
ปลุกชีวิต ... ริมน้ำ
ถิ่นไทยงาม : ปลุกชีวิต ... ริมน้ำ
สายฝนหลั่งมา สายน้ำถาโถม โหมให้เหนื่อยแรง เมื่อต้องต้านกระแสน้ำไม่ให้ไหลบ่าเข้าเมือง อาจเป็นเพราะน้ำไม่มีที่ไป ใครๆ ก็บอกว่า "น้ำไหลจากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ" "น้ำมีขึ้นมีลง" แต่ถามน้ำหยุดเคลื่อนไหว คงเป็นได้แค่น้ำนิ่ง และไม่นานคงเน่า ตอนนี้หลายพื้นที่ในแถบภาคกลาง กำลังเจอสภาพเหล่านี้ และซ้ำร้าย น้ำที่ถูกกักขัง ไม่มีที่ไป ก็อาละวาดซะเต็มที่ ตรงไหนยังตั้งยันรับได้ ก็อยู่รอด แต่หากตรงไหนไม่เข้มแข็ง ก็พ่ายแพ้กระแสน้ำเชี่ยว
ยิ่งมองภาพมุมสูง เห็นสายธารแผ่ขยายไปทั่วพื้นที่ในแถบภาคกลาง จนอดนึกไปถึงเมืองไทยสมัยก่อนที่มีแต่คูคลองเต็มไปหมดไม่ได้ ฤา บ้านเมืองในอดีตจะย้อนกลับคืนมา
ในช่วงเวลาไม่ถึง 5 ปีที่ผ่านมา คำว่า "ตลาดน้ำโบราณ" กลับมาเป็นจุดขาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากขึ้น บางตลาดก็เป็นตลาดเก่าแก่ อายุรุ่นตา รุ่นยาย แต่ก็มีไม่น้อยเป็นตลาดน้ำเกิดใหม่ จริงมั่ง เทียมมั่งว่ากันไป เพราะใครๆ ก็อยากนั่งรื่นรมย์ริมสายน้ำ
ในชีวิตตั้งแต่เกิดมา ไปตลาดน้ำก็บ่อยครั้ง แถมบ้านอยู่ติดริมน้ำ ด้วยความเป็นเด็ก เราก็จะคอยฟัง เมื่อไหร่เสียงกระดิ่ง เรือไอติมจะมา บ้านเราอยู่ท้ายคลอง กว่าจะเห็นเรือพวกนี้ ก็ตกบ่าย แต่ถ้าช่วงสายๆ ก็จะได้ยินเสียงเรือก๋วยเตี๋ยวมั่ง เรือปู๊น ปู๊น ขายกาแฟเย็น ของโปรดของแม่มั่ง ซึ่งนั่นมันวิถีชีวิตริมฝั่งคลอง ส่วนร้านค้าบนบกริมฝั่งคลองก็มีให้เห็น ลูกค้ารึ ก็พายเรือไปซื้อ แต่หากใครสะดวกไปทางรถก็นั่งรถไป หรือเดินไป
"ตลาดน้ำอัมพวา" หวนเข้ามาในแนวคิด ที่นี่ดูเพียบพร้อมในความเป็นชีวิตริมน้ำ ครบครันทั้งของกิน ของใช้ ของกิ๊บช็อป แอนด์เมด เสื้อผ้ามีให้เห็น แต่อยู่บนบกริมคลอง ส่วนของกินก็พายเรือขาย หรือจะจอดเรือขายมีเยอะแยะให้เลือก แม้ว่าวันนี้วิถีเปลี่ยนไป เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเสพวิถีชีวิต วัฒนธรรม บรรยากาศริมฝั่งคลองมากขึ้น คนในเมืองใฝ่คว้าหาความเป็นชนบท ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกต้นๆ เพราะอยู่ไม่ไกลเมืองกรุง แค่ จ.สมุทรสงคราม เดี๋ยวนี้เดินทางไม่ยาก ขับรถออกเส้นพระราม 2 ก็มีป้ายบอกทางให้เห็นเป็นระยะ
ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดเย็น ขายของกันคึกคักก็ช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ แต่วันธรรมดา ก็เป็นตลาดชาวบ้านดีๆ นี่เอง ต่างกับตลาดน้ำดำเนินสะดวก ที่ พลุกพล่านถึงแออัดในลำคลองเล็กๆ ยามเช้า ไม่ว่าจะวันไหนๆ เพราะส่วนหนึ่งมีทัวร์นักท่องเที่ยวต่างชาติมาลง นั่งเรือเที่ยวชมสวน ขึ้นดูเตาตาล หรือเลาะซื้อของจากเรือนแพริมน้ำ พอสายๆ ตลาดก็วาย
ฉะนั้น ใครอยากเห็นความคึกคัก ก็ให้ไปวันหยุด แต่อยากเห็นวิถีชาวบ้านก็ไปวันธรรมดา แม้ชาวบ้านเหล่านี้ ส่วนหนึ่งจะปรับตัวไปตามสถาวะของนักท่องเที่ยวก็ตาม
พ่อค้าขายของเล่นคนหนึ่งเล่าว่า วันธรรมดาก็ทำงานที่กรุงเทพฯ พอเสาร์-อาทิตย์ก็กลับบ้าน มาขายของ เพราะมีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ดีที่ว่าตั้งแผงขายหน้าบ้านเราเองก็สบายหน่อย แม้ชีวิตริมน้ำจะเปลี่ยนไป มีกลิ่นอายของคนเมืองและธุรกิจมากขึ้น แต่นั่นคือการปรับตัว
ตลาดน้ำ วิถีชีวิต ความสงบ ดูจะเป็นของคู่กัน หากแต่ยามนี้ น้ำเข้ามาเยี่ยมเราถึงหน้าบ้าน กลับกลายเป็นความโกลาหล และความไม่พร้อมจะอยู่ร่วมกันกับสายน้ำ เพราะกระแสที่เชี่ยวกราก เหมือนต่อว่าที่คนปฏิเสธการมาของน้ำ ฤาจะถึงคราวที่เราต้องเปลี่ยนมาตั้งรับ ปรับตัวอยู่ร่วมกันสายน้ำ โดยไม่ต้องปฏิเสธมันอีกต่อไป
--------------------------
(ถิ่นไทยงาม : ปลุกชีวิต ... ริมน้ำ)



