ไลฟ์สไตล์

โรงงานจมน้ำ'ณะ'ไม่จมแรงใจ

โรงงานจมน้ำ'ณะ'ไม่จมแรงใจ

29 ต.ค. 2554

ไฮฮอตวันเสาร์ : โรงงานจมน้ำ 'ณะ' ไม่จมแรงใจ โดย...ณรงค์ เลิศกิตศิริ

        นับเป็นหายนะครั้งใหญ่ของประเทศไทยอีกครั้ง เมื่อหลายจังหวัดทั่วประเทศต้องเผชิญกับมหัตภัยน้ำท่วม ที่ครั้งนี้สร้างความเสียหายให้แก่บริษัทห้างร้าง โรงงาน ไล่ไปจนถึงบ้านเรือนของประชาชนทุกหัวระแหง ด้วยมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ แทบจะประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะกับโรงงานไทยโทเรซินเทติคส์ โรงงานผลิตผ้าโทเรรายใหญ่สุดของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค จ.พระนครศรีอยุธยา และมี "ณะ" ณรงค์ เลิศกิตศิริ เป็นผู้กุมบังเหียนในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท โทเรอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) บริษัทในเครือโทเรกรุ๊ปประเทศไทย ก็ถูกน้ำท่วมเสียหายไปไม่น้อย

อยากให้เล่าถึงเหตุการณ์ ณ เวลาที่โรงงานถูกน้ำท่วม

        จริงๆ เรารู้ก่อนหน้านี้แล้วว่าน้ำจะมาทางนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค ดังนั้นทุกคนในนิคมไฮเทคก็พยายามช่วยกันทำเขื่อนดินครั้งแรกสูงประมาณ 3.50 เมตร พอน้ำมามากขึ้นเราก็เสริมเขื่อนขึ้นเรื่อยๆ จนสูง 6 เมตรเป็นแนวยาวรอบนิคม แต่น้ำมาเยอะและเร็วทันใจมาก เขื่อนดิน 6 เมตรเอาไม่อยู่ แรกๆ ที่ข่าวออกว่าน้ำเข้านิคมไฮเทคแล้ว ตอนนั้นน้ำยังไม่เข้าเป็นเวลาเกือบอาทิตย์ที่เราต่อสู้กัน กลุ่มโรงงานในนิคมทุกคนทำงานหนักจริงๆ และโรงงานเรามีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในนั้น พอน้ำเริ่มซึมเข้ามาก็เริ่มอพยพคนงานออกสุดท้ายเขื่อนแตก ชั้นหนึ่งของโรงงานไปหมดเลย ตอนนี้วัดน้ำชั้นล่างสูง 3.5 เมตร เรียกว่าชั้นล่างจมไปหมดแล้ว พวกเครื่องปั่นไฟฟ้าแรงสูง ถังน้ำมันดิบสำหรับสายการผลิต เครื่องจักรต่างๆ ที่อยู่ชั้นหนึ่งพังหมดเลย เสียหายชนิดที่เรียกว่าประเมินค่าไม่ได้ ที่หนักกว่านั้นคือเครื่องมือการผลิตเหล่านี้ เป็นเครื่องจักรที่ต้องสั่งทำขึ้นมาเป็นพิเศษ ต้องใช้เวลาสั่งเครื่องจักร 6 เดือนขึ้นไป

ตอนนี้ได้เข้าไปตรวจดูสภาพโรงงานบ้างหรือเปล่า

       ล่าสุด ผมเพิ่งจะไปเมื่อวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำไม่ได้ลดลงเลยสูงประมาณ 2.5 เมตร ครั้งแรกที่เข้าไปดูตกใจมาก ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้ ต้องนั่งเรือลำใหญ่ๆ เข้าไปค่อนข้างลำบาก ป้อมยามด้านหน้าโรงงานนี่เหลือแค่ยอดหลังคา สามารถพายเรือข้ามป้อมยามเข้าไปได้เลย ในส่วนของออฟฟิศที่เป็นเหมือนศูนย์บัญชาการ คอยสั่งการการผลิตเหลือแต่หลังคา รถลากคอนเทนเนอร์ 2 คันที่เอาออกมาไม่ทันก็จมน้ำไม่เห็นเลย คิดว่าพอน้ำลดคงต้องทำระบบสาธารณูปโภคใหม่ทั้งหมด อยากขอบคุณผู้บริหารของนิคมไฮเทค และทหารที่ช่วยกันสร้างเขื่อนดินสูงระดับ 6 เมตร และขอบคุณอย่างสูงที่ช่วยป้องกันน้ำในระยะแรก เพื่อทำให้การขนย้ายวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงเครื่องจักรบางส่วนออกจากโรงงาน

หลังจากน้ำลดแล้ววางแผนเอาไว้อย่างไรบ้าง

       สำหรับโรงงานคงต้องทุบสร้างใหม่เลย ปกติแล้วที่ตรงนี้น้ำท่วมทุกปีซึ่งเราก็เห็นอยู่ แต่เรามีระบบการจัดการระบายน้ำที่ดี แต่ปีนี้น้ำมากและเยอะกว่าทุกครั้ง เฉพาะโรงงานของผมโรงงานเดียวเสียหายไปหลายพันล้านบาทอยู่ แล้วลองคิดดูว่าถ้ารวมทั้งนิคม จะคิดความเสียหายไปกี่หมื่นล้านกัน เพราะทุกโรงงานตอนนี้ไม่สามารถทำการผลิตอะไรได้เลย โรงงานจะไม่มีรายได้จุนเจือไปจนถึงปลายปีหน้าอย่างแน่นอน

บริษัทนี้มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย

        เรามีการประชุมด้วยกันในสายการผลิต ระดมกำลังความสามารถเพื่อฟื้นฟูโรงงาน ซึ่งเป็นแผนแรกที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วน แผนสองคือเราต้อง เตรียมการหลังน้ำลด สิ่งแรกที่ต้องรีบแก้ไขคือต้องช่วยกันทำความสะอาด เนื่องจากขยะเยอะมากและทุกอย่างเสียหายหมด แต่ไม่รู้ว่าน้ำจะลดลงเมื่อไรในส่วนนี้อาจจะใช้เวลาถึง 6 เดือนซึ่งถ้าน้ำยังไม่ลดลงในเร็ววัน การผลิตของเราก็จะล่าช้าออกไปทุกที แต่เราไม่ได้มีโรงงานที่นี่ที่เดียว ยังมีโรงงานที่ลาดปลาเค้า สายไหม ซึ่งทั้งสองแห่งนี้ก็เป็นที่ผมกังวลอยู่มาก เพราะพื้นที่ค่อนข้างต่ำน้ำกำลังจ่อจะเข้าอยู่ แล้วก็มีโรงงานที่นครชัยศรีซึ่งโชคดีที่เขาไม่ผันน้ำไปทิศนั้น

ตอนนี้เหลือแค่คำว่า "รอ" อย่างเดียว

      ใช่ครับ หลังน้ำลดต้องมาประเมินกันว่าจะสร้างโรงงานหรือย้ายการผลิตไปประเทศอื่น เพราะเจอหายนะแบบนี้ทุกคนทุกบริษัทของญี่ปุ่น ต้องควักเงินใหม่ทั้งหมด อาจจะไม่ถึงกับซื้อที่ดินใหม่ แต่โรงงานต้องถูกสร้างใหม่หมด แต่ทั้งนี้ต้องดูนโยบายของรัฐบาลที่ชัดเจนด้วย เพราะหลังจากนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ เสียหายเป็นแสนๆ ล้าน แล้วถ้ารัฐบาลไม่สามารถช่วยกอบกู้หรือปกป้องตรงนี้ไว้ได้ ผมรับรองว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากต่างประเทศ ที่จะเข้ามาลงทุนการผลิตกับเราจะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

ตอนนี้ยังเครียดอยู่หรือเปล่า

     เครียดมากและเหนื่อยด้วย ช่วงที่เขื่อนจะแตกหรือไม่แตก ผู้บริหารจะประชุมกันทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นเขามีการจัดการแก้ไขที่ดีมาก ในเรื่องของอันตรายจากภัยธรรมชาติ เพราะประเทศญี่ปุ่นเจอหายนะจากภัยธรรมชาติมาก เขาจะมีสเต็ปเลยว่าหากเกิดอะไรขึ้น เขาจะป้องกันกันอย่างไร เกิดเหตุการณ์แล้วต้องทำอย่างไร และหลังจากเหตุการณ์เหล่านั้นจบลงแล้วจะทำอะไรบ้าง ระหว่างนี้เราได้รับข่าวสารที่แตกต่างกันออกไป มีความจริงบ้างไม่เป็นความจริงบ้าง เราไม่สามารถทำรายงานตามความเป็นจริงให้แก่บริษัทที่ญี่ปุ่นได้เลย ทำให้เราต้องตั้งทีมหน่วยข่าวกรองลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลที่เป็นความจริงที่สุด ซึ่งผมมีคำถามหนึ่งที่ไม่สามารถตอบคนญี่ปุ่นได้ นั่นคือ ทำไมโทรทัศน์ทุกช่องต้องรายงานข่าวน้ำท่วมเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ทำไมไม่รายงานสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะประชาชนทุกคนจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร

นาทีนี้สภาพจิตใจของตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง

       ยอมรับเลยว่าเครียดหนักอยู่เหมือนกัน เหนื่อยกับการลุ้นด้วย ไม่ได้ลุ้นว่าน้ำจะท่วมนะเพราะรู้ว่าท่วมแน่ แต่ลุ้นเพราะอยากรู้ว่าจะมีมาตรการแก้ไขป้องกันอย่างไรมากกว่า จะได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นถูกต้องแล้วหรือยัง เครียดเพราะเราอ่านไม่ออกทำให้เราไม่รู้ว่าจะต้องบริหารจัดการอย่างไร ต้องบอกเลยว่าเวลานี้เราไม่ได้นั่งรอให้ท่านทั้งหลายมาช่วยเหลือ เพราะเรามีภาระอีกหลายอย่างที่ต้องทำ เราเสียหายทั้งโรงงานแน่นอนว่าหลายพันล้านบาท แต่บ้านหลังหนึ่งที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด กว่าเขาจะได้บ้านหลังนี้มาพักอาศัยอย่างสุขสบายแบบนี้ เพียงไม่กี่นาทีน้ำกลับพัดทุกอย่างหายไปหมด นั่นหมายความว่าพวกเขาเสียหายกว่าผมเยอะ บริษัทเราเป็นมหาชนยังสามารถกู้เงินได้ มีเงินจากต่างชาติเข้ามา แค่บริหารจัดการให้ดี แต่ชาวบ้านอาจจะหมดโอกาสในชีวิตเลย พวกเขาเศร้าใจกว่าผมมากนะ เราตระหนักถึงตรงนี้ดีเลยตั้งเงินบริจาคไว้สำหรับช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น

นอกจากจะเป็นผู้ประสบภัยแล้ว ยังช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย

       แน่นอนเราต้องทำแบบนั้น เพราะตอนนี้เราทำอะไรไม่ได้ในสายงานผลิต เมื่อว่างก็ต้องคิดถึงคนรอบข้าง การที่เราอยู่ประเทศนี้ได้ถึงตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคนไทยให้โอกาสกับบริษัทต่างชาติมาลงทุน เมื่อประเทศไทยเกิดเหตุการณ์วิกฤติแบบนี้เราต้องสำนึกถึงบุญคุณตรงนั้น ตอนนี้สิ่งสำคัญมากๆ สำหรับชาวบ้าน คือ มุ้งกันยุง จึงต้องระดมคนงานเย็บมุ้งซึ่งผมเป็นเจ้าของพาซาย่าเย็บผ้าห่มที่นอน จึงไม่ได้ยากมากกับการเย็บมุ้ง

นาทีนี้ให้กำลังใจตัวเองอย่างไรบ้าง

      กำลังใจจากเพื่อนๆ สำคัญมาก กำลังใจจากพนักงานด้วยกัน ทุกคนเต็มที่กับการทำงานไม่มีการย่อท้อ กำลังใจเหล่านี้ได้รับทุกวันเลย ในฐานะที่เป็นผู้บริหารคนไทยคนเดียวในกลุ่มของผู้บริหารสูงสุด ทำให้ผมต้องเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง อดทนพยายามก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านี้ไปให้ได้ ซึ่งผมจะไม่สามารถผ่านวิกฤติเหล่านี้ไปได้เลยถ้าพนักงานทุกคนไม่ร่วมมือร่วมใจกัน ที่ผ่านมาทุกคนช่วยกันเต็มที่เห็นได้ชัดเลยว่าพนักงานเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ทำงานเพื่อบริษัท เสียสละ มีอะไรช่วยเหลือกันตลอด ซึ่งญี่ปุ่นเองเขายังนึกไม่ถึงเลยว่าพวกเราจะเป็นแบบนี้ เขาไม่คิดว่าคนไทยจะช่วยเหลือกัน

      สำหรับผมแล้วต้องบอกตัวเองเอาไว้ว่า ต้องอดทนและต้องอยู่เพื่อคนอื่นและตัวเอง ตื่นเช้าขึ้นมาเราจะรู้ว่าต้องไปทำหน้าที่เพื่อตัวเอง และในฐานะประธานกรรมการบริหาร ทำให้ผมยังมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเพื่อคนอื่นด้วย ข้อสำคัญที่สุดไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน กลับมาบ้านครึ่งชั่วโมงจะต้องเข้าห้องพระเพื่อทำสมาธิ อะไรที่ค้างในสมอง เรื่องไร้สาระทั้งหลายที่ผ่านเข้ามา จะต้องกำจัดให้หมด เก็บไว้แต่สาระสำคัญไม่อย่างนั้นสมองของเราคงระเบิดแน่นอน เพราะนาทีนี้ผมต้องทำแผนการตลาดใหม่ทั้งหมดเพราะบริษัทไม่มีรายได้เข้าเลย แต่ผมยืนยันว่าถึงอย่างไรจะไม่มีการไล่พนักงานออกแน่นอน เพราะหลังจากน้ำลดแล้วโรงงานยังต้องอาศัยพนักงานทำงานเหมือนเดิม

 ...อีกหนึ่งตัวอย่างที่พยายามต่อสู้กับธรรมชาติ แต่สุดท้ายธรรมชาติก็บอกให้รู้ว่า ไม่มีใครเอาชนะธรรมชาติได้อย่างแน่นอน...

--------------------------------
(ไฮฮอตวันเสาร์ : โรงงานจมน้ำ 'ณะ' ไม่จมแรงใจ โดย...ณรงค์ เลิศกิตศิริ )