
เคลื่อนย้าย...ผู้ป่วย ความจำเป็นเพื่อความปลอดภัย
เคลื่อนย้าย...ผู้ป่วย ความจำเป็นเพื่อความปลอดภัย โดย... พวงชมพู ประเสริฐ
ไม่มีใครอยากให้ภาพของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยความทุลักทุเลถูกฉายซ้ำเหมือนการเกิดขึ้นหลังน้ำทะลักเข้าท่วมโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ด้วยเหตุนี้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้มีการเตรียมแผนเคลื่อนย้ายผู้ป่วย โดยเฉพาะโรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและเขตกรุงเทพมหานครในทันที เพราะนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำแทบทุกครั้งในการประชุมผู้บริหารสธ. ว่า “จะได้เห็นกรุงเทพฯ พายเรือแน่นอน”
“การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในจากโรงพยาบาลที่พักรักษาเดิมไปโรงพยาบาลแห่งใหม่ ในสถานการณ์ที่โรงพยาบาลเดิมเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมโดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยหนัก มีความจำเป็น เพราะหากโรงพยาบาลถูกน้ำท่วม เสี่ยงที่ระบบไฟภายในจะถูกตัด ซึ่งจะกระทบต่อการช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่อุปกรณ์ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาไฟฟ้า และโรงพยาบาลอาจอยู่ในสภาพถูกปิดล้อม ขาดแคลนเวชภัณฑ์ต่างๆ การดำเนินการเคลื่อนย้ายจึงเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของคนไข้” นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ สธ.
เมื่อเป็นเช่นนี้โรงพยาบาลในพื้นที่ที่คาดว่าปลอดภัยจากน้ำท่วมหรือสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มกลับคืนสู่ปกติ 12 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี อ่างทอง ชัยนาท ลพบุรี และ สิงห์บุรี ถูกสั่งให้มีการ เคลียร์เตียง เพื่อรอรับผู้ป่วยที่จะถูกเคลื่อนย้ายมาจากโรงพยาบาลที่เสี่ยงประสบภัยน้ำท่วม
ตามแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยของสธ.จะแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่มตามระดับอาการหนักเบา คือ สีแดง กลุ่มผู้ป่วยวิกฤติช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ในห้องไอซียู สีเหลือง กลุ่มผู้ป่วยที่อาการไม่หนักถึงขั้นวิกฤติ แต่จำเป็นต้องให้ยาและพักรักษาตัวอยู่ในโรงพบาบาล โดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เช่น ผู้ป่วยโรคปอด ผู้ป่วยต้องล้างไต เป็นต้น และ สีเขียว กลุ่มผู้ป่วยในทั่วไปที่ช่วยเหลือตัวเองได้ อาการป่วยไม่รุนแรง เช่น ท้องเสียมาก ไข้หวัดใหญ่
ในการเคลื่อนย้าย จะทำการเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ป่วยหนักที่อาการคงที่ก่อน และจะต้องมีเครื่องมือแพทย์พร้อมบุคลากรการแพทย์จากโรงพยาบาลต้นทางติดตามไปดูแลด้วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยที่โรงพยาบาลปลายทาง และหากกลับสู่สภาวะปกติ จะอำนวยความสะดวกจัดรถส่งกลับถึงภูมิลำเนาฟรี ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 25 - 29 ตุลาคม 2554 สธ.ได้ส่งผู้ป่วยจากจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมไปพักรักษาต่อยังโรงพยาบาลนอกพื้นที่แล้วประมาณ 340 ราย
นพ.ภาสกร อธิบายว่า ผู้ป่วยกลุ่มสีแดง จะแยกย่อยเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มผู้ป่วยที่อาการไม่คงที่ เสี่ยงต่อการเสียชีวิต 2.กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถคุมสัญญาณชีพได้แล้ว และ3.กลุ่มผู้ป่วยหนัก ที่ใกล้เสียชีวิต ให้การรักษาแบบประคับประคอง ทั้งนี้ ผู้ป่วยสีแดง กลุ่มที่ 1 และ 3 จะไม่เคลื่อนย้าย จะเคลื่อนย้ายเฉพาะกลุ่มที่ 2 ที่มีความปลอดภัย วิธีการเคลื่อน ผู้ป่วยจะต้องนอนเปล มีเครื่องช่วยหายใจหรือมีพยาบาลคอยบีมลูกยางบีบช่วยการหายใจหรือ แอมบู แบ็กไปด้วย อีกทั้ง จำเป็นต้องมีแพทย์ติดตามไปด้วย โดยเฉพาะคนไข้ที่ต้องลำเลียงทางอากาศ ผู้ป่วยกลุ่มสีเหลือง ผู้ป่วยจะต้องนอนเปลหรือนั่งรถเข็ญและจะต้องมีถังออกซิเจนหรือสายน้ำเกลือไปด้วย ส่วนผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว อาจไม่มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย เพราะแพทย์ใกล้อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้แล้ว
สิ่งที่พึงคำนึงถึงในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย นพ.ภาสกร บอกว่า หากเป็นคนไข้รู้ตัวจะต้องให้คนไข้ยินยอมพร้อมใจ เว้นในกรณีที่โรงพยาบาลใกล้จุดวิกฤติ แม้คนไข้ไม่ยินยอมก็จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย การเตรียมพร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ โดยถ้าลำเลียงทางอากาศจะมีหน่วยเวชศาสตร์การบิน ทำหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ป่วยพร้อมที่จะถูกเคลื่อนย้ายทางอากาศหรือไม่ เนื่องจากสภาพอากาศด้านบนจะไม่เหมือนด้านล่าง รวมทั้ง การเตรียมพร้อมการให้อาหารและยาแก่ผู้ป่วย เพราะผู้ป่วยบางรายจะต้องให้ยาตรงตามเวลา ก่อนจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจึงต้องพิจารณาดูว่าต้องให้ยาผู้ป่วยหรือไม่
สธ.โดยนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สธ. ยืนยันว่า ผู้ป่วยที่ส่งตัวจากพื้นที่น้ำท่วมไปรักษายังโรงพยาบาลต่างๆ ทุกราย สธ.ได้ให้การดูแลรักษาเป็นอย่างดี และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ไม่มีการทอดทิ้งอย่างเด็ดขาด!
(เคลื่อนย้าย...ผู้ป่วย ความจำเป็นเพื่อความปลอดภัย โดย... พวงชมพู ประเสริฐ)



