ไลฟ์สไตล์

ถูกจับดัดแปลงรถนักเรียน

ถูกจับดัดแปลงรถนักเรียน

18 พ.ย. 2554

จำนวนรถรับ-ส่งนักเรียนเป็นเพียง 1 ใน 5 โรงเรียนที่เจ้าหน้าที่ขนส่งบุรีรัมย์ สาขานางรอง ไล่จับตั้งแต่ปี 2551 ปรับคันละ 2,000 บาท ปี 2552 คุยกันได้ปรับคันละ 200 บาท

 แต่มาปีนี้ 2554 เมื่อวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปรับคันละ 1,000 บาท "ข้อหาดัดแปลงเป็นเบาะ 3 แถว และบรรทุกเกิน 11 คน"
 ผู้ปกครองจะเดือดร้อนหากไม่มีรถรับ-ส่งเหล่านี้ เพราะในหมู่บ้านจำนวนกว่า 105 หมู่บ้านและอำเภอใกล้เคียงไม่มีรถโดยสารประจำทางเลย
 ขอความกรุณาจากขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ได้โปรดเห็นใจคนหาเช้ากินค่ำ
ชมรมรถรับ-ส่งนักเรียน / อ.หนองกี่
ตอบ
 นายกฤษฎา มะลิซ้อน หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ ชี้แจงว่า รถรับ-ส่งนักเรียนที่ถูกจับส่วนใหญ่เป็นรถที่ไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารและดัดแปลงรถโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งที่ผ่านมาขนส่งจังหวัดได้อะลุ้มอล่วยมาโดยตลอด และพยามยามกวดขันให้ผู้ประกอบการทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อขนส่งจะได้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดและอำนวยความสะดวกให้ได้ 
 ในช่วงเปิดภาคเรียน สำนักงานขนส่งจังหวัดได้คุมเข้มรถรับส่งนักเรียน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ทางขนส่งได้ให้เจ้าหน้าที่ไปประสานกับโรงเรียน ออกตรวจรถรับส่งนักเรียนทุกคันให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมการขนส่งทางบก โดยรถรับส่งนักเรียนทุกคัน ต้องมีอุปกรณ์ตรวจสอบ เช่น ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง ติดสัญญาณไฟ และติดสติกเกอร์สะท้อนแสง ข้อความว่า "รถรับส่งนักเรียน" รวมทั้งต้องผ่านการตรวจสภาพทุก 6 เดือน พนักงานขับรถ ต้องได้รับการอบรมผ่านการรับรองและรับใบอนุญาต จากสำนักงานขนส่งจังหวัด อย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ
 รถรับส่งนักเรียนในปัจจุบันเป็นรถส่วนบุคคลมีทั้งรถตู้และรถปิกอัพนำมาต่อเติมดัดแปลงใส่เบาะใส่หลังคากลายเป็นรถสองแถว แล้วนำไปรับจ้างผู้ปกครองรับ-ส่งนักเรียน
 ทางออกของเรื่องนี้มีกฎหมายที่มารองรับปัญหา การที่จะนำรถส่วนบุคคลมารับจ้างรับ-ส่งนักเรียนสามารถทำได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากขนส่งจังหวัด การขออนุญาตมีหลักเกณฑ์ คือ ตัวรถจะต้องเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน ลักษณะเป็นรถตู้หรือรถสองแถว แผ่นป้ายทะเบียนจะต้องเป็นพื้นสีขาวตัวหนังสือสีฟ้า ผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นคำขอรับส่งนักเรียนที่ขนส่ง โดยนำหลักฐานบัตรประจำตัวประชาชน สมุดคู่มือ สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของรถ หากเจ้าของรถทำเองไม่ได้ก็สามารถมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนได้
 ยังมีหลักฐานสำคัญอีก 2 อย่าง คือ รายชื่อและอายุของนักเรียน จะต้องสอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสารที่รับ-ส่ง จำนวนนักเรียน และชื่อโรงเรียนที่รับส่ง เนื่องจากรถยนต์นั่งสูงสุดมี 12 ที่นั่ง ตัดที่นั่งคนขับไปเหลือ 11 ที่นั่ง ถ้าผู้โดยสารมีอายุไม่เกิน 10 ขวบ ถือว่า 1 ที่นั่ง นั่งได้ 2 คน สรุปรถนักเรียนจะบรรทุกได้ไม่เกิน 22 คน
 นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะต้องทำแผนที่เส้นทางที่เดินรถรับ-ส่งนักเรียน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาถึงผลกระทบกับรถโดยสารประจำทางที่มีอาชีพรับจ้างโดยตรงที่ได้รับสัปทานในเส้นทางนั้นๆ ซึ่งต้องมีการเจราจากับรถโดยสารประจำทางด้วย 
 หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ บอกว่า จะเรียกประชุมผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันอีกครั้ง
ลุงแจ่ม