ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่22ต.ค.54

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่22ต.ค.54

22 ต.ค. 2554

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่22ต.ค.54 : โดย แล่ม จันท์พิศาโล

           *** เมืองไทยในยามนี้ คำทักทายเมื่อพบหน้ากันคือ "เป็นไง บ้านน้ำท่วมหรือเปล่า" ...อุทกภัยครั้งนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ ผู้คนค่อนประเทศต่างได้รับความเดือดร้อนกันไปทั่ว บางแห่งน้ำท่วมบ้านจนมิดหลังคาก็มี หลายคนไม่มีที่หลับนอน ขาดอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ฯลฯ คนที่ยังไม่เดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือกันไป เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน มีสุขมีทุกข์ก็ไม่สามารถโยกย้ายแผ่นดินถิ่นที่อยู่ไปไหนได้ ต้องอยู่ร่วมกันไปบนแผ่นดินนี้

           ** ความทุกข์ยากลำบากกายใจ ใช่จะมีเฉพาะในช่วงนี้ แม้น้ำลดลงแล้วก็ยังมีสารพัดปัญหาเข้ามารุมเร้ากันอีก ขอให้กำลังใจทุกท่านได้ต่อสู้กันต่อไป เราคนไทยไม่ทอดทิ้งกันอยู่แล้ว ** ปัญหาน้ำท่วม ทำเอาสนามพระทุกแห่งพลอยเงียบเหงาไปด้วย ใครจะมีใจไปนั่งส่องพระ เมื่อน้ำกำลังจะท่วมบ้าน จะมีก็แต่คนเอาพระไปขาย เอาเงินไปใช้จ่ายยามเดือดร้อนมากกว่า ต่อไปนี้ใครมีเงินเป็นถุงเป็นถัง เตรียมรับซื้อพระได้ในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริง และหากเป็นไปได้ ขออย่า กดราคา กันมากนัก เพราะคนที่เอาพระมาขายในยามนี้ เดือดร้อนจริงๆ

           ** พบหน้า พยัพ คำพันธุ์ นายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย บอกว่า กว่า ๔๐ ปีที่ผ่านมา ไม่เคยแขวนพระใหม่เลย มาวันนี้ต้องนิมนต์ รูปเหมือนพระอาจารย์นำ ชินวโร วัดดอนศาลา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เนื้อทองคำ รุ่นแรก ปี ๒๕๑๙ ขึ้นคอเป็นประจำ เพราะได้ไปทำสารคดีของท่านที่วัดดอนศาลามาแล้ว เกิดความประทับใจและศรัทธาเลื่อมใสท่านมาก จึงต้องเช่าหาพระของท่านเอาไว้หลายล้านบาท เรียกว่าเอาให้ครบทุกพิมพ์ทุกรุ่นกันเลยทีเดียว สำหรับ รูปเหมือนพระอาจารย์นำ ชินวโร รุ่นนี้ทำพิธีปลุกเสกใหญ่ เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๑๙ พร้อมกับรูปเหมือนแบบบูชา, พระกริ่งทักษิณชินวโร ฯลฯ นับเป็นรูปเหมือนรุ่นแรกและรุ่นเดียวของท่าน ชุดทองคำ สร้างประมาณ ๘๕ ชุด เนื้อทองชนวน ๑๖ องค์ เนื้อเงิน ๑๐๐ องค์ เนื้อนวโลหะ ๔,๕๐๐ องค์ ทุกวันนี้ รูปเหมือนเนื้อทองคำ เช่าหากันที่หลักแสน ส่วน เนื้อนวโลหะ อยู่ที่หลักหมื่น

           ** สำหรับที่มีผู้กล่าวกันว่า รูปเหมือนพระอาจารย์นำ รุ่นนี้ แผ่นปิดรูใต้ฐานองค์พระ ซึ่งเป็นเนื้อเงิน มีอักษรคำว่า ชินวโร ถ้าหากไม่มีขีดที่ตัว นว เป็นของที่ไม่ได้ผ่านพิธีปลุกเสก เพราะผู้สร้างลืมเอาไปเข้าพิธีนั้น สุธน ศรีหิรัญ ผู้อยู่ใกล้ชิดกับ คุณประกอบ กำเนิดพลอย ผู้ดูแลการสร้างพระรุ่นนี้ในพระนามของ เสด็จพระองค์ชายใหญ่ ตลอดเวลายืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เพราะวันที่เอาพระรูปเหมือนรุ่นนี้ออกจากโรงงานหล่อพระ ได้ขับรถมุ่งหน้าไปยังวัดดอนศาลา จ.พัทลุง ทันที เพราะทางวัดกำลังจะทำพิธีอยู่แล้ว ไม่ได้เอาพระไปเก็บไว้ที่บ้านคุณประกอบแต่อย่างใดเลย ฉะนั้น ท่านผู้ใดที่มีพระรุ่นนี้ และไม่มีขีดที่ตัว นว ก็ไม่ต้องกังวลใจ พระทุกองค์นำเข้าพิธีอย่างครบถ้วน ผู้เขียนเองก็อยู่ในพิธีนี้ และมีพระองค์ที่ไม่มีขีดที่ตัว นว โดยได้รับหลังจากทำพิธีเสร็จแล้ว...จึงขอยืนยันได้ในเรื่องนี้...ใครจะว่าอย่างไรก็ว่ากันไป แต่อย่าโยนความผิดให้ผู้สร้างพระรุ่นนี้ ซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว...บาปกรรมเปล่าๆ

           ** หลวงปู่ทับ วัดทอง บางกอกน้อย ธนบุรี เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมขลังอีกท่านหนึ่ง ที่อยู่ร่วมยุคสมัยเดียวกับ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ท่านทั้งสองสร้างพระปิดตาได้อย่างงดงามอลังการมาก เช่าหากันในราคาแพงสุดๆ โดยพระแต่ละองค์จะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่จะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดต่างๆ สำหรับภาพ พระ หลวงปู่ทับ วัดทอง ที่เห็นนี้ หากดูจากด้านหลังจะคิดว่าเป็น พระปิดตายันต์ยุ่ง เหมือนกันที่พบเห็นโดยทั่วไป แต่พอพลิกดูด้านหน้าแล้วปรากฏว่าเป็น พระสังกัจจายน์ ซึ่งมีพุทธลักษณะเหมือนกับพระปิดตามาก พระพิมพ์นี้มีน้อย ที่บ่งบอกว่าเป็น พระหลวงปู่ทับ ก็ด้วยยันต์รอบองค์พระและเนื้อโลหะที่เหมือนกับพระปิดตาของท่านทุกประการ พระสังกัจจายน์ องค์นี้เป็นของ ทันตแพทย์สุรพล ม่วงสกุล ส่งมาให้ศึกษาเป็นวิทยาทาน

           ** บุญเปี่ยม พึ่งรัศมี เพื่อนซี้ของผู้เขียนมีภาพพระเด็ดสุดยอดมาให้ชมกันอีกองค์หนึ่ง คือ พระปิดตาหลวงพ่อครน วัดบางแซะ รัฐกลันตัน มาเลเซีย สมัยก่อนรัฐนี้เป็นแผ่นดินของไทย ต่อมาต้องยกให้อังกฤษ ผู้ปกครองประเทศมาลายู เพื่อแลกกับสิทธิบางอย่างในสมัย ร.๕ ทำให้คนไทยที่อยู่ในรัฐนั้นกลายเป็นคนของประเทศมาลายูไปโดยปริยาย ต่อมาเมื่ออังกฤษได้เสรีภาพแก่มาลายู จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นประเทศมาเลเซีย แต่คนไทยที่นั่นก็ยังพูดภาษาไทย (ใต้) ได้อย่างชัดเจน โดยเรียกตัวเองว่า ชาวสยาม จนถึงทุกวันนี้ ในรัฐกลันตันแห่งนี้จึงมีชุมชนคนชาวสยามจำนวนมากพอสมควร รวมทั้งมีวัดพุทธในแต่ละชุมชนอีกด้วย หลวงพ่อครน วัดบางแซะ ท่านเคยธุดงค์มาเรียนวิชาอาคมที่ สำนักเขาอ้อ จ.พัทลุง พระปิดตาที่ท่านสร้างขึ้นจึงมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เป็นพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก องค์ค่อนข้างเขื่องเล็กน้อย เพราะผ่านประสบการณ์มามาก บุญเปี่ยม จึงดูพระปิดตาสายนี้ได้อย่างแม่นยำ ถึงกับกล้าเช่าพระปิดตาองค์นี้ไว้ด้วยความมั่นใจ

           **  หลวงปู่ไต้ฮง หรือ ไต้ฮงกง ท่านเกิดที่เมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง เมื่อ พ.ศ.๑๕๘๒ สมัยราชวงศ์ซ้อง เมื่ออายุ ๕๔ ปี ท่านได้บวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา ปฏิบัติธรรมเผยแผ่ธรรมะเป็นเวลานาน เมื่อท่านอายุ ๘๑ ปี ได้ธุดงค์จำพรรษาที่วัดเมียนอัน เขาปักซัว อ.เตี้ยเอี้ย เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง เพื่อใช้เป็นสถานที่เผยแผ่พระธรรม ขณะเดียวกันที่ ต.ฮั่วเพ่ง มักจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่เป็นเนืองนิจ ทำให้ผู้คนล้มตายจำนวนมาก ท่านจึงได้เก็บศพไปฝังให้โดยไม่รังเกียจ และช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้ที่เดือดร้อน พร้อมกับชักชวนสานุศิษย์ให้ประกอบกิจกรรมการกุศลกันอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเหลียงเจียง ที่มีสายน้ำเชี่ยวตลอดปี จนเกิดเรือล่มคนจมน้ำตายเสมอ โดยใช้เวลาสร้างเพียงปีเดียว ท่านได้มรณภาพเมื่อปี ๑๖๗๐ สิริอายุได้ ๘๘ ปี คุณงามความดีของท่านเป็นที่เลื่องลือกันทั่ว จึงได้สร้างรูปเคารพของท่านเอาไว้กราบไหว้บูชาไปทั่วทุกแห่งหน รวมทั้งในเมืองไทย ก็มีการสร้างรูปเคารพของท่านตามศาลเจ้าต่างๆ ที่รู้จักกันดีคือที่ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย เมื่อปี ๒๔๙๓ โอกาสนี้คณะกรรมการได้จัดเหรียญของท่านขึ้นด้วย รวมทั้งแหนบสำหรับติดกระเป๋า เป็นของสำหรับแจกกรรมการ เนื้อเงิน ลงยา ดังที่เห็นในภาพนี้ ซึ่งเป็นของ หมึก ท่าพระจันทร์ ส่งมาให้ศึกษาเป็นวิทยาทาน

           ** เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในขณะนี้ คือ รุ่นพุทธซ้อน (ขี่คอ) ปี ๒๕๐๙ และรุ่นปี ๒๕๑๑ เป็นเหรียญเพียงรุ่นเดียวที่มีรูป หลวงพ่อทวด กับ พระอาจารย์ทิม อยู่ด้านหน้าด้วยกัน ส่วนด้านหลังเป็น สถูป (เจดีย์) ที่บรรจุอัฐิของหลวงพ่อทวด ซึ่งไม่ปรากฏในเหรียญรุ่นอื่นใด รุ่นปี ๒๕๐๙ จะมีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ ปรากฏอยู่ในช่องสถูปอยู่ด้วย และมีตัวเลข ๒๕๐๙ อยู่ใต้สถูป ส่วนรุ่นปี ๒๕๑๑ ไม่มีตัวเลขและพระพุทธรูปในช่องสถูป รุ่นนี้นับเป็นรุ่นสุดท้ายของพระอาจารย์ทิม (ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ มกราคม ๒๕๑๒) สำหรับเหรียญที่เห็นนี้เป็นรุ่นปี ๒๕๐๙ เป็นเหรียญที่ผ่านการใช้มาบ้างแล้ว แต่ยังคงความสวยงามคมชัดพอสมควร เป็นเหรียญของ ชาตรี สัตยาภรณ์พิพัฒน์ ร้านรุ่งเรืองฟาวเวอร์ จ.ภูเก็ต ผู้จำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ และรับจัดดอกไม้งานพิธีต่างๆ ศรัทธาเลื่อมใส หลวงพ่อทวด และหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง เป็นที่สุด

           **  สร้อยประคำกะลาสลับเม็ดทองคำแท้ ตรงกลางเป็น เม็ดผงยาจินดามณี หลวงพ่อเจือ วัดกลางบางแก้ว พระองค์ล่าง คือ พระนาคปรกใบมะขาม หลวงปู่เหรียญ วัดบางระโหง องค์บนสุด พระขุนแผนซุ้มเรือนแก้ว หลวงปู่สุภา สร้อยเส้นนี้เป็นของ สมหมาย มูณีเกิด ร้านแว่นตาไอซแลนด์ กมลา จ.ภูเก็ต ฝีมือออกแบบโดย สานิตย์ ขนิษฐบุตร ร้านหวายเก้าเส้น ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ** มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้เปิดศูนย์พักพิงช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ หอประชุมใหญ่ ท่านผู้ใดมีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือ ฝากผ่านได้ทางธนาคารกรุงศรีฯ สาขา มทร.ธัญบุรี บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ ๔๕๓-๑-๓๖๗๖๙-๔ ชื่อบัญชี "เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย" สอบถามโทร.๐-๒๕๔๙-๓๐๗๐, ๐-๒๕๔๙-๓๓๓๙

           ** วางตลาดแล้ว นิตยสาร พุทธคยา ฉบับใหม่ปก เหรียญหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ๒๔๘๒ อ่านเรื่องในฉบับ กุมารทองหลวงพ่อเต๋ คงทอง พระกำแพงเปิดโลก เหรียญหลวงพ่อสีพุฒ วัดมะเดื่อทอง จ.ปัตตานี รุ่นแรก ๒๔๘๐ ** นิตยสาร ศึกษาและสะสม ฉบับที่ ๑๑๔ ปก พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ อ่านเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดระฆังและบางขุนพรหม, เหรียญไม่ทราบที่มา, อ.หนู (นิรันตร์ แดงวิจิตร), หลวงพ่อเฮี้ยง วัดป่า, รูปแบบหนึ่งของการสร้างเหรียญยุคใหม่ ฯลฯ ** หนังสือวิชาการเฉพาะกิจ พระผงสุพรรณ+พระขุนแผน+พระมเหศวร จากค่าย ไทยพระ อ่านประวัติการสร้าง อธิบายพิมพ์ เนื้อ ผิวพระ ชี้จุดตำหนิ แยกพิมพ์อย่างละเอียดทุกองค์ ฯลฯ

           ** ขออนุโมทนา และขอขอบพระคุณ คณะกรรมการ มูลนิธิหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ หนองตาโล่ อ.หนองแค จ.สระบุรี ที่ได้บริจาคเงิน ๒ หมื่นบาท ผ่าน นสพ.คม ชัด ลึก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ รวมทั้งที่ได้บริจาคผ่านองค์กรอื่นๆ อีกหลายแห่ง ** สำหรับท่านผู้อ่านที่ประสงค์จะบริจาคผ่าน นสพ.คม ชัด ลึก ดูรายละเอียดได้ที่หน้า ๑ ของหนังสือพิมพ์วันนี้ ตรงขอบล่างสุด...ขอขอบพระคุณ ** พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ติดตามอ่าน คมเลนส์ส่องพระ มาจนวันนี้ ซึ่งได้ขึ้นรอบปีที่ ๑๑ แล้ว และหวังว่าคงจะติดตามอ่านตลอดไป...นะมัสเต ***