
มอเตอร์เวิลด์:ยังไปได้ครับ
คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์ : ยังไปได้ครับ
น้ำยังท่วมขัง ผมยังใช้รถกระบะได้อยู่แม้น้ำจะท่วมไปค่อนล้อเมื่อจอดนิ่ง ผมขับรถบริการผู้คนในบางครั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดเกาะอยู่ออกไปซื้อหาเสบียงเพิ่มเติม แม้ว่าจะเสี่ยงแต่ก็ต้องทำ แต่เป็นการทำด้วยความมั่นใจด้วยความที่รู้จักเรื่องของรถยนต์และสภาพถนนพอสมควร คันที่ผมขับใช้บริการก็มีอยู่สองคัน ที่จริงสามคัน คันที่เก็บไว้ยามจำเป็นฉุกเฉินคือ ฟอร์ดเรนเจอร์สี่ประตูยกสูง สองคันที่ใช้คันหนึ่งเป็นกระบะมิตซูฯ สตราด้าหัวเดียว ความสูงมาตรฐานกระทะล้อสิบสี่นิ้ว เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่าขับด้วยสายพานราวลิ้น อายุก็สิบกว่าปีวิ่งมากว่าสี่แสนกิโล
อีกคันเป็นอีซูซุ หัวเดียว อายุและระยะทางการใช้งานก็พอกันแต่เครื่องยนต์ของอีซูซุขับด้วยเฟืองทำให้ขับได้สบายใจมั่นใจกว่าตัวมิตซูที่ขับด้วยสายพานราวลิ้นเพราะเมื่อขับด้วยสายพานราวลิ้นยังกังวลอยู่ว่าถ้าสายพานเปียกน้ำหรือจมน้ำมากๆ สายพานอาจจะโดดข้ามร่องเครื่องอาจจะพังได้ง่าย แต่เป็นความกังวลที่ในประสบการณ์นั้นยังไม่เคยพบ อย่างไรก็ตามทั้งสองคันยังไม่ทำให้ผมคลายความมั่นใจ แม้ว่าหลังสุดคือ เมื่อวันที่รัฐประกาศว่าน้ำทะเลขึ้นสูงสุด น้ำจะซึมเข้ารถไปท่วมแป้นคันเร่งเบรกและคลัตช์ ก็ยังไป-กลับได้โดยไม่เกิดปัญหา
ข้อใหญ่ใจความที่คุณจะขับรถผ่านน้ำที่ท่วมสูงขนาดนั้นได้ ข้อแรกก็คือต้องรู้จักรถยนต์ที่ตนเองขับพอสมควร ข้อต่อมาคือ รู้จักวิธีการขับและต้องมั่นใจว่าไปได้ กลับได้ รถดี แต่ใจไม่นิ่งก็อาจจะไปไม่ตลอด ที่สำคัญต้องรู้จักเส้นทางที่จะใช้ เรียกความทรงจำคืนมาว่าตรงไหนสูงตรงไหนต่ำ ตรงไหนเป็นหลุมตรงไหนมีสิ่งขวางกั้น เมื่อมีความมั่นใจและความจำเป็นก็ไปเลย
เข้าเกียร์หนึ่งไปตามที่ต้องการ ปัดความคิดที่ว่ากลัวเครื่องดับ เครื่องพัง รักษาความเร็วของรถให้คงที่ที่รอบต่ำที่สุด ในขณะที่ขับอาจจะพบปัญหาบ้างเช่นไฟเตือนรูปแบตเตอรี่โชว์ขึ้นมาก็ไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องทำอะไร เพราะในขณะนั้นสายพานขับไดชาร์จและขับปั๊มน้ำลื่นเพราะความเปียกน้ำ ไดชาร์จจึงไม่หมุนไฟจึงเตือนขึ้นมาไฟโชว์นี้จะติดๆ ดับๆ ตามสภาพที่เปียกน้ำ เมื่อ(สายพาน)พ้นน้ำไฟก็จะดับไปเองไม่มีอะไรเสียหายต่อเนื่อง
ในสถานการณ์เช่นนี้เครื่องยนต์ดีเซลจะได้เปรียบ มีข้อควรระวังเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจนำรถเข้าที่จอดไม่ควรจะรีบดับเครื่อง ใช้เกียร์ว่างเหยียบเบรกไว้ ห้ามใช้เบรกมือ เร่งคันเร่งสักพันรอบเพื่อให้ชุดคลัตช์หมุนสร้างความร้อนในห้องคลัตช์และกระจายน้ำที่อยู่ในหัวหมูให้หมด
ถ้าไม่ทำตามนี้ถึงที่จอดดับเครื่องเข้าเบรกมือคุณจะมีปัญหาสองอย่างคือ ติดเครื่องแล้วเข้าเกียร์ไม่ได้หรือเข้าเกียร์ได้แต่รถไม่ออกเพราะเบรกติด การเข้าเกียร์ไม่ได้เกิดจากผ้าคลัตช์ชุ่มน้ำ เกาะติดกับหวีคลัตช์ทำให้คลัตช์ไม่จากแม้จะอยู่เกียร์ว่าง ถ้ามีอาการแบบนี้ก็ไม่ต้องตกใจ
ดับเครื่องผลักคันเกียร์ไปที่เกียร์สาม เหยียบคลัตช์และเบรกให้แน่น สตาร์ทเครื่องรถจะกระชากและมีเสียงดังที่ห้องเกียร์ นั่นหมายถึงว่าคลัตช์ถูกสลัดหลุดแล้วและหลังจากนั้นเข้าเกียร์ว่าง เหยียบคลัตช์ เข้าเกียร์ทุกตำแหน่งเพื่อตรวจสอบการทำงานของคลัตช์และเกียร์
ในกรณีที่เข้าเกียร์ได้แต่เบรกติดก็ต้องกระชากรถดู ทั้งการใช้เกียร์หนึ่งและเกียร์ถอยจนกว่าจะสลัดผ้าเบรกหลังได้หลุดการแก้ไขอาการนี้ค่อนข้างจะอันตรายต้องมีระยะห่างข้างหน้าและข้างหลังมากพอสมควรเพราะรถเดี๋ยวนี้เครื่องแรงทั้งแรงม้าแรงบิด ทันที่ที่ผ้าเบรกหลุดรถจะกระโจนพรวดไปทันทีในตำแหน่งที่คุณเข้าเกียร์ไว้
ครับถ้ารถคุณเป็นรถกระบะไม่ว่าจะยี่ห้อใดรุ่นใดและมีวงล้อมาตรฐานขนาดสิบสี่นิ้วและน้ำเพิ่งจะท่วมมิดกระทะล้อ ติดเครื่องแล้วยังไปได้อยู่ครับ
---------------------------------
(คอลัมน์มอเตอร์เวิลด์ : ยังไปได้ครับ)



