
ชาวสวนชง3แนวทางพยุงราคาซื้อยาง
ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางเสนอรัฐ 3 แนวทาง ช่วยพยุงราคายาง ติงที่ผ่านมาล่าช้าในการให้ความช่วยเหลือ ด้าน สกย.เผยเตรียมจัดงบหมื่นล้าน ดันราคารับซื้อขึ้นมาที่กิโลกรัมละ 100 บาท
นายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยาง จันทบุรี จำกัด และประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางทั่วประเทศกว่า 700 แห่ง ที่มีสมาชิกว่า 6 ล้านคน ได้เสนอมาตรการพยุงราคาผลผลิตยางให้รัฐบาลพิจารณา ได้แก่
1.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง, องค์การสวนยาง ซึ่งมีบทบาทต่อการบริหารการซื้อขายยางพารา การเพาะปลูกยางพารา รับผิดชอบต่อการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ
2.ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทยกว่า 700 แห่ง ซึ่งมีตลาดประมูลซื้อขายยางพารากว่า 200 แห่งทั่วประเทศ จะเริ่มหยุดทำการซื้อขายยางพาราจากชาวสวนยางทั่วประเทศ ให้แก่พ่อค้าและผู้ส่งออกยางภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ โดยจะหยุดเป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อรอดูมาตรการของหน่วยงานเกี่ยวข้อง
3.ให้รัฐบาลนำงบประมาณ 8,000 ล้านบาท ที่เป็นโครงการสนับสนุนชาวสวนยางพาราทั่วประเทศ ในการพยุงราคายางพารากลับมาใช้ใหม่
"ทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว เป็นความต้องการของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางทั่วประเทศ ที่ต้องการปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยาง หลังจากที่ราคายางตกต่ำต่อเนื่อง แต่รัฐบาลกลับละเลย เราต้องการให้รัฐบาลรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ จากที่ราคายางพาราเคยสูงกว่ากิโลกรัมละ 100 บาท แต่ในขณะนี้ราคาเหลือเพียงกิโลกรัมละ 70 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่ได้สะท้อนกลไกของตลาดที่แท้จริง" นายเพิก กล่าว
นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล หัวหน้าสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางอำเภอสะเดา (สกย.) สกย.เขต 1 จังหวัดสงขลา กล่าวว่า นายธานินทร์ ใจสมุทร ส.ส.สตูล พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหายางพาราภาคเกษตรกร ได้ประชุมคณะกรรมการ คณะทำงาน โดยได้ข้อสรุปถึงการแก้ไขยางพาราที่มีราคาตกต่ำ โดยสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. จะนำเงินที่เก็บจากการส่งออกยางพารา 1 หมื่นล้านบาท มาช่วยให้ราคายางขยับตัวสูงขึ้นในราคากิโลกรัมละ 100 บาท หากวงเงินไม่เพียงพอจะของบประมาณจากรัฐบาลมาสนับสนุน
................................
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



