ไลฟ์สไตล์

ถิ่นไทยงาม:อาสา...ของมะหมา

ถิ่นไทยงาม:อาสา...ของมะหมา

20 พ.ย. 2554

ถิ่นไทยงาม : อาสา...ของมะหมา : เรื่อง นพพร วิจิตร์วงษ์ /ภาพ Tummum

          น้ำทะลัก หลากเข้าท่วมเมือง ท่วมนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงที่อยู่อาศัยหนาแน่น ริมถนนสายต่างๆ นอกเหนือจากเห็นกระสอบทราย ลังไม้ เราเลยได้เห็น "หมา" ยึดเป็นที่อยู่อาศัย จะไปไหนก็ไม่ได้ อาหารก็ไม่มีกินบางตัวผอมโซ บางตัวเพิ่งให้กำเนิดลูก ลูกก็ตกน้ำตาย หรือเหลือรอดก็ไม่กี่ตัว ภาพที่เจ้าของลอยคอออกจากบ้านพร้อมหมา เป็นภาพสะท้อนความรักที่มีต่อกัน แต่หมาอีกจำนวนมากก็ถูกทิ้งไม่มีใครเหลียวแล

          A Call for Animal Rights ดูจะเป็นช่องทางหลักของการรวมตัวกันของอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือจับและขนย้ายหมา โดยไม่เลือกที่รัก มักที่ชัง

          A Call for Animal Rights  กลุ่มย่อยๆ ในสังคมออนไลน์ ที่ตั้งขึ้นมาช่วยบรรดาหมา ตั้งแต่ที่มีการจับกุมหมาล็อตใหญ่ได้ ก่อนที่พวกมันจะถูกส่งออกไปเป็นอาหารขึ้นโต๊ะ วันนี้ปรับเปลี่ยนบทบาทมาช่วยบรรดาสุนัขที่กำลังอดอยากหิวโหย ถูกทอดทิ้ง หมาป่วยหรือบาดเจ็บ นับตั้งแต่น้ำท่วม มีหน่วยงานหรือชาวบ้านแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านเฟสบุ๊คของกลุ่ม A Call มากมาย อาทิ  กรมปศุสัตว์, มูลนิธิสัตว์พิการ, คนทั่วไป รวมถึงวัดสวนแก้ว หรือแม้แต่ตามนิคมอุตสาหกรรม ถ้ามีคนแจ้ง ทางกลุ่มจะรับเคสไปศึกษาและนำอาสาสมัครเข้าช่วยทันที โดยวางแผนประสานกับหน่วยงาน เช่น กรมปศุสัตว์ ที่มีความพร้อมเรื่องรถ-เรือ  ซึ่งถ้าเป็นไปได้จะพยายามไม่ย้ายสัตว์ออกเพราะตอนน้ำลดจะเป็นปัญหาตามมาอีก ดังนั้นถ้าเป็นบ้านหรือสถานที่ที่ยังแห้งและไม่เสี่ยง ก็ทำที่ให้มันอยู่สูงขึ้น แต่ถ้าน้ำท่วมหมดก็ย้ายออกมา

          จิราภรณ์ พูลกสิ หรือ ตุ๋ม นักเดินป่าที่ผันตัวเองมาเป็นอาสาสมัครจับหมา บอกว่า มีคนถามเยอะว่าทำไมเลือกไปช่วยหมา ไม่ช่วยคน ก็เพราะเราเห็นว่า คนหน่ะมีคนช่วยเยอะแยะแล้ว หรือคนไปทางไหนก็มีคนพร้อมจะช่วยเหลือ ให้ที่พักพิงหรือหาที่อยู่ได้ แต่หมาแมวพวกนี้บางทีถูกทิ้งไว้กับบ้าน ไม่มีใครเข้าไปช่วย เห็นแล้วสงสาร  หรือบางทีคนไม่ย้ายออกจากบ้าน แต่หมาป่วยหรือบาดเจ็บก็แจ้งขอความช่วยเหลือมา เราก็ไปช่วย  ซึ่งก็ไม่ได้หวังอะไร ขอแค่ให้พวกมันรอดชีวิต

          " แค่มันเดินมา เอาขาสะกิด หรือบางตัวพอเห็น ก็ว่ายน้ำมาหา มาสะกิด แค่นี้ก็ดีใจจะตาย ...แบบว่า ปลื้มมมม บางตัวทำตาละห้อยเชียว"

          การจับหมา ขนย้ายหมา มีทั้งตัว สองตัว ไปจนถึงหลักร้อยตัว ขึ้นอยู่กับสถานที่ ที่ไป ไม่ว่าจะเป็นตามบ้าน ข้างถนน วัดสวนแก้ว หรือนิคมอุตสาหกรรม ที่ถูกน้ำท่วม อย่างเมื่อปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา  สมาชิก A call for Animal Rights และ กรมปศุสัตว์  ช่วยกันขนย้ายหมา 600 ตัว แมว 70 ตัว หนีน้ำท่วมจากบางเลน นครปฐม ไปไว้ที่ศูนย์พักพิงชะอำ จ.เพชรบุรี

          ตุ๋มเล่าผ่านเฟซบุ๊กว่า แมทช์นี้เดินทางทรหดมาก นั่งรถหกล้อจากกรมปศุสัตว์ ถ.พญาไท ไปลาดตะเวน ที่พระราม2 กาญจนาภิเษก อ้อมน้อย บางเลน จ.นครปฐม ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงกว่า บนหลังรถหกล้อ แดดเปรี้ยง แต่สมาชิกก็ยังสนุกสนาน ไม่หมดแรง ยังมีแรงลุยน้ำไปจับหมา

          จุดหมายปลายทางของหมาเหล่านี้ มีแตกต่างกันไป แต่ลงท้ายเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับมันเท่าที่จะหาได้ ส่วนใหญ่จะไปอยู่รวมกันที่ศูนย์พักพิงของกรมปศุสัตว์ ที่ บางปะกง, ชะอำ และ จ.กาญจนบุรี ตอนนี้สถานที่เต็มหมด แต่ก็ยังได้คนใจดี ที่รู้ข่าวก็แจ้งให้สถานที่รองรับชั่วคราวทันที อย่างป้าคนหนึ่งให้นำหมาไปปล่อยไว้ที่ไร่ที่สุพรรณบุรีก่อน แล้วก็ได้อาสาสมัครเหล่านี้ไปช่วยกันทำคอกอีกแรง

          ภารกิจจับหมา ไม่จบเพียงแค่น้ำแห้ง เพราะภารกิจที่เหลือดูจะยิ่งใหญ่กว่า คือ "จะนำหมาที่ช่วยมาทั้งหมดกลับอย่างไร ...ไปไว้หรือส่งที่ไหน" โดยเฉพาะหมาจรจัดที่มีเยอะจริงๆ

------------------------

(ถิ่นไทยงาม : อาสา...ของมะหมา : เรื่อง นพพร วิจิตร์วงษ์ /ภาพ Tummum)