
ตชด.ยุค2552นำไฮเทคสร้าง"ใต้สันติสุข"
ทุกครั้งที่ได้เห็นข่าวพบวัตถุต้องสงสัยวางระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ เป็นอันต้องลุ้นว่าภารกิจกู้ระเบิดจะสำเร็จหรือไม่ หน่วยกอบกู้วัตถุระเบิดในฐานะเจ้าหน้าที่เป็นอันต้องเสี่ยงภัยจึงเป็นหน่วยกล้าตายสมชื่อ
พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน บอกว่า หน้าที่หลักของ ตชด. คือการดูความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยมุ่งป้องกันปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ หลายครั้งที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่จำต้องสูญเสียทั้งชีวิต และได้รับบาดเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่า จากรูปแบบการก่อการร้ายที่ปรับเปลี่ยนยุทธวิธีไปอย่างรวดเร็ว
"เฉพาะกำลังเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียว เกรงว่าจะไม่เพียงพอต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน ตลอดจนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เนื่องจากต้องซุ่มดูตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โจรกรรมรถยนต์ สินค้าหนีภาษี การนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยตรวจสอบแทนเจ้าหน้าที่ จะช่วยให้การปฏิบัติภารกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น" พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ กล่าว
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จึงร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาเทคโนโลยีด้านความมั่นคงเพื่อให้มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพาของนำเข้าที่ราคาแพง แถมยังมีปัญหาด้านการซ่อมบำรุงรักษา
ผลงานจากการวิจัยและพัฒนาของนักวิจัยไทยหลายชิ้น สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านการทหารได้ อาทิ เครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทดแทนเครื่องตัดสัญญาณจากอิสราเอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมต้นทุนต่ำกว่าครึ่ง
ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เนคเทค เสริมว่า นักวิจัยเนคเทคนำเทคโนโลยีไอทีเข้ามาประยุกต์ใช้สร้างเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ (ที-บ๊อกซ์) หนึ่งในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ก่อการร้ายนำมาใช้จุดชนวนระเบิด มีรัศมีตัดสัญญาณโทรศัพท์ทุกย่านความถี่ ครอบคลุมพื้นที่ 150 เมตร ที่ผ่านมาได้มอบให้กระทรวงกลาโหมไปแล้ว 88 เครื่อง และล่าสุดมอบให้แก่ ตชด. อีก 3 เครื่อง
ผลงานวิจัยอีกชิ้นคือ ระบบตามรอยวัตถุ (SWOT) หรืออุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหว จากแรงสั่นสะเทือน ด้วยเซ็นเซอร์ที่ฝังลงในดิน จะทำหน้าที่ตรวจจับและส่งข้อมูลกลับไปยังฐานปฏิบัติการ สามารถระบุแม่นยำว่าวัตถุนั้นคืออะไร เน้นใช้ตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยที่ผ่านแนวชายแดน เช่น ปืน รถยนต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีและทดสอบการใช้งานร่วมกัน
“ตชด.ยุคใหม่ นอกจากจะรักษาความมั่นคงบริเวณรอยต่อชายแดน กว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศแล้ว ยังมีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย และให้ความรู้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนด้วย” ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวและว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์สามารถนำมาใช้แก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทีมวิจัยเนคเทคได้พัฒนาสื่อมัลติมีเดียภาษามลายูถิ่น คล้ายดิกชันนารีที่แปลภาษา ช่วยให้การสื่อสารภาษาท้องถิ่นของชาวบ้านกับ ตชด. ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น จากเดิมที่พบปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน
เนคเทคได้มอบซีดี พร้อมโปรแกรมแปลภาษามลายูถิ่นผ่านโทรศัพท์มือถือให้แก่ ตชด. ไปใช้งาน โดยได้รวบรวมคำศัพท์ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน กว่า 700 คำ โดยเริ่มทดสอบใช้งานจริงแล้วในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้
อนาคตทีมวิจัยเดินหน้าพัฒนาภาษาถิ่นอื่นๆ เช่น ภาษากะเหรี่ยง เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่อื่น ตลอดจนร่วมกับ ตชด. พัฒนางานวิจัยด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยเสริมงานด้านความมั่นคงต่อไปด้วย
จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา



