
กรมพินิจฯรื้อเครื่องมือไต่สวน
กรมพินิจฯรื้อเครื่องมือไต่สวน จำแนก-บำบัด-ฟื้นฟูครั้งแรกของไทย โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
ลายสักนานับร้อย ถูกบรรจงลงบนเรือนร่าง แอบซ่อนไว้ซึ่งความเจ็บปวด คือภาพที่ผู้เขียนประสบเจอ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2554 หลังจาก "นสพ.คม ชัด ลึก" มีโอกาสไปยลโฉม “เครื่องมือใหม่” ในการนำเด็กและเยาวชนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อช่วยเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด ครั้งแรกของประเทศไทย
"เมฆ" เด็กหนุ่มวัย 17 ปี เข้าสถานพินิจฯ ด้วยคดีลักทรัพย์ ที่สถานพินิจฯ (แรกรับ) จ.อุบลราชธานี เล่าว่า "ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะทำผิด แต่ไปกับเพื่อน เพื่อนชวนให้พาไปหาแฟน แต่ไปถึงที่เกิดเหตุเพื่อนพาผมไปขโมยของ ผมปฏิเสธไม่ได้ จึงต้องปล่อยเลยตามเลย เพราะคิดว่า ถ้าไม่ทำตามเพื่อน เพื่อนอาจคิดว่าไม่รักเพื่อน ปล่อยให้เขาทำชั่วคนเดียว เมื่อถูกจับได้ผมก็กลัวว่าเพื่อนจะติดคุก ก็เลยรับความผิดไว้คนเดียว เพราะคิดว่าเข้ามาอยู่ในสถานพินิจฯ คงอยู่ไม่นาน เดี๋ยวก็ได้ออก แต่ที่ไหนได้ไม่ใช่เลย"
“ผมอยู่ที่นี้จะเข้าห้องเรียนทุกวัน แล้วแต่ทางสถานพินิจฯ ห้องเรียนก็จะมีเกือบหมดทุกวิชา เช่น ดนตรี ศิลปะ ซึ่งแต่ละห้องจะมีครูที่ปรึกษาดูแลอยู่ ยกตัวอย่างห้องเรียนหนึ่ง ครูสอนให้รู้จักวิธีปฏิเสธเพื่อน ชี้ให้เห็นถึงความรักที่พ่อแม่มีให้ จนในใจคิดอย่างเดียวว่า หลังจากออกจากที่นี้ผมจะขอกราบแม่ และบอกกับแม่ว่าจะไม่ทำอีกแล้ว” เมฆ กล่าว
ธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจฯ ในฐานะประธานโครงการพัฒนาระบบการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เล่าว่า เมื่อก่อนเครื่องมือที่ใช้ในการสัมภาษณ์เด็กจะไม่ตายตัว แล้วแต่คำถามและประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ บางกรณีทำให้เด็กที่ก่อคดีไม่ร้ายแรงมากนัก เมื่อได้เข้าสู่กระบวนการสัมภาษณ์ เด็กกลับออกไปอ่วมกว่าเดิมก็มี
“เครื่องมือที่ค้นพบจะเป็นเอกภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งเครื่องมือจะทำการจำแนกปัจจัยเสี่ยงปัจจัยจำเป็นในการกระทำความผิด โดยการออกแบบสอบถามเป็นข้อ เมื่อทำการประเมินเสร็จจะมีโปรแกรมคำนวณออกมาเป็นกราฟประมวลผลและจัดทำรายงาน” ว่าเด็กอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่ำ ปานกลาง หรือสูง แต่เครื่องมือนี้ทำมาเพื่อรองรับเด็กที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางเท่านั้น ส่วนเด็กที่มีความเสี่ยงสูงก็ให้เป็นไปตามดุลพินิจของศาลต่อไป
ส่วนใหญ่เด็กจะอยู่กลุ่มเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง จะนำข้อมูลที่ได้ไปออกแบบโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูที่กระทำผิดเพื่อให้ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด กระทั่งติดตามประเมินผลว่าเด็กแต่ละคนจะไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำหลังกลับคืนสู่สังคม นำร่อง 2 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ จากการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
เครื่องมือใหม่จะทำหน้าที่เป็นแบบสอบถามเบื้องต้น เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยของศาลในการพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสมในการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูเด็กและช่วยลดการกระทำผิดซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“แต่เด็กที่มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลางก็มีโอกาสเข้าไปอยู่ในสถานพินิจฯเช่นกัน เพราะบางกรณีน่าเป็นห่วงหากกลับไปสู่สภาพแวดล้อมเดิม เช่น พ่อกินเหล้ากลับบ้านมาทำร้ายร่างกายแม่ประจำ ทำให้เด็กคิดว่าการทำร้ายร่างกายเป็นเรื่องปกติ หากเด็กเกิดพฤติกรรมเลียนแบบก็คิดคงว่าเป็นเรื่องปกติเกิดขึ้น ตรงนี้เราก็ไม่ปล่อยเด็กให้กลับแน่นอน” อธิบดีกรมพินิจฯ
-----------------------------
(กรมพินิจฯรื้อเครื่องมือไต่สวน จำแนก-บำบัด-ฟื้นฟูครั้งแรกของไทย โดย...ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ)



