสงค์ (ความต้องการในการซื้อ) ระดับสูง แต่มีอุปทาน (ความต้องการในการขาย) น้อยมากถึงมากที่สุด เพราะเป็นชื่อที่มีเพียงชื่อเดียวสำหรับเว็บไซต์เพียงแห่งเดียวในโลกอินเทอร์เน็ตที่อ้างอิงระบบจัดการแอดเดรสแบบ IPV4 ที่รองรับเว็บไซต์จำนวน 4,096 ล้านเว็บไซต์ ซึ่งนั่นทำให้ sex.com เป็นชื่อเว็บไซต์ที่มีราคาแพงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

                แต่ถ้ามองถึงอนาคตข้างหน้าของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ที่ใช้การอ้างอิงแอดเดรส (หรือพูดง่ายๆ ที่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต) แบบ IPV6 (Internet Protocal Version 6) ที่จะมีจำนวนแอดเดรสซึ่งอ้างอิงระบบนี้ได้สูงสุดมากกว่า แสนล้านล้านแอดเดรส จากการขยายส่วนบิตที่ใช้อ้างอิงจาก 32 เป็น 128 บิตในระบบ IPV6

                ตามหลักแล้ว คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักและเข้าใจภาษามนุษย์แม้แต่คำเดียว คอมพิวเตอร์ระบบดิจิทัลจะรู้จักแค่ ตัวเลข 0 กับ 1 และกลุ่มของตัวเลข 0 กับ 1 ที่จัดเรียงกันเป็นรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลออกมาเป็นภาพ เสียง หรือ ผลการคำนวณต่างๆ ดังนั้นชื่อเว็บไซต์เช่น www.yahoo.com หรือ www.google.com และเว็บไซต์ทุกเว็บจึงต้องถูกแทนที่ด้วยตัวเลขแอดเดรส ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มตัวเลข ตั้งแต่ 0.0.0.0 ถึง 255.255.255.255 เพื่อใช้อ้างอิงเป็นแหล่งที่อยู่ในระบบอินเทอร์เน็ตที่โปรแกรมท่องเว็บต่างๆจะรับรู้ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งเว็บนั้นได้อย่างถูกต้อง

                อย่างไรก็ตาม จากการเติบโตของเว็บไซต์และอุปกรณ์เคลื่อนที่ (และเคลื่อนที่ไม่ได้) ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ตู้เย็นอัจฉริยะที่สามารถติดต่อกับเว็บไซต์ของห้างสรรพสินค้าเพื่อสั่งซื้อสินค้าได้โดยตรง แม้กระทั่งรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตเพื่ออ้างอิงตำแหน่งบนโลก หรือติดต่อกับศูนย์บริการให้ความช่วยเหลือ (เช่น บริการ Roadside assistance ของบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส ในสหรัฐอเมริกา) ทำให้ทรัพยากรหรือจำนวนแอดเดรสในระบบ IPV4 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเหลือน้อยลงเต็มที ทำให้ผู้รับผิดชอบการแบ่งปันทรัพยากรอินเทอร์เน็ตระดับโลก อย่าง ไอคานน์ (ICAAN : Internet Corporation for Assigned Names and Numbers) ต้องคิดค้นหาวิธีเพิ่มจำนวนแอดเดรสบนโลกอินเทอร์เน็ตเพื่อรองรับและเท่าทันกับการขยายตัวของการใช้งานทรัพยากรอินเทอร์เน็ต

                ทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้คือ การเปลี่ยนระบบอ้างอิงแอดเดรสสู่ระบบ IPV6 ที่ใช้การอ้างอิงที่อยู่แบบ 128 บิต ที่ในเชิงทฤษฎีแล้วจะสร้างแอดเดรสได้มากกว่าแสนล้านล้านแอดเดรส และมีการนำระบบ IPV6 มาใช้งานกันแล้วในหลายประเทศ และที่สำคัญ เริ่มมีการจับจองทรัพยากรแอดเดรสบนอินเทอร์เน็ตในระบบ IPV6 กันอย่างคึกคักแล้วอีกด้วย

                จากการศึกษาของบริษัท เมชชัวร์เมนท์ แฟคทอรี ที่ได้ใช้ซอฟต์แวร์สุ่มตรวจสอบแอดเดรส และพบว่า จำนวนผู้ใช้ที่จดทะเบียนเว็บไซต์นามสกุล .com .net และ .org ที่สนับสนุนระบบ IPV6 ในเดือนตุลาคม ที่ผ่านมานั้นเพิ่มขึ้นถึง 1,900% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

โดยผู้ใช้ที่จับจองเป็นเจ้าของทรัพยากรอินเทอร์เน็ตยุคใหม่มากที่สุดได้แก่ ชาวฝรั่งเศส อเมริกัน และ เช็ก ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เว็บไซต์นามสกุล .com .net และ .org ขณะที่ชาวเอเชียยังไม่ค่อยให้ความสนใจกับอินเทอร์เน็ตยุคใหม่นี้เท่าใดนัก

                สำหรับประเทศไทยดูเหมือนว่าเทคโนโลยี IPV6 ยังอยู่อีกไกล ขณะที่ประเทศชั้นนำในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ ได้นำระบบดังกล่าวมาให้บริการแก่ผู้บริโภคแล้ว โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการใช้งานโทรศัพท์มือถือจำนวนมากภายในประเทศ ที่ระบบ IPV4 รองรับได้ไม่เพียงพอ เพราะโทรศัพท์มือถือในประเทศเหล่านั้นสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา และต้องการแอดเดรสเฉพาะสำหรับแต่ละเครื่อง

                ในประเทศไทยที่ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ แต่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก็คงไม่ละเลยที่จะศึกษาการใช้ IPV6 เพื่อรองรับความต้องการการใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ในประเทศที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ

                แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้เวลาล่วงเลยนานเกินไป เพราะคนไทยอาจเสียประโยชน์จากการใช้ IPV6 และอาจจะต้องซื้อโดเมนเนมที่เกี่ยวข้องกับ "ไทยๆ" ในราคาสูงจากชาวต่างชาติที่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตยุคใหม่นี้ไปก่อนหน้า