
ดึงกุญแจให้รถดับ แล้วกลับมาปล้น
ผมขี่รถจักรยานยนต์ในซอยรามคำแหง 24 เพื่อจะไปทำงาน เมื่อคืนวันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 เวลาประมาณ 01.40 น. พอเข้าซอยราม 24 เลยสามแยกไปประมาณ 10 เมตร มีคนร้าย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ขับเข้ามาประชิด
คนซ้อนท้ายเอื้อมมือมาบิดกุญแจรถของผม และดึงกุญแจไป รถของผมดับ คนร้ายกลับรถตรงสะพานก่อนลงอุโมงค์ และขับรถกลับมาหาผม ผมรับใช้กุญแจสำรองสตาร์รถ คนร้ายเห็นผมสตาร์ทรถได้ จึงกลับรถขับออกไปทางถนนพระราม 9 ก่อนออกถนนใหญ่ เป็นซอยเข้าหมู่บ้านเสรี
คนร้ายเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านเสรี ผมขับรถตามไปถึงแค่ปากทาง ไม่ได้ตามเข้าไปเพราะในซอยมืดมาก ไม่มีไฟฟ้า ผมจึงขับรถกลับออกไปที่ทำงาน ผมแวะถามคนกวาดถนน จึงทราบว่า
คนร้ายใช้วิธีดึงกุญแจให้รถดับ แล้วกลับมาปล้น เอาเงิน ทรัพย์สิน แต่ถ้ามีกุญแจสำรองและสตาร์ทรถได้ มิจฉาชีพจะหนีไปทันที
ผมอยากให้ตำรวจ สน.หัวหมาก ช่วยเตือนผู้ที่ต้องไปทำงาน และเดินทางตอนกลางคืน ให้ระมัดระวังตัว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ
สำราญ
ตอบ
พ.ต.ท.ธารา เครือละม้าย สว.สส.สน.หัวหมาก ชี้แจงว่า เหตุการณ์เช่นนี้ ตำรวจไม่เคยได้รับแจ้ง เพิ่งทราบเป็นรายแรก จะจัดสายตรวจเข้าไปสืบหาข้อเท็จจริง โดยซุ่มโป่งตรวจตามสถานที่ที่ผู้เสียหายแจ้งมา
อยากให้ผู้เสียหายเข้าไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก เพื่อแจ้งรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย ยานพาหนะที่ใช้ในการก่อคดี ถ้าจำทะเบียนได้ก็จะดีมาก
สารวัตรธาราบอกว่า จะให้ตำรวจสายตรวจนอกเครื่องแบบออกไปตรวจ ถ้าคนร้ายเห็นตำรวจสายในเครื่องแบบก็จะไม่ก่อเหตุร้าย ตำรวจก็จะจับไม่ได้
ลุงแจ่ม



