
สามี(ตัวดี)ตัดใจดีกว่า
ดิฉันอยู่กินกับสามีมา 3 ปีแล้ว ไม่มีลูกด้วยกัน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เราซื้อบ้านร่วมกันค่ะ ชื่อเป็นของสามี ดิฉันได้เซ็นในนามภรรยาผู้ยินยอมค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่า สามีได้ไปทำงานต่างจังหวัด ก็เลยต้องย้ายไปทำงานอยู่ที่นั่นประมาณครึ่งปี โดยที่ไม่ได้กลับบ้านมาหาดิฉันเลย เมื่อสามีกลับมาหาดิฉันแล้วก็ไปอีก ทีนี้ไปแล้วไม่กลับมาอีกเลยตัดขาดกันไปเหมือนคนไม่รู้จักกัน
ตั้งแต่ไปทำงานต่างจังหวัด ดิฉันเป็นคนผ่อนบ้านค่ะ ทุกวันนี้ก็ยังผ่อนอยู่ค่ะ เราไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่เคยมีปัญหาค่ะ แต่ดิฉันรู้มาว่า สามีแอบไปอยู่กับเมียอีกคน
ถ้าเขาทิ้งดิฉันมีสิทธิในบ้านไหม ต้องทำอย่างไร แจ้งความไว้เป็นหลักฐานดีไหม ถ้าผ่อนไปเรื่อยๆ กลัวว่าสามีจะกลับมาทวงสิทธิในบ้านค่ะ ทะเบียนบ้านสามีเป็นเจ้าบ้านค่ะ ดิฉันเป็นแค่ผู้อาศัย
อยากทราบว่า ดิฉันควรผ่อนบ้านต่อดีไหม กลัวผ่อนหมดแล้วจะไม่มีสิทธิในบ้านค่ะ ต้องทำอย่างไรดิฉันจึงจะมีสิทธิในบ้านคะ
น้อง
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผศ.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า จากข้อมูลคุณบอกว่า ได้เซ็นยินยอมในฐานะภรรยา ถ้าการเซ็นยินยอมในที่นี้คือ การค้ำประกัน ในที่นี้ หมายถึงคุณเป็นลูกหนี้รายที่สองของธนาคาร ดังนั้น ไม่อาจเลี่ยงความรับผิดชอบที่มีต่อเจ้าหนี้ได้
ทางที่ดี ประการแรกเลย ควรติดต่อสามี แล้วคุยกันให้ชัดเจนว่า จะจัดการอย่างไรกับบ้านหลังนี้ เพราะถึงคุณจะจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แต่ที่สุดแล้ว คุณก็ไม่มีสิทธิในบ้านหลังนี้ เพราะชื่อไม่ได้เป็นของคุณ แต่เป็นของสามี ขณะเดียวกันหากสามีไม่ส่งบ้าน และมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น คุณในฐานะลูกหนี้คนที่สอง ก็ต้องร่วมรับผิดชอบหนี้ที่เกิดขึ้นด้วย
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือ คุยกับสามีว่าจะดำเนินการอย่างไร ถ้าคุณอยากได้บ้านหลังนี้ไว้ แล้วสามีตกลงตามนี้ ก็ต้องคุยกัน แล้วไปเปลี่ยนคุณเป็นลูกหนี้ที่ซื้อบ้านกับธนาคาร แต่กรณีนี้ก็ต้องดูด้วยว่า ธนาคารจะยินยอมหรือไม่ หรือถ้าสามียินยอม โดยที่คุณส่งบ้านจนหมด โดยที่ยังเป็นชื่อของสามี เมื่อถึงเวลานั้น ถ้าสามีไม่โอนให้ คุณก็เสียเปรียบอยู่ดี
แนะนำว่า ให้ตัดใจ และไม่ควรจ่ายเงินต่อ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของคุณ
ส่วนเรื่องแจ้งความนั้น ไม่มีผลกับเรื่องนี้ เพราะนี่เป็นคดีแพ่ง ตำรวจจะรับแจ้งความเฉพาะคดีอาญาเท่านั้น
ลุงแจ่ม



