ไลฟ์สไตล์

ตระการตาแสงสีเผาเทียนเล่นไฟเมืองพ่อขุน

ตระการตาแสงสีเผาเทียนเล่นไฟเมืองพ่อขุน

10 พ.ย. 2554

ตระการตาแสงสี เผาเทียนเล่นไฟ ยิ่งใหญ่เมืองพ่อขุน

          ท่ามกลางมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศ ที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สะดวกในการเดินทางและการให้บริการทางการท่องเที่ยว ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ชะลอตัว รวมทั้งบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต้องยกเลิกการจัดประเพณีลอยกระทง จังหวัดสุโขทัยคำนึงถึงสภาวการณ์ดังกล่าว หากแต่ในฐานะที่เป็นจังหวัดหลักซึ่งมีการจัดประเพณีลอยกระทงเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทยมาต่อเนื่องยาวนานถึง 35 ปีแล้ว จึงยังคงจัดงาน "ประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ" ประจำปี 2554 เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย ด้วยหวังให้เป็นงานสำคัญประจำปี ที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจ ตลอดจนงานสร้างรายได้พัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต และหวังอย่างยิ่งให้เป็นอีกกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากวิกฤติการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ได้บ้าง

          จักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า สุโขทัยมีความสำคัญในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเก่าแก่ของประเทศไทย มีแหล่งโบราณสถานและอุทยานประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวราว 1 ล้านคนเดินทางมาเยี่ยมเยือนเพื่อชื่นชมความงามทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี รวมทั้งกิจกรรมท้องถิ่นของทางจังหวัด และงานประเพณีสำคัญที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเฝ้ารอ เพื่อมาสัมผัสกับเอกลักษณ์ความงาม ความสนุกสนาน และตื่นตาตื่นใจมากที่สุด ก็คือ “งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ” ที่จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพราะเชื่อกันว่า จังหวัดสุโขทัยเป็นต้นกำเนิดของการจัดงานประเพณีลอยกระทงในประเทศไทย นับตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี

          “ในปีนี้แม้ประเทศไทยต้องประสบกับภาวะวิกฤติน้ำท่วมอย่างหนักหนาสาหัสในหลายจังหวัด รวมทั้งจังหวัดสุโขทัยเอง ซึ่งหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบการปริมาณมวลน้ำจำนวนมหาศาลดังกล่าวที่ไหลบ่าลงมาท่วม แต่ก็ยังโชคดีที่โบราณสถาน โบราณวัตถุสำคัญๆ ต่างๆ โดยเฉพาะอุทยานประวัติศาสตร์ทั้งหมดสามารถรอดพ้นจากวิกฤติน้ำท่วมในครั้งนี้ ทางจังหวัดสุโขทัยจึงได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยดำเนินการจัดงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ประจำปี 2554 ดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงาม ที่สะท้อนชีวิตและอารยธรรม อันยิ่งใหญ่ของสุโขทัยอย่างแท้จริง ตลอดจนเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นับแสนให้มุ่งตรงสู่ดินแดนรุ่งอรุณแห่งความสุข เพื่อซึมซับบรรยากาศความรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรต้นประวัติศาสตร์ชาติไทยสืบต่อไป" ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าว

          อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย ที่สะท้อนถึงเป็นงานศิลป์อันประณีตวิจิตรของคนสุโขทัย คือ กระทงทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือ ทรงยอดดอกบัวตูม ที่ประดิดประดอยขึ้นมาอย่างงดงาม โดยนำลักษณะเด่นของเจดีย์ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ต้นแบบสุโขทัยมาประดิษฐ์เป็นรูปทรงกระทง ด้วยการนำดอกไม้ ใบไม้และส่วนต่างๆ ของดอกไม้มาจัดแต่งหรือปักให้เกิดเป็นรูปทรงพุ่มกลมตามแบบรูปทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เริ่มต้นจากยอดที่มีปลายแหลมแล้วป่องพองและลดโค้งลงสู่ฐาน จนกลายเป็นกระทงที่งดงามสำหรับลอยลงสู่แม่น้ำลำคลองในค่ำคืนวันลอยกระทง

          ภายในงานยังมีการจำลองตลาดปสานโบราณสมัยกรุงสุโขทัย หรือ ตลาดแลกเบี้ย โดยมีการนำเงินตราสมัยโบราณมาใช้แลกเปลี่ยนแทนเงินในปัจจุบัน สำหรับซื้ออาหารการกินที่มีทั้งของคาวหวานโบราณ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวิตคนในสมัยโบราณได้อย่างสนุกสนาน โดยจัดให้มีตลาดบก ตลาดน้ำ และตลาดแบกะดิน นอกจากนี้ ยังมีการแสดงแสง สี เสียง สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์มนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมเมืองมรดกโลก อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานคือพิธีเผาเทียนแบบโบราณ โดยเชิญชวนให้ประชาชนร่วมพิธีซื้อตะคัน (เครื่องปั้นดินเผารูปคล้ายจาน สำหรับวางเทียนอบหรือเผากำยาน) เผาเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดแล้วนำไปวางบนฐานหรือระเบียงโบสถ์ วิหาร พระเจดีย์ โบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ทำให้เกิดแสงสว่างระยิบระยับนับร้อย นับพันดวง เป็นบุญกุศลที่ได้ร่วมแรงศรัทธาพร้อมกัน หรือจะนำตะคันกลับบ้านเพื่อเป็นที่ระลึกนึกถึงงานเผาเทียนเล่นไฟที่สุโขทัยก็ได้