ไลฟ์สไตล์

ฟันเฟืองเล็กๆ : ภารกิจที่ยิ่งใหญ่

ฟันเฟืองเล็กๆ : ภารกิจที่ยิ่งใหญ่

13 พ.ย. 2554

ถิ่นไทยงาม : ฟันเฟืองเล็กๆ : ภารกิจที่ยิ่งใหญ่

     น้ำท่วมที่ไม่ธรรมดา แต่หากมาราวกับน้ำป่า เชี่ยวกรากพร้อมทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมากมาย โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนกลาง และกรุงเทพมหานคร คราวนี้ น้ำมาไม่ธรราดา เพราะมาแบบรุนแรง และท่วมสูง ขนาดบ้านใต้ถุนสูงยังเอาไม่อยู่ เพราะบางพื้นที่ น้ำสูงกว่า 2 เมตร แม้ขณะนี้จะเริ่มลดระดับลง บางพื้นที่แห้งไปแล้ว แต่อีกหลายพื้นที่น้ำเริ่มเอ่อเข้าท่วมใหม่ 

     หน่วยที่เคลื่อนที่เร็ว เข้าถึงเป้าหมาย และช่วยเหลือชาวบ้านได้ตรงจุด กลับเป็นหน่วยเล็กๆ ในสังคม ที่หยิบยื่นความเอื้ออาทรต่อกันผ่านถุงยังชีพ ผ่านการเข้าไปช่วยเหลืออพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรถขับเคลื่อนสี่ล้อยกสูง ที่เรียกติดปากว่า "แก๊งซู"

      ทันที ที่น้ำทะลักลงมาภาคกลาง แม้จะยังไม่ถึงเมืองหลวง คนกลุ่มนี้เรียกระดมพล ตั้งฐานปฏิบัติการ Front line 4x4 กันที่ จ.ปทุมธานี ในช่วงแรกก่อนที่น้ำจะกระหน่ำมาถึง ชาวออฟโรดกลุ่มนี้ออกปฏิบัติการกันทันทีที่มีโอกาส และระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ เท่าที่จะสามารถโดยไม่ง้อสื่อ น้ำใจหยิบยื่นถึงกันผ่านเฟซบุ๊ก ในกลุ่ม  The Biggest Suzuki4x4 Club in Thailand www.4x4.in.th และในเว็บไซต์ www.4x4.in.th ที่มี "ศราวุธ ศรีบูรณะ" หรือ "Bobby" Webmaster เป็นโต้โผใหญ่ โดยมี ปู-แม่กลองแคมป์ หรือ กำพล นามพูน พี่ใหญ่กลุ่มออฟโรด "กำหมุน" ซึ่งปกติก็ทำงานอยู่เบื้องหลังสังคมท้องถิ่นมายาวนาน โดยเฉพาะการช่วยชาวบ้านย่านแม่กลอง ให้รู้รักษ์ถิ่นเกิด ทั้งอาชีพ และป่าชายเลนของพวกเขา เป็นฟันเฟืองที่คอยประสานความช่วยเหลืองานใหญ่ และยังมี "แว่น" หรือ "Khayaw FreeFly" ที่พักวางงานหลัก และงานอดิเรก มาคอยสอดประสานรับช่วงช่วยเหลือ กรุงเทพฝั่งตะวันออก

      แว่น บอกว่า หน้าที่หลักของกลุ่มคือการช่วยเหลือรับของบริจาคและส่งต่อ เพราะเรามีพาหนะพร้อมลุย และแม้วันนี้พวกเราหลายคนจะหมดพลัง หมดทั้งแรงและกำลังทรัพย์ แต่...เราจะเดินหน้าทำกันต่อไป ใครจ้างเราไม่ไป แต่ถ้าขอแรงขอให้บอก

"สงคราม สร้างวีรบุรุษครับ...
สิ่งที่ได้ทำ อาจไม่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น.. แต่ถ้าไม่ทำ.. แล้วใครจะทำ
เราอาจช่วยได้ไม่เยอะ.. แต่ถ้าเราไม่ช่วย คนที่รอด ก็จะน้อยลงไปอีก ความยากลำบากจะยังอยู่" ถ้อยคำที่ระบายไว้ในเฟซบุ๊ก
 
 ปู แม่กลองแคมป์ บอกว่า ภารกิจตอนนี้ดูจะยาว และบอกไม่ได้จะไปสิ้นสุดเมื่อไหร่  เพราะใจคนมันอาสา เมื่อรับภารกิจมาก็ต้องเดินหน้าต่อไป แม้จะต้องผจญกับความไม่เข้าใจของชาวบ้านที่อาจจะไม่ได้ของ หรือ การจะต้องฝ่าอุปสรรคกว่าจะเข้าถึงบ้านเป้าหมายที่ขอความช่วยเหลือ รถเสีย รถพังกันไปเยอะ จากเริ่มแรกร่วม 30 คัน ตอนนี้เหลือที่มีแรงทำอยู่ไม่ถึง 10 คัน เพราะค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่ากินค่าอยู่เราต้องรับผิดชอบกันเอง ขณะที่บางคนต้องหยุดงาน หยุดอาชีพเพราะน้ำท่วมเหมือนกัน
 
      อีกกลุ่มของฟันเฟืองออฟโรด "เพื่อนไพร" แห่งเมืองปากน้ำ ระดมเงินบริจาค เพื่อนำไปช่วยผู้ประสบภัย ส่วนหนึ่งอาศัยช่องทางผ่าน "คม" เจ้าของร้านอาหาร "บ้านหลักคำ" บนถนนเทพารักษ์ อ.เมือง สมุทรปราการ  ร้านเพลงเพื่อชีวิตที่เล่นดนตรีสด พร้อมทั้งตู้รับบริจาคกันหน้าเวที  ใครจะทิปนักร้อง ก็ช่วยกันหยอดเงินลงกล่องหน่อย 

      จากเดิมที่เคยตั้งกล่องรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่กลุ่มคน "บ้านหลักคำ" และ "คนข้างถนน" 2 ร้านอาหารเพื่อชีวิตบนถนนเทพารักษ์ทำมาทุกปี แต่ด้วยเหตุวิกฤติที่เกิดขึ้น ก็เลยไปเล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดนัด หรือบริษัทเพื่อนฝูงหาเงินมาสมทบเพิ่ม จัดซื้อข้าวของมาจัดถุงยังชีพ พอถึงวันหยุดก็รวมกลุ่มออฟโรดรุ่นใหญ่ "เพื่อนไพร" บรรทุกข้าวของ ไปร่วมกันบริจาคถึงพื้นที่

       "ออฟโรด" บางคนชื่นชอบ แต่บางคนกร่นด่าในยามปกติเพราะมองว่าชอบเอารถไปลุยทำถนนพัง หากเมื่อมีวิกฤติ น้ำใจของคนในกลุ่มนี้ไม่เคยมีวันหมดจริงๆ

---------------------------
(ถิ่นไทยงาม : ฟันเฟืองเล็กๆ : ภารกิจที่ยิ่งใหญ่)