
ข่มขู่ให้ปิดโรงเรียน
ดิฉันมารับตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงเรียนคนเก่าถูกทำร้ายร่างกายและขู่ฆ่า จึงลาออกไป มีเหตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นหลายครั้ง
ครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ประมาณสี่ทุ่ม มีคนร้ายทุบกระจกด้านหน้าอาคารเรียน ไม่มีผู้ใดพบเห็นผู้กระทำ ดิฉันแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน แจ้งเบาะแสว่า สาเหตุมาจากผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสามีของนักการเมืองท้องถิ่น เป็นผู้มีอิทธิพลในอุบลฯ มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นคนขู่ว่า ถ้าไม่ปิดโรงเรียน จะจัดการทุกคนที่อยู่ในโรงเรียนที่ดิฉันดูแล
วันที่ 8 พฤศจิกายน มีชายแปลกหน้าเข้ามาก่อกวนหน้าโรงเรียนยามวิกาล
วันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 10.30 น. ทางโรงเรียนจึงส่งหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังผู้บังคับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี ให้ส่งตำรวจมารักษาความปลอดภัย แต่ไม่ได้รับการตอบสนองต่อการร้องขอ ในวันเดียวกัน เวลา 21.30 น. มีคนร้ายใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีดำ คลุมหน้า สวมถูงมือ ใช้ค้อนทุบกระจกหน้าอาคารสำนักงาน มีผู้หญิงและเด็กได้รับบาดเจ็บ เข้าแจ้งตำรวจในวันที่ 10 พฤศจิกายน แต่ยังไม่มีตำรวจมาดูแล
วันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 09.18 น. ดิฉันถูกขู่ทางโทรศัพท์ "ถ้าไม่ตาย ไม่หยุดใช่ไหม" ดิฉันแจ้งตำรวจ แต่ไม่ได้ให้คำตอบอะไร วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ตำรวจนัดคู่กรณี และโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง ประชุมไกล่เกลี่ย แต่โรงเรียนคู่กรณี 2 แห่ง ไม่มาตามนัดหมาย
วันที่ 12 พฤศจิกายน เจ้าของโรงเรียนคู่กรณี แจ้งให้ร้อยเวรโทรมาบอกดิฉันว่า จะมาเคลียร์เพื่อเสียค่าปรับในคดีทำร้ายร่างกาย แต่เขาปฏิเสธให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
วันที่ 13 พฤศจิกายน เวลา 12.45 น.มีคนร้ายสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำ สวมหมวกคลุมหน้า ถือขวานเป็นอาวุธ บุกเข้ามาในโรงเรียน ใช้ขวานไล่ฟันครูในโรงเรียน หลังจากนั้น ไล่ทุบกระจกโรงเรียน ทุบคอมพิวเตอร์พังเสียหายทั้งหมด และขโมยกล้องที่ใช้ถ่ายเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไป ดิฉันโทรแจ้ง 191 แต่ไม่มีคนรับสาย ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเอง
หลังจากเกิดเหตุซ้ำหลายครั้ง และครั้งนี้เกือบถึงชีวิต ทำให้เชื่ออย่างสนิทใจว่า ตำรวจเป็นพวกเดียวกับกลุ่มมีอิทธิพล การกระทำแบบอุกอาจหลายครั้ง ทั้งเวลากลางวัน และกลางคืน ตำรวจก็ไม่ช่วยเหลือ อาจจะเป็นคำตอบให้แก่เราได้
ดิฉันเป็นครูโดยจิตสำนึก และมีหน้าที่สร้างคนดีให้สังคม สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา แต่ถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่รังแก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วค่ะ
รัชดาภรณ์
ตอบ
พ.ต.อ.ศรัญ นิรวรรณ ผกก.สภ.เมืองอุบลราชธานี ชี้แจงว่า รับแจ้งความเรียบร้อยแล้ว เป็นเรื่องที่คู่กรณีไปตบหน้า หรือจ้างวาน ขณะนี้ตำรวจรู้ข้อมูลบ้างแล้ว และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 3 ครั้ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาโรงเรียนปิดทำการ แต่มีนักเรียนต่างจังหวัดมาสมัครเรียน พอสบโอกาสคนร้ายก็เข้ามาทุบกระจกโรงเรียน จึงได้จัดตำรวจสายตรวจไปเฝ้าระวัง 24 ชม. ทางสถานีตำรวจได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดให้แก่โรงเรียน 4 จุด เพื่อเฝ้าระวังคนร้าย เก็บภาพคนร้ายเพื่อเป็นหลักฐาน ขณะนี้ พอทราบแล้วว่า คนร้ายเป็นใคร แต่ยังบอกไม่ได้ เพราจะมีผลต่อคดี
ตำรวจพอรู้ปัญหาของการคุกคามครั้งนี้ หากคนร้ายลงมืออีก ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้ทันที เพราะเวลาที่คนร้ายเข้าไปทำลายทรัพย์สินของโรงเรียนมักเป็นยามวิกาล และปิดบังอำพรางใบหน้า ตำรวจได้ออกหมายจับแล้ว
คดีนี้ เป็นเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ ข้อมูลต่างๆ ตำรวจรู้พอสมควร แต่หลักฐานยังมีไม่เพียงพอ ตำรวจตั้งทีมเฉพาะกิจของจังหวัดเข้าไปดูแลแล้ว ผู้บัญชาการให้ความสนใจในคดีนี้เป็นพิเศษ โดยให้รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรด้านปราบปรามเข้าไปดูแลคดีนี้โดยเฉพาะ ความจริง คดีนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่การกระทำค่อนข้างใจร้าย ใจดำ เบียดเบียนกันมากเกินไป
ผกก.ศรัญ บอกว่า ต้องใช้เวลาระยะในการจับกุม ต้องรอบคอบ สิ่งที่ทำได้เร็วที่สุดตอนนี้ คือ ป้องกัน ต้องมีตำรวจเฝ้าโรงเรียนตลอด 24 ชม. หากคนร้ายบุกมาที่โรงเรียนอีก สามารถจับกุมได้ทันที
ลุงแจ่ม



