
จับสินค้าหนีภาษี
ตามที่หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" คอลัมน์เลียบค่าย คมพิทักษ์ราษฎร์ ฉบับวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 ลงบทความเรื่อง "ใจทมิฬหินชาติ"
และฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 ลงบทความเรื่อง "ตำรวจศุลกากร" เหมือนกัน สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ ดังนี้
1.ด่านศุลกากรในสังกัดสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 มีทั้งหมด 9 ด่าน แต่ด่านที่ได้รับการประสานงานขออนุญาตนำเครื่องดื่ม (น้ำเปล่า) ข้าวสาร และไข่ไก่ เข้ามาบริจาค มีจำนวน 3 ด่าน คือ ด่านศุลกากรหนองคาย ด่านศุลกากรมุกดาหาร และด่านศุลกากรพิบูลมังสาหาร ซึ่งทั้ง 3 ด่าน ได้อำนวยความสะดวกเรียบร้อย
2.ด่านศุลกากรนครพนม ไม่มีการประสานขออนุญาตนำของเข้ามาบริจาคแต่อย่างใด มีแต่การนำเข้ามาเพื่อการค้า ชำระอากรปกติทั่วไป
และเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ร่วมกันตรวจสินค้านำเข้าของบริษัทรายหนึ่ง พบกระเป๋า เข็มขัด และหูฟัง ไม่ตรงตามสำแดงและเป็นของละเมิดลิขสิทธิ์ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534
3.การผ่านพิธีการศุลกากรปัจจุบันนี้รวดเร็วมาก กรมศุลกากรใช้ระบบ e-CUSTOMS การตรวจสินค้าของเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และเป็นการตรวจสินค้าตามหน้าที่ปกติ
กรมศุลกากรมีนโยบายอำนวยความสะดวกแก่ผู้สุจริต สำหรับผู้ทุจริตก็ต้องดำเนินคดีตามความผิดนั้นๆ และขอเรียนให้ทราบว่าไม่มีส่วยแต่อย่างใด
นายชาญชัย ชอบชื่นชม
ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 2



