ไลฟ์สไตล์

โรคภาวะกระดูกพรุน

โรคภาวะกระดูกพรุน

09 พ.ย. 2554

โรคภาวะกระดูกพรุน เป็นภาวะที่มีความหนาแน่นเนื้อกระดูกลดลง จากโครงสร้างของกระดูกที่เคยหนาแน่นประสานกันเป็นโยงใยในการรับน้ำหนักได้ดีนั้น มีการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดการโปร่งบางของโครงสร้างกระดูก ทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ดีเท่าเดิม อีกทั้งยังมีโอกาสเปราะห

ภาวะใดที่ก่อให้เกิดโรค
 เพศหญิงมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าเพศชาย เนื่องจากโครงกระดูกในเพศหญิงมีความหนาแน่นน้อยกว่าเมื่อมีอายุสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออายุเกินกว่า 40 ปี ภาวะหมดประจำเดือนในเพศหญิงที่เกิดการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ผู้ที่รับแคลเซียมและวิตามินดี ในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
กระดูกของคนเรา จะมีความหนาแน่นสูงสุดในช่วงอายุ 20-30ปี
 ดังนั้นการสร้างเสริมกระดูกให้มีความหนาแน่นมากที่สุดเมื่ออายุ 20ปี เป็นช่วงที่สำคัญ และระยะสำคัญรองลงมาก็คือ ในช่วงที่หมดประจำเดือนเสริมสร้างกระดูกให้มีความหนาแน่นมากที่สุด ตั้งแต่ในช่วงอายุ 20-30 ปี ด้วยการรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีให้เพียงพอ นอกจากนี้อาจใช้ยาช่วยได้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
 - ยาระงับการทำลายกระดูก ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ฮอร์โมนแคลซิโตนิน และยากลุ่มบิสฟอสโฟเนท และแคลเซียม เป็นต้น
 - ยากระตุ้นการสร้างกระดูก ได้แก่ วิตามินดี และฟลูออไรด์
วิธีป้องกันและรักษาโรค
 ผู้ที่มีเนื้อกระดูกมากตั้งแต่แรก จะมีโอกาสเกิดกระดูกพรุนได้น้อยกว่าผู้ที่มีเนื้อกระดูกน้อย ดังนั้น การสะสมเนื้อกระดูกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ก็จะเป็นวิธีการป้องกันโรค กระดูกพรุนได้ดีที่สุด รวมถึงการได้รับการตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก (Bone Densitomeret) ซึ่งสามารถตรวจพบการลดลงของเนื้อกระดูกตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นได้
การตรวจวินิจฉัย
 จากการใช้เครื่องตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูก (Bone Densitometer) ที่ใช้เทคนิคการตรวจโดยการ X-Ray เพื่อประเมินความสูญเสียมวลกระดูก หรือสภาวะกระดูกพรุน โดยใช้หลักการจากการดูความหนาแน่น (Thickness) และส่วนประกอบของเนื้อเยื่อกระดูก (Composition) แล้วนำไปเปรียบกับค่าปกติ
บุคคลที่ควรได้รับการตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกด้วยเครื่อง Bone Densitometer
 - หญิงทุกคนที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
 - หญิงวัยหมดประจำเดือน แม้ว่าอายุน้อยกว่า 65 ปี แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน
 - หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีประวัติกระดูกหัก หรือมีภาพเอกซเรย์กระดูกผิดปกติ
 - หญิงที่ต้องรักษาดรคกระดูกพรุน การตรวจวัดความหนาแน่นของกระดูกจะช่วยในการตัดสินใจ
 - หญิงที่ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนมาเป็นระยะเวลานานๆ
 - บุคคลที่มีภาวะกระดูกสันหลังผิดปกติ
 - บุคคลที่ได้รับยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
 - บุคคลที่มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนเกิน
 - เพื่อติดตามการรักษากระดูกพรุน
 ผู้หญิงควรรับประทานแคลเซียมในช่วงอายุ 20-30 ปี และในช่วงก่อนหมดประจำเดือน
การรักษา
 เป็นการรักษาที่มุ่งเน้นเพื่อให้มีผลยับยั้งการทำลายกระดูก และเพื่อเป็นการเสริมสร้างให้กระดูกมี ความหนาแน่นและมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น
โรงพยาบาลไทยนครินทร์
โทร.0-2361-2727