ไลฟ์สไตล์

สั่งสธ.ดูแลคนไทยกลับจากเม็กซิโกพรุ่งนี้

สั่งสธ.ดูแลคนไทยกลับจากเม็กซิโกพรุ่งนี้

02 พ.ค. 2552

เสธ.หนั่น สั่งสธ.ดูแลคนไทยกลับจากเม็กซิโกพรุ่งนี้(3พ.ค.)เตรียมส่งยาช่วยเม็กซิโก 3 หมื่นเม็ด “หมอไพจิตร์”สั่งรพ.ตั้งจุดคัดกรองโรคเหมือนหวัดนก พร้อมให้อภ.สต๊อกวัตถุดิบผลิตยาเพิ่ม 2 ล้านเม็ด เผย มีผู้เข้าข่ายเฝ้าระวัง 2 ราย หลังเครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์พบอุณหภ

(2พ.ค.) เวลา 10.30 น. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการระดับชิตเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมเข้าประชุมในการวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งมี นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการฯ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
 
 พล.ต.สนั่น กล่าวว่า มาตรการควบคุมโรคต้องทำอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของคนไทยในเม็กซิโกที่เป็นนักเรียนไทยและครูอาสาสมัครจะเดินทางกลับมายังประเทศไทยวันพรุ่งนี้นั้น (3 พ.ค.) ก่อนอื่นจะต้องมีการทำความเข้าใจกับคนในครอบครัวว่า มาตรการที่กระทรวงดำเนินการนั้น เป็นเพียงการเฝ้าระวังโรคเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ป่วย ซึ่งในส่วนของผู้ที่ผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์และตรวจร่างกายที่ไม่พบอาการผิดปกติจะให้กลับบ้านได้ แต่จะมีทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ไปติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องในช่วง 7 วันของระยะการฟักเชื้อ โดยให้ สสจ.ดูแล หกพบอาการผิดปกติจึงนำส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป   ส่วนผู้ผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงและพบอาการผิดปกติ จะส่งตัวไปเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดยังโรงพยาบาลเช่นกัน  
 
 พล.ต.สนั่น กล่าวต่อว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือประเทศที่กำลังเกิดการระบาดของโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นั้น จะประสานไปยังสถานทูตเม็กซิโกประจำประเทศไทยเพื่อจัดส่งยาโอเซลทามีเวียร์ไปช่วยเหลือ เบื้องต้นจะจัดส่งไป 20,000-30,000 เม็ด โดยเป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วย 19,000 ราย แต่หากมีผู้ป่วยเพิ่มให้ทางสถานทูตเม็กซิโกแจ้งจำนวนยาที่ต้องการว่าความต้องการอยู่ที่เท่าไหร่
 
 นายมานิต กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้ไปดูจุดตรวจวัดไข้ที่สนามบินพิษณุโลก โดยทูลกกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงห่วงใยปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดเข้าไทย และทรงสนพระทัยติดตามสถานการณ์และมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการมาโดยตลอด ได้ประทานคำแนะนำโดยให้ดำเนินการให้สูงกว่ามาตรฐานไว้ก่อน สำหรับชาวไทยที่มาจากเม็กซิโก หากตรวจแล้ว กระทรวงสาธารณสุขจะมอบหน้ากากอนามัย พร้อมเจลล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อที่ติดมากับมือ ขอความร่วมมือเฝ้าระวัง และมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อสอบถามอาการได้ทุกวัน และมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอสม.ติดตามเคาะประตูบ้านติดตามอาการผิดปกติทุกวัน จนกว่าจะปลอดภัย แต่หากตรวจพบมีไข้ จะรับตัวเข้ารักษาในโรงพยาบาลทันที
 
 นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 แต่ล่าสุดที่ฮ่องกงและเกาหลีใต้ได้มีรายงานพบผู้ป่วยแล้ว ซึ่งเป็นประเทศในกลุ่มภูมิเอเชีย นั่นหมายความว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการคัดกรองและป้องกันโรคอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อม 3 ยุทธศาสตร์ คือ 1.มาตรการในการสกัดกั้นโรค 2.ค้นหาผู้ป่วยและแก้ไข และ 3.การเตรียมความพร้อมหากเกิดการแพร่ระบาด ทั้งนี้ยังได้มีการสั่งเพิ่มรถฉุกเฉินประจำที่สนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มเติมเป็น 2 คัน เพื่อนำส่งผู้ที่มีอาการสงสัยไปยังโรงพยาบาล พร้อมกันนี้ต้องเพิ่มจุดคัดกรอง โดยมีการสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศตั้งจุดคัดกรองโรคไว้เช่นเดียวกับช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนก
 
 นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า ส่วนความพร้อมในเรื่องของยาและเวชภัณฑ์นั้น ขณะนี้เรามียาโอเซลทามีเวียเตรียมพร้อมไว้ 4 ล้านเม็ด หน้ากากอนามัย 4 ล้านชิ้น แต่ขณะนี้ได้สั่งการให้ทางองค์การเภสัชกรรมสั่งวัตถุดิบในการผลิตยาโอเซลทามีเวียสต๊อกไว้ เพื่อผลิตยาอีก 2 ล้านเม็ด  
 
 ขณะที่ นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่พบผู้ป่วยในประเทศฮ่องกงและเกาหลีใต้ว่า เป็นเรื่องที่ดี และต้องมองในเชิงบวกที่เป็นข่าวดี เพราะการพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่ามาตรการเฝ้าระวังโรคแต่ละประเทศได้นำมาใช้อย่างเข้มข้น จึงตรวจพบผู้ป่วย แต่หากไม่มีการรายงานตัวเลขผู้ป่วยเลย ทางระบาดวิทยาถือว่าเป็นเรื่องที่น่าวิตก เพราะเมื่อมีการรายงานผู้ป่วยอาจมีจำนวนมาก เช่นเดียวกับในสหรัฐฯ ที่ในช่วงแรกที่ไม่มีการรายงานผู้ป่วยเลย อีกทั้งที่ผ่านมาผู้ติดเชื้อในเม็กซิโกอาจมีเป็นแสนราย แต่มีผู้ป่วยเพียงแค่ร้อยละ 1 อีกทั้งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ป่วยในเม็กซิโก ยังไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศอื่นๆ ที่เสียชีวิตเลย
 
 ด้าน นพ.ภาสกร อัครเสวี ผู้อำนวยการสำนักระบาด กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้มี 13 ประเทศที่มีการยืนยัน ผู้ป่วย และจะมีเพิ่มอีก 1 ประเทศ คือ ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีการรายงานข้อมูลเบื้องต้นและอยู่ระหว่างการยื่นยันข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกอย่างเป็นทางการ ซึ่งทั่วโลกขณะนี้มีผู้ป่วยทั้งสิ้น 381 ราย เสียชีวิต 10 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเม็กซิโก สำหรับประเทศไทยนั้นจากการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้ป่วย มีผู้ที่เข้ารับการสอบสวนโรคทั้งสิ้น 6 ราย ในนี้เหลือเพียงแค่ 2 รายเท่านั้น ที่ยังอยู่ระหว่างเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่เครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์ตรวจพบอุณหภูมิสูงผิดปกติ
 
 นพ.ภาสกร กล่าวว่า รายแรกที่ยังอยู่ในการเฝ้าระวัง เป็นหญิง อายุ 42 ปี เดินทางมาจากประเทศเยอรมัน พักดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร และ ผู้หญิงอีก 1 ราย อายุ 46 ปี ประกอบอาชีพมักคุเทศ เพิ่งนำเที่ยวที่ประเทศอิตาลี สวิทเซอร์แลนด์ และฝรั่เศส ในขณะที่อยู่ฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมาเกิดมีอาการไข้ตัวร้อน วัดอุณหภูมิได้ 37.9 องศาเซลเซียส   ขณะนี้เฝ้าสังเกตอาการอยู่ที่โรงพยาบาลเลิดสิน อย่างไรก็ตามทั้ง 2 รายนี้ ผลการตรวจจากชุดทดสอบเชื้อไข้หวัดเบื้องต้นเป็นลบ แต่ยังต้องรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการยืนยันอีกครั้งเพื่อความชัดเจน  
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการประชุมได้มีการถกเถียงในประเด็นมาตรการการดูแลคนไทยที่จะเดินทางกลับจากเม็กซิโกในวันพรุ่งนี้ ซึ่งมีข้อเสนอให้มีการจัดสถานที่พักเพื่อเฝ้าระวังในช่วง 7 วัน เช่นเดียวกับที่ฮ่องกงที่มีการสั่งปิดโรงแรมเพื่อที่จะป้องกันการแพร่กระจายของโรค แต่ได้รับการทักท้วง การดำเนินมาตรการดังกล่าวถือเป็นมาตรการที่รุนแรง ไม่เพียงแต่จะกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยที่จะเดินทางเข้าประเทศเท่านั้น แต่จะกระทบต่อความรู้สึกของนักท่องเที่ยว และอาจไม่เดินทางมายังประเทศไทย จากข่าวที่นำเสนอออกไปทั่วโลก อีกทั้ง 14 คนไทยที่จะกลับจากเม็กซิโกไม่ได้เป็นตัวเชื้อโรค จึงควรใช้เพียงมาตรการเฝ้าระวังที่เหมาะสมเท่านั้น ดังนั้นที่ประชุมจึงสรุปให้เน้นการตรวจเช็คร่างกายอย่างละเอียด และการติดตามเฝ้าระวังที่บ้านในช่วงระยะการฟักตัวของเชื้อเท่านั้น