ไลฟ์สไตล์

อร่อยล้ำท่ามกลางจินตนาการที่ร้านมอดดี้

อร่อยล้ำท่ามกลางจินตนาการที่ร้านมอดดี้

03 พ.ค. 2552

ความร้อนในช่วงนี้เล่นเอาหลายคนๆ ถึงกับไม่อยากออกจากบ้าน ทำให้การกินอาหารนอกบ้านในช่วงกลางวัน อาจเป็นเรื่องที่ทุกคนหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเป็นช่วงแดดร่มลมตกในเวลาเย็น ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียว ด้วยร้านอาหารที่เปิดบริการยามค่ำคืนทุกวันนี้มีอยู่มากมาย

 แต่ถ้าพูดถึงร้านอาหารแนวอาร์ต หลายคนคงคิดตามว่าจะมีรูปร่างหน้าตาของร้านเป็นอย่างไร ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกท่านไปอิ่มอร่อย ท่ามกลางมนต์เสน่ห์ของงานศิลป์ ที่ร้านชื่อเก๋ มอดดี้ (moddy) โดยเจ้าของร้านเล่าว่าเป็นคำย่อมาจากโมดิฟายด์ เพราะร้านจะมีการเปลี่ยนแปลงการตกแต่งทุกเดือนด้วยงานศิลปะ ฟังแค่นี้หลายคนคงอยากไปที่ร้านแล้วใช่ม้า งั้นตามมาเลย

 มาถึงร้านในช่วงพลบค่ำพอดี ด้วยสีของร้านที่ขาวสะอาดตาประกอบกับแสงไฟสีส้ม ทำให้ร้านในช่วงเวลานี้มีความสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ เดินเข้ามาในร้านได้สักพัก ชลิต นาคพะวัน อาร์ติสท์ชื่อดังและเจ้าของร้าน ก็เดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เห็นว่าเพิ่งมาเหนื่อยๆ เจ้าของร้านจึงเสิร์ฟค็อกเทลคลายร้อนที่ชื่อ แบดด็อก มาให้ลิ้มรส ฟังชื่อแล้วรู้สึกว่าจะร้อนกว่าเก่านะเนี่ย แต่พอได้ลองดื่มแล้วพูดได้คำเดียวว่าแรงสมชื่อจริงๆ

 แน่นอนว่าเมื่อเจ้าของร้านเป็นศิลปินภายในร้านจึงภาพวาดและงานศิลป์ต่างๆ มาประดับประดาให้เห็นตั้งแต่หน้าร้านจนถึงชั้นสอง ซึ่งถ้าชื่นชอบภาพไหนก็ต่อรองราคาแล้วหิ้วกลับบ้านได้ทันที แม้แต่การจัดวางโต๊ะเก้าอี้ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นงานศิลป์ ถ้าลองสังเกตดีๆ โต๊ะทุกตัวในร้านจะไม่เหมือนกันทำให้สะดุดตาทีเดียว

 และก่อนจะลิ้มชิมรสอาหารจานเด็ด เจ้าของร้านอารมณ์ศิลป์ เล่าว่า ร้านนี้เปิดมาได้ 8 เดือนแล้ว โดยในแต่ละเดือนจะมีนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนกันมานำแสดงภายในร้าน โดยส่วนมากจะเป็นงานที่เลือกมาเอง หรือบางครั้งอาจจะมีงานที่มาขอแสดง ถ้าน่าสนใจก็จะให้โชว์ "ที่ทำร้านในสไตล์นี้เพราะไม่อยากทิ้งความเป็นศิลปินไป อีกทั้งถ้าไม่ได้ทำงานศิลปะ จะเหมือนไม่เป็นตัวเอง และที่เปิดร้านในรูปแบบของบ้าน ก็เพื่อให้ทุกคนที่มาได้รับความอบอุ่น เหมือนการรับประทานอาหารในบ้านแบบครอบครัว หรือนั่งดื่มกินพูดคุยกันในบ้านเพื่อน ส่วนในเรื่องการตกแต่งร้าน มีส่วนร่วมในการออกแบบเกือบทั้งหมด แม้แต่เมนูอาหารก็ยังคิดเองในบางเมนู เพราะอยากให้เป็นเมนูที่มีเฉพาะที่ร้าน คนที่มากินแล้วติดใจจะได้จำได้ อีกทั้งการเปิดร้าน ไม่ได้อยากได้เงินอะไรมากมาย แค่อยากเปิดร้านให้สนุก มีคนมานั่งกินแล้วพูดถึงร้านเรา ก็พอใจแล้ว" เจ้าของร้านเล่าถึงความเป็นมาของร้านสุดเก๋แห่งนี้

 แล้วเมนูแรกที่ได้ลิ้มรสก็คือ ข้าวผัดสับปะรด ที่ครบรสทั้งเปรี้ยว หวาน มัน ต่อด้วยเมนูยอดนิยมอย่างหนึ่งของร้าน สลัดเนื้อสัน เสน่ห์ของสลัดที่ร้านนี้ก็คือ ซอสที่กลมกล่อมซึ่งก็สูตรพิเศษของทางร้าน แล้วราดมาบนเนื้อที่นุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว จานต่อมาเป็น สเต๊กปลาแซลมอน ซอสเลมอนบัตเตอร์ แอนด์ สปาเกตตีออยคาริค เมนูนี้ไม่ได้มีดีแค่ชื่อยาวอย่างเดียว รสชาติของเนื้อปลารวมเข้ากับสปาเกตตีผสมกับซอสรสเปรี้ยว ทำให้มีความกลมกล่อมอย่างลงตัวจริงๆ

 ปิดท้ายด้วยเมนูเด็ดของร้าน ปีกไก่มอดดี้ เรียกว่าการันตีด้วยชื่อร้านแบบนี้ ไม่อร่อยจริงคงไม่กล้าแน่นอน รสชาติของปีกไก่ทอดที่หมักด้วยสูตรลับของร้าน ทำเอาติดใจจนไม่อยากจะเลิกกินทีเดียว พอลองกระซิบถามสูตรการหมักไก่ ทางร้านได้แต่ปิดปากเงียบแล้วส่ายหน้าอย่างเดียว แหมก็สูตรเด็ดสูตรเฉพาะก็ต้องหนึ่งเดียวเท่านั่น

 มอดดี้ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงประมาณตีหนึ่ง เข้าซอยอารีย์ฯ ตรงไปประมาณ 500 เมตร ซอยอยู่ฝั่งขวา สังเกตป้ายโรงแรมมิตรอารีหน้าปากซอย แล้วตรงเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ทางซ้ายมือ ถ้าไม่แน่ใจสอบถามก่อนได้ โทร.0-2617-0108
 เสพงานศิลป์ ลิ้มรสอาหาร เผลอแป๊บเดี๋ยวอาหารหลายจานตรงหน้าหายไปอย่างรวดเร็ว...

เรื่อง / ณัฐพงษ์ โปธา
ภาพ / ชัยโรจน์ จิรายุพัฒนา