ไลฟ์สไตล์

ดนตรีสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นจิ๋ว

ดนตรีสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นจิ๋ว

27 ต.ค. 2554

ดนตรี สร้างนักวิทยาศาสตร์ รุ่นจิ๋ว

          "ดนตรี" เป็นมากกว่าความบันเทิงหรือกิจกรรมยามว่าง และวันนี้ดนตรียังช่วยสร้างอัจฉริยะ...ล่าสุดมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ จับมือภาคเอกชน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดคอนเสิร์ตการกุศล "ฟิลฮาร์โมนิกออร์เคสตร้า" โดยนักดนตรีออร์เคสตร้าจากเยอรมนี 64 ชีวิต ที่มาพร้อมกับบทเพลงไพเราะกินใจและพลังจิตกุศลอันแรงกล้า ที่หมายมั่นช่วยสร้างสรรค์นักวิทยาศาสตร์น้อยของไทย โดยมีแขกผู้มีเกียรติที่หลงใหลในเสียงดนตรีร่วมงานอย่างคับคั่ง ที่โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี่ กรุงเทพฯ

          พลังแห่งเสียงเพลงครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อหาทุนสนับสนุนโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย  ที่ริเริ่มโดยมูลนิธิในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ซึ่งเป็นโครงการปลูกฝังนิสัยรักวิชาวิทยาศาสตร์แก่เด็กในวัยอนุบาล อายุระหว่าง 3-6 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นวัยที่มีความสามารถในการเรียนรู้และการจดจำสูง จึงสมควรวางรากฐานที่ดี ให้มีทัศนคติและทักษะพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์

          สำหรับปีนี้โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย วางแผนการขยายผลสู่โรงเรียนอนุบาลกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าพูดและทำให้เด็กเห็นว่าวิทยาศาสตร์เป็นวิชาน่าสนใจ นอกจากนี้ยังเป็นความหวังของประเทศ ที่จะสร้างนักวิจัย นักประดิษฐ์หน้าใหม่ๆ ที่อาจจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตอันใกล้

          คอนเสิร์ตครั้งนี้เริ่มด้วยบทเพลงของคีตกวีเอกโลกอย่างบีโธเฟน ในเพลง Leonore Ouverture No 3 โดยมี ผู้อำนวยเพลง คือ วูล์ฟกัง เฮนเซล วาทยกรฝีมือดีชาวเยอรมัน และบทเพลงแห่งฝันอีกมากมาย ส่วนไฮไลท์อยู่ที่การแสดงเดี่ยวเป่าฟรุตโดยศิลปินชาวออสเตรีย เฮนริก วีซี่ส์ ที่ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์ ได้ค้นพบศักยภาพของบทเพลงอันไพเราะ ทั้งจากอากัปกิริยาตลอดการแสดงที่เห็นถึงความสำคัญในการสื่อสารกับวงออเคสตรา ตลอดจนการเคลื่อนไหว โยกย้ายส่ายตัวไปมาขณะเป่าฟรุต บางช่วงของการโซโล วีซี่ส์เป่าฟรุตด้วยน้ำเสียงที่เบามากๆ ลื่นไหล เป็นลูกเล่นลูกล้อกับวงราวกระซิบ ที่สะกดผู้ชมทั้งฮอลล์พากันเงี่ยหูฟังด้วยใจจดจ่อ

          การแสดงโชว์ปิดท้ายด้วยการอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ “คำหวาน” ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาบรรเลง เพื่อเป็นการเผยแพร่พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี และเฉลิมพระเกียรติในโอกาสปีมหามงคล เพลงพระราชนิพนธ์นี้ มีจังหวะรุกเร้า อารมณ์เพลงหวานๆ ปนเศร้าๆ ในลีลาที่ไม่เร็วนัก

          และปิดท้ายโดย ฯพณฯ รอลฟ์ ชูลเซ่ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย ขึ้นเป็นประธานมอบช่อดอกไม้แก่ วูล์ฟกัง เฮนเซล ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ด้วยความประทับใจทั้งความไพเราะของ การบรรเลงเพลงและได้ทำการกุศลร่วมกันในงานนี้