ไลฟ์สไตล์

(รายงานประชาคมท้องถิ่น) ค้านสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล -- ใช้วันที่ 8 ธ.ค.

(รายงานประชาคมท้องถิ่น) ค้านสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล -- ใช้วันที่ 8 ธ.ค.

11 ธ.ค. 2551

(รายงานประชาคมท้องถิ่น) ค้านสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล -- ใช้วันที่ 8 ธ.ค. ชาวบ้านคำสร้างไชยรวมพลัง คัดค้านสร้าง"โรงไฟฟ้าชีวมวล" การก่อสร้างขนาดใหญ่โดยไม่สอบถามความสมัครใจของประชาชนในพื้นที่ก่อน มักก่อให้เกิดแรงต่อต้านรุนแรงเสมอ เช่นเดียวกับโครงการสร้าง "โรงไฟฟ้าชีวมวล" ซึ่งมีแผนจะจัดตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าจากแกลบที่บ้านคำสร้างไชย ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด นายศุภมิต สิมาพันธ์ ครูโรงเรียนบ้านห้วยนกเปล้า ซึ่งอาศัยในหมู่บ้านคำสร้างไชย ชี้ถึงความผิดปกติในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าว่า บริษัทกระทำแบบรวบหัวรวบหาง ไม่ได้เชิญชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยเข้าไปรับฟังด้วย โดยอ้างเพียงว่า โรงงานผลิตไฟฟ้าจะทำให้ลูกหลานชาวบ้านมีงานทำในโรงงาน และจะได้ใช้ไฟฟ้าราคาถูก เพราะมีโรงไฟฟ้าอยู่ใกล้ๆ และจะมีเงินทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาชุมชนด้วย บริษัทระบุในจดหมายขอก่อสร้างว่า มีกำลังผลิตไฟฟ้า 9.9 วัตต์ ทำให้ไม่ต้องศึกษาผลกระทบ เนื่องจากกฎหมายระบุว่า ถ้าโรงไฟฟ้าที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ขึ้นไป จะต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า "อีไอเอ" จึงมองว่า บริษัทจงใจเลี่ยงกฎหมาย ในฐานะที่เป็นครูและอยู่หมู่บ้านนี้ คงจะทนให้มีคนเอาฝุ่นและแกลบมาให้ถึงหน้าบ้านไม่ได้ "ผมกับชาวบ้านทำหนังสือคัดค้านไปถึงอำเภอ ไปถึง อบต. เรียกร้องให้มีการทำประชามติใหม่ เพราะชาวบ้านบางคนไม่ได้เข้าร่วมประชุมในวันนั้น กลับมีชื่อเห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าด้วย" ด้าน นางเตือน แสนทวีสุข อายุ 73 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย เรียกร้องให้บริษัทเห็นใจต่อชะตากรรมของชาวบ้านด้วย "สมาชิกในครอบครัวฉัน ทั้งตาและหลานอีก 3 คนต่างก็ป่วยเป็นโรคหอบ ถ้าสร้างโรงไฟฟ้าที่มีฝุ่นแกลบขึ้นมาจริงๆ ฉันกับตาและหลานๆ ก็คงตายก่อนคนอื่นๆ ในหมู่บ้านอย่างแน่นอน" ขณะที่ นายฐากูร ประจญศึก ปลัดอำเภอสว่างวีระวงศ์ ระบุว่า รายละเอียดโครงการอยู่ที่ อบต. แต่ที่รายงานถึงอำเภอ คือ ผ่านการทำประชามติไปแล้ว ซึ่งไม่แน่ใจว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมายหรือไม่ "ทางอำเภอยินดีอยู่ข้างพี่น้องประชาชน และการทบทวนประชามติที่ทำไปแล้วสามารถจัดทำใหม่ได้อีกครั้ง เพราะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และผลกระทบด้านสุขภาพเสียก่อน" นายสมสิทธิ์ นิทธยุ กลุ่มศึกษาและติดตามพลังงานทางเลือก มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม กล่าวทักท้วงว่า วัตถุดิบในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลคือ แกลบ สิ่งที่น่าเป็นห่วงและต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียด คือ การหาวัตถุดิบจะหามาจากไหน จะเกิดปัญหาฝุ่นจากแกลบระหว่างขนส่งหรือไม่ การเทแกลบกองไว้จะมีเศษละอองปลิวเข้าสู่บ้านชาวบ้านแค่ไหน การเผาไหม้จะเกิดมลพิษหรือไม่ เป็นต้น นอกจากนี้ กระบวนการผลิตยังต้องใช้น้ำ เพราะต้องใช้น้ำหล่อเย็นไม่ให้เครื่องจักรร้อนเกินไป บริษัทจะนำน้ำใช้มาจากที่ไหน และเมื่อใช้เสร็จจะปล่อยน้ำที่มีสารเคมีเจือปนด้วยอย่างไร "บริษัทต้องให้ข้อมูลที่ชัดเจนต่อชาวบ้าน ทั้งการจ้างงาน รายได้สู่ชุมชน และผลกระทบต่อสุขภาพ" นายสมสิทธิ์กล่าวเรียกร้อง ส่วน นางกมลวรรณ ชื่นชูใจ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ชี้ให้เห็นถึงบทเรียนการสร้างโรงไฟฟ้าโดยใช้แก๊สที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งเรื่องฝุ่น ควัน ความร้อน และการขาดแคลนน้ำใช้ทางการเกษตร ข้ออ้างของโรงไฟฟ้าที่ว่า จะมีการจ้างงานในชุมชน แต่ในความเป็นจริงกลับมีคนงานในโรงงานเพียง 76 คน และ รปภ.อีก 2 คน นอกนั้นเป็นช่างเทคนิค-วิศวกร ซึ่งชาวบ้านแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ปิดท้ายที่ นายสมชาย เสงี่ยมศักดิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี ระบุว่า การก่อสร้างโรงงานจะต้องอยู่ห่างบ้านเรือนชาวบ้าน วัด สถานที่ราชการ หรือโรงเรียน พอสมควร เบื้องต้น จากการตรวจสอบโรงไฟฟ้าไม่น่าจะมีปัญหามลพิษ เพราะมีการกำจัดควันและฝุ่นละอองถูกต้อง แต่รายละเอียดเชิงเทคนิค และท่าทีของมวลชน จะต้องส่งเรื่องไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อเกิดเสียงคัดค้าน อุตสาหกรรมจังหวัดจึงให้คำแนะนำว่า ให้ อบต.จัดประชุมผู้ประกอบการ และชาวบ้านอีกครั้ง หากชาวบ้านคนใดเห็นด้วยหรือไม่ก็ให้แสดงความเห็น และจดบันทึกเป็นมติที่ประชุม และส่งเรื่องมาที่อุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อจัดส่งความเห็นดังกล่าวไปยังส่วนกลางเพื่อพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ก่อสร้างได้หรือไม่ นี่คือภาพรวมความขัดแย้งของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด แต่เสียงของชาวบ้านในชุมชนเล็กๆ แห่งนี้กลับมีพลังยิ่งใหญ่ เพราะพวกเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มีความรัก และห่วงใยต่อลูกหลานและแผ่นดินเกิดแค่ไหน +++++++++++++ ศิริลักษณ์ สอนอาจ +++++++++++++++++++++++ 11854706