
บุกครัว 'เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)'
ไฮฮอตวันเสาร์ : บุกครัว 'เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)'ปรุงอาหารช่วยผู้ประสบภัย
นาทีนี้ความเดือดร้อนของ "ผู้ประสบภัยน้ำท่วม" ยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะมวลน้ำหลายลูกบาศก์เมตร ที่พากันไหลทะลักเข้าสู่กรุงเทพมหานคร และพร้อมจะแทรกซึมไปทุกพื้นที่ทั้งทางบกและทางใต้ดิน เสียงประกาศให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเร่ง "อพยพ" ยังคงได้ยินทุกค่ำคืน...ศูนย์อพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลากหลายแห่งที่ถูกจัดตั้งขึ้น จึงกลายเป็นสถานที่รองรับผู้ประสบภัยในชั่วโมงวิกฤตินี้ได้เป็นอย่างดี หากแต่จะมีเพียงที่นอน หมอน มุ้ง เห็นจะไม่ได้ อาหารการกินที่ถูกสุขลักษณะจึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้ประสบภัย ให้มีเรี่ยวแรงลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาต่างๆ ได้ด้วย...
มหาวิทยาลัยใจกลางเมืองหลวงแห่งแรกของไทยอย่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเนรมิตอาคารสนามกีฬาในร่มให้กลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์อพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วม ในชื่อ "ศูนย์พักพิงฯ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" และที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางประกอบอาหารพร้อมรับประทาน แจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยไปพร้อมๆ กันด้วย ภายใต้การควบคุมและบอกกล่าวของ ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.เลอสม สถาปิตานนท์ รองอธิการบดีด้านกายภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าควบคุมโรงครัว ก็ไม่พลาดที่จะพาเราชมโรงครัวชั่วคราว ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างศาลาพระเกี้ยว ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์การผลิตอาหาร ที่สะอาดและถูกสุขลักษณะในแต่ละมื้อ
โรงครัวชั่วคราวนี้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
โรงครัวนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนหุงข้าว ทำกับข้าว และส่วนแพ็กของเพื่อนำส่งไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย ซึ่งแต่ละวันเราจะต้องทำอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานวันละ 2 หมื่นกว่าชุด เราเป็นโรงครัวเล็กๆ จึงทำอาหารได้เพียงเท่านี้ แต่มีโครงการที่จะขยายโรงครัวเพื่อจะทำให้ได้วันละ 5 หมื่นชุดด้วยเหมือนกัน แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัดเราจึงผลิตได้เพียงเท่านี้
วัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาปรุงอาหารเหล่านี้มาจากที่ไหนบ้าง
หลักๆ เลยได้มาจากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก อีกส่วนหนึ่งมาจากการบริจาคทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร น้ำมัน น้ำปลา น้ำตาล ผัก และของสดต่างๆ โดยเฉพาะเนื้อไก่เราได้รับการอนุเคราะห์จากบริษัทซีพีที่นำมาบริจาคให้ทุกวัน แม่ค้าที่ปากคลองตลาดนำมาบริจาคให้ก็มี โดยส่วนใหญ่จะเป็นของสดที่นำมาให้แล้วเราก็นำมาปรุงสุกอีกครั้งหนึ่ง
บุคลากรที่มาช่วยเหลือเรื่องอาหารมาจากที่ไหน
มีทั้งบุคลากรของทางมหาวิทยาลัย นิสิตจุฬาฯ หรือแม้แต่ผู้อพยพในศูนย์ของเราก็มาช่วยกันทำ และบรรดาเหล่าจิตอาสา แต่เนื่องจากเรามีกำลังในการทำอาหารจำกัด บางครั้งต้องส่งวัตถุดิบให้แก่แม่ค้าที่ขายอาหารในจุฬาฯ ให้เขาช่วยกันทำ และรับซื้อในราคาที่ถูกมากถุงละ 10 บาทกว่าๆ ซึ่งเขาจะทำอาหารปรุงสุกแพ็กแล้วส่งมาให้แก่เราทุกวันเช่นกัน
การทำอาหารแต่ละเมนูมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
อาหารที่ทำเราจะเน้นทำแบบแห้งๆ เพื่อให้เก็บไว้ได้นาน ส่วนเนื้อสัตว์ที่นำมาทำจะเป็นไก่เพียงอย่างเดียว เพราะเนื้อหมูคนที่นับถือศาสนาอิสลามจะกินไม่ได้ เนื้อวัวหลายๆ คนก็ไม่กิน ดังนั้นเราจะเน้นเนื้อไก่ ไข่ ในเบื้องต้น เมนูส่วนมากจะเป็น ไก่ผัดพริกขิง คั่วไก่ ไก่ทอด เมนูจะหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ ซึ่งแม่ครัวเราจะเป็นคนครีเอทเมนูกันเองบ้าง บางครั้งก็มีออเดอร์สั่งเข้ามาบ้าง ซึ่งเมนูต่างๆ เหล่านี้เราจะคิดกันไว้ล่วงหน้า 3 วัน เพื่อจะได้เตรียมในเรื่องของวัตถุดิบที่จะนำมาทำด้วย ซึ่งของสดเราจะใช้หมดวันต่อวัน
อาหารแต่ละมื้อคำนึงถึงโภชนาการด้วยหรือไม่
เราพยายามคำนึงถึงโภชนาการเป็นหลัก แต่ด้วยข้อจำกัดในการขนส่งซึ่งบางครั้งเดินทางไกลใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมง การที่เราจะใส่ผักสักชิ้นเข้าไปในอาหาร แม้จะดีต่อผู้รับประทานแต่กว่าจะไปถึง ผักชิ้นนั้นอาจจะบูดแล้วพาลทำให้อาหารทั้งถุงเสียได้ ที่สำคัญอาหารทุกอย่างต้องปรุงด้วยความสะอาด และสุกทั้งหมดเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่อาจจะทำให้ท้องเสียได้ เราคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภค เนื่องจากตอนนี้ร่างกายของผู้ประสบภัยอาจจะมีภูมิต้านทานน้อยหรือร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว หากได้รับเชื้อโรคหรือเชื้อแบคทีเรียเข้าไปอีกอาจจะเกิดโรคเป็นปัญหาซ้ำขึ้นมาอีกก็ได้
อาหารปรุงสุกเหล่านี้มีต้องนำไปส่งที่ไหนบ้าง
เราจะมีรถมารับอาหารที่แพ็กเสร็จแล้วไปส่งถึงผู้ประสบภัยตามสถานที่ต่างๆ รถคันแรกประมาณ 09.00 น. จะเป็นรถของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก รถจากบางกรวย ร่วมด้วยช่วยกัน ป่อเต็กตึ๊ง และตามชุมชนต่างๆ ที่เข้ามารับอาหารไปอย่างเช่น บางพลัด บางอ้อ ทวีวัฒนา ปิ่นเกล้า จตุจักร ดอนเมือง ทุ่งสองห้อง ซึ่งแต่ละที่เราจะมีการตรวจเช็กลงทะเบียนเพื่อความแน่ใจว่า อาหารเหล่านี้ถึงมือผู้ประสบภัยจริงๆ ไม่ได้มารับจากเราแล้วนำไปขายต่อ แต่ด้วยความที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง อาหารที่เราทำนี้จะนำไปส่งถึงในมื้อเที่ยงและเย็น ส่วนมื้อเช้านั้นจะเป็นสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เข้ามาช่วยเหลือในการทำอาหารมื้อเช้า กระแสตอบรับของผู้ที่ได้รับประทานโดยเฉพาะในศูนย์พักพิงของเรา ผมก็มีไปถามพวกเขาถึงอาหารด้วยเหมือนกัน เขาก็บอกว่าชอบข้าว ข้าวอร่อยเหนียวดี แล้วเม็ดขาวน่ารับประทาน
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เราต้องเรียนรู้อะไรบ้าง
เราเรียนรู้กันวันต่อวันเลยก็ว่าได้ แต่ยอมรับว่าพวกเราได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องของการจัดการสิ่งต่างๆ ให้เป็นระบบ เพื่อไม่ให้ยุ่งวุ่นวายในแต่ละวัน การทำอาหารอย่างการหุงข้าวเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้ เราก็มีเทคนิคในการทำเริ่มจากนำข้าวสารมาชั่งน้ำหนักก่อน 30 กิโลกรัมต่อ 1 ตู้อบ ตู้อบข้าวแต่ละตู้สามารถหุงได้ 12 ถาด 1 ถาดจะมีข้าวอยู่ 2.5 กิโลกรัม ซึ่งข้าวเหล่านี้เราจะใส่น้ำส้มสายชูเข้าไปด้วยในปริมาณ น้ำส้มสายชู 2 ฝาต่อน้ำ 30 ลิตร เพื่อป้องกันข้าวบูดแล้วข้าวนี้จะเก็บได้นาน 3 วัน สูตรนี้เป็นสูตรที่ทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากแนะนำมา เรามีตู้หุ้งข้าวทั้งหมด 7 ตู้ซึ่งเป็นของมูลนิธิอาสาฯ ทั้งหมด ใช้เวลาในการหุง 45 นาที เริ่มหุงตั้งแต่ตีสองถึงบ่ายสามโมงทุกวัน พอข้าวสุกจะต้องนำมาตากลมให้เย็นก่อนใส่ถุง โดยในทุกๆ ขั้นตอนของการผลิต จะมีการถ่ายทำคลิปวิดีโอเอาไว้ทั้งหมด ตั้งแต่การแพ็กถุงยังชีพว่ามีเทคนิคอย่างไร ที่จะทำให้ของในถุงไม่เสียหาย การหุงข้าวด้วยตู้หุงของมูลนิธิซึ่งการถ่ายคลิปเหล่านี้เพื่อจะได้เป็นแหล่งความรู้ในอนาคต เผื่อวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ขึ้น จะได้ไม่ต้องมาเรียนรู้กันใหม่
...การบุกครัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะได้เห็นอาหารหน้าตาน่ารับประทานเท่านั้น แต่เรายังได้เห็น "น้ำใจ" คนไทย ที่ไม่ว่าจะทุกข์ยาก หรือเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ก็ไม่เคยทอดทิ้งคนไทยที่เดือดร้อนกว่าเช่นกัน...
(ไฮฮอตวันเสาร์ : บุกครัว 'เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)'ปรุงอาหารช่วยผู้ประสบภัย)



