ไลฟ์สไตล์

แผนธุรกิจซานยูธมธ.โชว์กิ๋นเด็กไทยเวทีโลก

แผนธุรกิจซานยูธมธ.โชว์กิ๋นเด็กไทยเวทีโลก

03 พ.ค. 2552

เดือนพฤษภาคมนี้ ทีม XanYouth อาจารี เพชรรัตนกุล, น้ำฝน ศรีพวาทกุล, พร้อมสิทธิ์ มิ่งสิทธิชัย และภัค นุชนาฏนนท์ นักศึกษาโครงการปริญญาโททางการตลาดภาคภาษาอังกฤษ (MIM) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะเป็นตัวแทนนักศึกษาไทยไปแข่งขันแผนธุรกิจ

ระดับโลกรายการ Global Moot Corp 2009 ที่ University of Texas at Austin ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาได้รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 (First Runner-Up Prize) และรางวัลแผนธุรกิจยอดเยี่ยม (Best Divisional Written Business Plan) จากการแข่งขัน Thammasat Asia Moot Corp 2009 เมื่อวันที่ 10-12 มีนาคม

  ภัค นุชนาฏนนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซานยูธ แอคทีฟส์ อธิบายแผนธุรกิจของ ทีม XanYouth ที่จะไปนำเสนอในนามบริษัท ซานยูธ แอคทีฟส์ ว่า พวกเขาทำการสกัดสารสำคัญจากเปลือกมังคุด คือโมเลกุลซานโทน ที่ได้รับการยื่นจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว มีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำลายของอนุมูลอิสระได้ถึง 95% เป็นอย่างน้อย เป็นผลงานวิจัยของ รศ.ดร.สุนิตย์ สุขสำราญ จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งทำให้ฤทธิ์ของสารสกัดดีขั้นถึง 4 เท่า

 จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการปรับปรุงประสิทธิภาพและจัดจำหน่ายในรูปแบบสารสำคัญที่มีตราสินค้าชื่อ ซานยูธ ? (XanYouth) ให้แก่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวรายใหญ่ในไทย เอเชีย และตลาดโลก มีศักยภาพธุรกิจที่จะขยายไปในธุรกิจอาหารเสริมหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ตั้งเป้าขอเงินร่วมทุนจำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 "ภัค" บอกว่า สารสกัดจากเปลือกมังคุดดังกล่าวมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ มีความสำคัญมากต่อผลกำไรของผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ประเภทชะลอความแก่ ซึ่งใช้สารต้านอนุมูลอิสระเป็นส่วนประกอบสำคัญ มียอดขาย 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีการเจริญเติบโตประมาณ 20% ในเอเชีย ดังนั้นผู้ผลิตจึงมีความต้องการหาสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ในการต้านเซลล์ของอนุมูลอิสระได้สูงที่สุด

 "แผนของบริษัทคือ จะขายสารสกัดนี้เพื่อเป็นส่วนผสมสำคัญในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องสำอาง กลุ่มลูกค้าหลักได้แก่ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และเครื่องสำอางรายใหญ่ ในตลาดเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่สูงขิ้นทุกปี และมีมูลค่ารวมเกือบครึ่งหนึ่งของตลาดโลก นอกจากนี้ภายในระยะเวลา 2-3 ปี ได้มองช่องทางการในการเติบโตของธุรกิจโดยการขยายตลาดไปสู่ผู้ผลิตอาหารเสริมหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพไว้ด้วย" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซานยูธฯ กล่าว

 ปัจจุบันสารต้านอนุมุลอิสระที่ใช้กันอยู่ทั่วไปได้แก่ วิตามินซี มีการใช้มานานกว่า 20 ปี แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพยับยั้งอย่างได้เพียงแค่ 30% วิตามินซียังมีปัญหาเรื่องการเสื่อมสภาพได้เร็วหลังจากทาบนผิวเพียง 30 นาที และมีสภาพที่ไม่คงตัว และอาจกลายสภาพเป็นอนุมูลอิสระเสียเอง ซึ่งอาจจะย้อนกลับมาทำลายสภาพผิวได้ ผู้ผลิตต้องการนวัตกรรมใหม่ ตลาดส่วนเครื่องบำรุงผลิตภัณฑ์นี้สามารถสร้างผลกำไรได้มาดถึง 15 เท่าของต้นทุน สร้างโอกาสที่มีมูลค่ามหาศาล จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

 ขณะเดียวกันตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าคิดเป็น 85% ของยอดรวมผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งมีมูลค่าถึง 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าตลาดส่วนผสมสำคัญในทั้งหมดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าทั่วโลก จึงคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนแบ่งตลาดใหญ่คิดเป็นร้อยละ 45 อยู่ที่ภูมิภาคเอเชีย มีอัตราการเติบโตสูงถึง 27% ในตลาดจีน และ 18% ในประเทศไทย

 "ภัค" บอกว่า ได้เจรจาค้าขายกับผู้ผลิตเครื่องสำอางสำคัญหลายราย และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าแสดงความจำนงต้องการไปทดสอบผสมในสูตรการผลิตเครื่องสำอางหลายชนิด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสทางการค้าของบริษัทในอนาคตอันใกล้นี้ จึงมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากคณะกรรมการที่พิจารณาแผนธุรกิจ แม้ว่าจะไม่ได้รับรางวัล แต่พวกเขาทั้ง 4 ก็มั่นใจว่าจะมีนักธุรกิจที่มองเห็นลู่ทางในการลงทุน ให้ความสนใจกับแผนธุรกิจของพวกเขาไม่มาก็น้อย

 "พวกเราตั้งใจว่าจะตั้งบริษัทขึ้นมาให้ได้ และทำความฝันให้เป็นจริงอย่างแน่นอน หากว่าไม่มีใครสนใจ พวกเราก็จะทำกันเอง เพราะเชื่อว่าตลาดนี้ยังโตได้อีกมาก" ภัคกล่าวทิ้งท้าย
   
      0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0