ไลฟ์สไตล์

สธ.เปลี่ยนหวัดหมูเป็นหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009

สธ.เปลี่ยนหวัดหมูเป็นหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009

01 พ.ค. 2552

สธ.สั่งเปลี่ยนชื่อไข้หวัดเม็กซิโก เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” ตาม“ฮู”ประกาศ เหตุเกรงใจเจ้าของประเทศ ปลัด สธ. เผยใช้“ดุสิตธานี ” เป็นที่ประชุม รมว.สาธารณสุขอาเซียน 7-8 พ.ค. หมอไพจิตร สรุปตัวเลขคนไทยในเม็กซิโกกลับไทยล่าสุด 18 คนแล้ว

(1พ.ค.) นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในวันนี้ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ ของกระทรวงสาธารณสุข ที่สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วยคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการอำนวยการ มีนายแพทย์ปราชญ์ เป็นประธานคณะกรรมการประกอบด้วย อธิบดีทุกกรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ทำหน้าที่อำนวยการสั่งการ กำหนดแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคไข้หวัดใหญ่ วิเคราะห์สถานการณ์ และสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายต่างๆ ทั้งงบประมาณ อัตรากำลัง ให้เพียงพอ

 ชุดที่ 2 ศูนย์บัญชาการกระทรวงสาธารณสุข มีนายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน คณะกรรมการประกอบด้วย หัวหน้าผู้ตรวจราชการ รองอธิบดีทุกกรม รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ทำหน้าที่บัญชาการเหตุการณ์ระดับกระทรวง มีโครงสร้างงาน 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนติดตาม กำกับ ประสานงาน ส่วนกำหนดกลยุทธ์และวางแผน ส่วนสนับสนุนงบประมาณ และการบริหาร ส่วนสื่อสารและประชาสัมพันธ์ และส่วนประสานต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้งานมีความครอบคลุม มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 โดย นพ.ปราชญ์ เปิดเผยถึงผลการประชุมศูนย์บัญชาการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุข ว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปให้เปลี่ยนชื่อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก เป็น “ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” โดยเป็นไปตามสากล ซึ่งฟังแล้วเข้าใจได้ง่าย จากที่องค์การอนามัยโลกให้ใช้ชื่อว่า “ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A H1 N1” ซึ่งเป็นชื่อทางการ โดยชื่อภาษาอังกฤษ คือ Influenza A H1 N1 โดยจากนี้จะเรียกชื่อนี้แทน เพื่อไม่เกิดความสับสนกับประชาชน และหากใช้เป็นชื่อไข้หวัดเม็กซิโกก็เกรงใจประเทศเม็กซิโก จึงเห็นตรงกันว่าควรใช้ชื่อตามสากล

 นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ส่วนการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน 10 ประเทศ บวก 3 คือ ประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งกำหนดให้จัดขึ้นในวันที่ 7-8 พ.ค. นี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพมหานคร โดยเนื้อหาการประชุม จะมีการตกลงในความร่วมมือในการดูแลควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รวมถึงแนวทางการวินิจฉัยโรคและการบำบัดรักษา ตลอดจนการหารือในเรื่องสต๊อกยารักษาและการวิจัยวัคซีน ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการรับมือการแพร่ระบาดที่อาจเกิดขึ้น

 นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 เข้าในประเทศไทย โดยเฉพาะต้องเข้มงวดตรงบริเวณจุดทางเข้าประเทศ เนื่องจากหากมีผู้ป่วยเข้ามาในประเทศและมีการแพร่กระจายเชื้อ จะทำให้การควบคุมโรคทำได้ลำบากมากกว่า ดังนั้นนอกจากการติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์แล้ว ยังต้องซักประวัติโดยให้กรอกแบบฟอร์มอย่างละเอียด ขณะเดียวกันยังมีการตั้งทีมแพทย์และพยาบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกายในกรณีที่พบผู้ที่สงสัย พร้อมกันนี้ยังจะมีการแจกการ์ดเพื่อแนะนำการดูแลสุขภาพตนเอง รวมถึงกรณีที่มีอาการป่วยที่สงสัยและเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังเพื่อป้องกันการแพร่โรค นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอความร่วมมือทุกสายการบินเพื่อขอให้ช่วยคัดกรองผู้โดยสารตั้งแต่ประเทศต้นทางก่อนเดินทาง รวมทั้งให้ทำการอบ และพ่นฆ่าเชื้อเครื่องบิน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของโรคด้วย

 “ ขณะนี้ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า ประเทศไทยยังไม่มีการพบเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ดังนั้นจึงไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ทั้งนี้อยากให้ช่วยกันดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง ตลอดจนอนามัยส่วนบุคคล เช่น กรณีที่เป็นหวัดไม่สบายควรใช้หน้าอนามัยปิดปากเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไม่สู่คนอื่น และต้องเน้นที่การล้างมือเป็นสำคัญ ” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

 ต่อข้อซักถามว่า การจัดประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน โดยจะจัดที่โรงแรมดุสิตธานี เกรงหรือไม่ว่าจะมีการประท้วงจากกลุ่ม นปช. เพราะมีการนัดชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 6 พ.ค. นี้ ก่อนวันประชุมเพียง 1 วัน นพ.ปราชญ์ กล่าวว่า บ้านเราไม่มีม๊อบแล้ว และการในการประชุมคิดว่าไม่น่าเกิดประท้วง เนื่องจากเป็นการประชุมเรื่องการแพทย์การสาธารณสุข ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทย รวมถึงกลุ่มชุมนุมเอง เพราะหากเกิดการแพร่ระบาดของโรคขึ้นจริงจะได้แก้ไขปัญหาได้ ซึ่งจะมีมาตรการรองรับซึ่งได้จากการประชุมอาเซียนนี้

 นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คนไทยในเม็กซิโกที่จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย ล่าสุดจนถึงขณะนี้มีการยืนยันจากกระทรวงต่างประเทศว่า มีเพียง 18 คนเท่านั้น ที่จะเดินทางมาในวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค.ในเวลา 23.00 น. ประกอบด้วย นักเรียนตามโครงการแลกเปลี่ยน จำนวน 7 คน และที่เหลือเป็นครูและอาสาสมัคร เพิ่มเติมจากวานนี้ ( 30 เม.ย.) ที่รายงานจำนวนผู้เดินทางกลับจากเม็กซิโกไว้ที่ 14 คน แต่ขณะนี้ตัวเลขผู้เดินทางกลับยังไม่นิ่งเพราะต้องรอกระทรวงต่างประเทศยืนยันเพิ่มเติมอีก

 ทั้งนี้มาตรการในการดูแลผู้ที่เดินทางกลับนั้นจะต้องมีการตรวจเช็คร่างกาย ซึ่งหากพบว่ามีไข้สูงผิดปกติ คงต้องพาตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบำราศนราดูรและเฝ้าระวังอาการก่อน เพื่อเป็นการป้องกัน แต่หากในส่วนของผู้ที่มีสุขภาพปกติจะให้เป็นผู้เลือกเองว่า จะพักเฝ้าระวังโรคยังที่พักที่จัดเตรียมไว้ก่อน หรือว่าจะเดินทางกลับบ้านและเฝ้าระวังตนเอง โดยจะมีช่องทางติดต่อพิเศษหากเริ่มมีอาการผิดปกติขึ้นเพื่อนำสู่การเฝ้าระวังโดยเร็ว

 “ ผู้เดินทางกลับจากเม็กซิโกทั้ง 18 คนนี้ ต้องนำเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังทั้งหมด ซึ่งต้องเฝ้าดูจนกว่าจะมั่นใจว่าพ้นระยะการแพร่เชื้อแล้ว พร้อมกันนี้จะมีทีมแพทย์ไปตรวจร่างกายให้ ” นพ.ไพจิตร กล่าว และว่า สำหรับในวันนี้ทุกสายการบินที่เข้าประเทศไทยจะเริ่มแจกแบบฟอร์มเพื่อให้กรอกรายละเอียดการเดินทาง เพื่อตรวจเช็คป้องกันไม่ให้เชื้อเข้ามาในประเทศ