ไลฟ์สไตล์

บริหารให้น้ำลดลงเร็วช่วยวิกฤติเอสเอ็มอี

บริหารให้น้ำลดลงเร็วช่วยวิกฤติเอสเอ็มอี

05 พ.ย. 2554

บริหารให้น้ำลดลงเร็วช่วยวิกฤติเอสเอ็มอี:แต่งร้านให้ได้ร้าน โดย อ. เอกพงษ์ ตรีตรง www.ideal1group.com

ผลกระทบจากวิกฤติการณ์น้ำท่วมนั้น มีมากมายเหลือคณานับ ตอนนี้เราอาจจะอยู่ในช่วงสับสนตั้งตัวไม่ทัน แต่หลังน้ำลดผลกระทบหนักจะเกิดขึ้น ซึ่งหนักกว่าน้ำท่วมเสียอีก กระทบแรกที่เจอระหว่างน้ำท่วมคือความล้มเหลวของระบบการขนส่ง (Logistic) การติดต่อส่งสินค้าเป็นอัมพาต ความหนักอกหนักใจของผู้ประกอบการจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่น้ำท่วมเท่าใดนัก แต่กลับอยู่ที่น้ำขัง ถนนหนทางไม่สามารถใช้งานได้อย่างปกติ ยิ่งถ้าปล่อยให้ปัญหานี้ยืดยาวมากเท่าใด ผลกระทบจะตกอยู่กับธุรกิจขนาดเล็ก และเอสเอ็มอี ที่อาจจะถึงขั้นล้มหายตายจากกันเป็นหมื่นๆ ราย ภาครัฐจึงควรมีมาตรการแผนฟื้นฟูเมืองและประเทศ สำหรับธุรกิจขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบอย่างเร็วที่สุด โรงงานขนาดเล็กบางโรงงานเล่าให้ฟังว่า เมื่อถนนถูกตัดขาด เขาไม่สามารถส่งสินค้าออกสู่ต่างประเทศได้ทันกำหนด โดนยกเลิกสัญญาและเสียค่าปรับอย่างหนัก และแม้โรงงานอยู่สูงป้องกันอย่างดีจากน้ำ แต่น้ำขังอยู่เป็นเดือนจึงทำให้เขาสูญเสียรายได้ และมีสิทธิล้มทั้งยืนกลางน้ำแน่นอน ปัญหาวิกฤติการณ์น้ำท่วมครั้งนี้หลายคนหลายผู้ประกอบจึงคาดหวังที่จะให้รัฐบาลบริหารให้น้ำลดลงเร็วมากที่สุด ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี มีผลต่อวงจรระบบธุรกิจคนไทยที่จะต้องเดินหน้าต่อให้ได้ ไม่ใช่ซ้ำเติมให้ช้ำลงไปอีกด้วยการบริหารที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า “น้ำลดเร็วช่วยชาติได้จริงๆ” มาตรการหลังน้ำลดสำหรับผู้ประกอบการ จึงควรดำเนินการเร่งด่วนอย่างรอบคอบดังนี้ครับ 1.มีมาตรการเจรจากับต่างประเทศ ในการช่วยเหลือบรรเทาปัญหาหลังเกิดสภาวะชะงักงันด้วยมาตรการผ่อนปรนในรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการเจรจาธุรกิจในกรณีที่มีเงื่อนไขจากอุปสรรค จากการส่งสินค้าไม่ทันเวลาที่กำหนด 2.มีการสนับสนุนจากธนาคาร, สินเชื่อธุรกิจ อันเป็นเจ้าหนี้ของธุรกิจร้านค้ารายย่อย โดยอาจใช้วิธียืดการชำระหนี้ หรือเว้นวรรคชำระในช่วงน้ำขังหรืออำนวยความสะดวกอื่นๆ 3.มีมาตรการในการส่งเสริมอำนวยความสะดวกในการเริ่มธุรกิจหลังน้ำลดอย่างเข้มแข็ง การเจรจาสำหรับผู้ประกอบการด้านสินค้าวัสดุก่อสร้าง ที่ไม่ให้โก่งราคาหรือกักตุน เพราะการฟื้นฟูโรงงาน บ้าน ร้านค้าที่เสียหายจากน้ำจะต้องมีการปรับปรุงและซ่อมแซมอย่างขนานใหญ่ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์อะไหล่ของเครื่องจักรแหล่งการผลิตจากจีนหรือยุโรป รัฐบาลควรมีหน่วยงานในการเจรจาเพื่ออำนวยความสะดวก หรือมีมาตรการเรื่องภาษีหรือมาตรการสินเชื่อ การซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว 4.มาตรการด้านแรงงาน และการช่วยกู้ธุรกิจร่วมกัน ส่งเสริมขวัญและกำลังใจ ไม่ใช่แค่ประกาศเป็นวันหยุดซ้ำเติมผู้ประกอบการเข้าไปอีก เวลานี้ทุกคนต้องลุกขึ้นมา “ขยันขันแข็งเพื่อชาติ” ไม่ใช่นอนตีพุงรอน้ำลด และเมื่อน้ำลดช้า ขาดคนทำงานก็ลงเหวกันไปหมด การเสริมกำลังด้วยความร่วมไม้ร่วมมือ โดยการกระตุ้นนจากภาครัฐและเอกชน อาจต้องเดินหน้าต่อไป แรงงานตกงานจะไม่ตกงานถ้ามาตรการรัฐทำให้การงานเดินได้ 5.การส่งเสริมกำลังใจ ด้วยมาตรการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ จากรัฐ หลังน้ำลดรัฐต้องลงในรายละเอียดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ได้มองแค่เพียงภาพรวม แต่เจาะลึกถึงปัญหาและความขัดข้อง อุปสรรคต่างๆ ที่บั่นทอนเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นของประชาชนด้วยกันเองก่อน ไปจนถึงความเชื่อมั่นจากภายนอกประเทศ กำลังใจจึงไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นกิจกรรม การกระทำ ความตั้งใจจริงมากกว่าครับ 6.การดำเนินการให้ระบบการขนส่งฟื้นเร็วที่สุด อย่าให้ปัญหานี้มาทำให้ระบบเศรษฐกิจล่มสลาย “แม้น้ำท่วม ระบบเดินทางด้วยเรือก็ต้องทำ สะท้อนความเชื่อขององค์กร” จะให้หยุดไม่ได้ แม้บางตำแหน่งโดนตัดขาด รัฐต้องบริหารจัดการท่ามกลางน้ำได้ให้ประเทศชาติไปได้ อย่าหยุดกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจ มีมาตรการที่รอบคอบและละเอียดที่สุด จุดสำคัญของธุรกิจขนาดเล็ก ขณะนี้คือ เรื่องการติดต่อสื่อสารการส่งสินค้า รับสินค้า จะต้องไม่ให้ล่มไปกับน้ำ แม้น้ำลดช้าก็ต้องหาวิธีการช่วยให้มากที่สุด สำหรับท่านใดที่สนใจอยากฟังการสัมมนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กกู้วิกฤติกับรายการ “อยู่สบาย” ตอนนี้ทางรายการขอเลื่อนการจัดสัมมนาออกไป และจะแจ้งวัน เวลา และสถานที่ให้ทราบอีกที แต่ท่านสามารถติดต่อขอจองสัมมนากันมาได้ที่ โทร.0-2984-0091-2 หรือ 08-6331-7433