ไลฟ์สไตล์

งูเห่ากัดตาย

งูเห่ากัดตาย

01 พ.ย. 2554

ญาติถูกงูเห่ากัด เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 ได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา แต่ทางโรงพยาบาลบางกล่ำไม่มีเซรุ่ม จึงส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลหาดใหญ่

 ภูมิศาสตร์ใน อ.บางกล่ำ ส่วนใหญ่เป็นป่า ผู้ที่ทำงานอยู่ในสวนยางพาราสุ่มเสี่ยงต่อการถูกงูกัด ทราบมาว่าภายในปีนี้มีคนถูกงูกัดตายที่โรงพยาบาลนี้แล้ว 5 คน
 ทางโรงพยาบาลน่าจะเตรียมเซรุ่มไว้ให้พร้อมจะได้ไม่ต้องเสียเวลาส่งตัวต่อไปโรงพยาบาลอื่น ซึ่งก็เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต เพราะรักษาไม่ทัน
ชาวบางกล่ำ
ตอบ
 นพ.กู้ศักดิ์ บำรุงเสนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางกล่ำ ชี้แจงว่า ปีนี้ไม่มีประวัติมีผู้เสียชีวิตจากการถูกงูกัด เซรุ่มที่ใช้ในการรักษาก็ไม่ได้ขาดแคลน
 กรณีนี้น่าเกิดจากการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกันมากกว่า ต้องตรวจสอบรายละเอียดจากประวัติการรักษาก่อนว่า คนไข้เข้ามารับการรักษาด้วยอาการใด มีการนอนสังเกตการณ์หรือไม่ เพราะตามหลักวิชาการต้องดูให้แน่ชัดว่าเป็นพิษจากงูชนิดใด ถ้ายังไม่มีอาการจะไม่ฉีดเซรุ่มเพื่อดักอาการ แต่จะรักษาเมื่อมีอาการ
 อาการถูกงูกัดแบ่งเป็น 3 ชนิด ตามอาการของพิษ
 1.พิษทางประสาท (งูเห่า งูจงอาจ งูเหลือม) จะมีอาการหนังตาตก ซึม สะลึมสะลือปลุกตื่นยาก ขากรรไกรแข็ง พูดไม่ชัด แน่นหน้าอก
 2.พิษทางกล้ามเนื้อ (งูทะเลชนิดต่างๆ) จะแสดงอาการค่อนข้างช้าอาจใช้เวลาเกือบ 1 วัน มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปัสสาวะลดลงและมีสีเข้ม บางรายเป็นอัมพาต และอาจเสียชีวิตด้วยอาการไตวายหรือการหายใจล้มเหลว
 3.พิษทางเลือด (งูแมวเซา งูกะปะ งูเขียวหางไหม้) จะมีอาการถ่ายดำ เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกใต้ผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด ปัสสาวะปนเลือด อวัยวะภายในตกเลือด มักตายด้วยอาการไตวาย 
 การดูแลผู้ป่วยที่ถูกงูกัดผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาต้องเข้าสู่กระบวนการของโรงพยาบาล จะให้นอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ ตรวจสอบดูว่าเป็นงูชนิดใด เพราะคนที่ถูกงูกัดไม่ใช่จะได้รับพิษทุกคน นอนเพื่อสังเกตอาการภายใน 24 ชั่วโมง เจาะเลือดตรวจดูภาวะผิดปกติทุก 6 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเกิน 24 ชั่วโมงแล้ว ไม่มีอาการถือว่าปลอดภัย
ลุงแจ่ม

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อถูกงูกัด
 1.ใช้เชือกรัดเหนือแผล 5-15 ซม. ให้พอสอดนิ้วเข้าไปได้ ไม่ต้องรัดให้แน่นจนเลือดมาหล่อเลี้ยงไม่ได้
 2.ให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวร่างกายน้อยที่สุด จัดท่าให้ส่วนที่งูกัดอยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ ห้ามดื่มเหล้า เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มชูกำลัง
 3.ทำความสะอาดบาดแผลที่ถูกงูกัดด้วยน้ำสะอาด หรือแอลกอฮอล์และทิงเจอร์
 4.รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที