
'คาโกะโนยะ'อาหารชาววัง
ชวนชิม : 'คาโกะโนยะ'อาหารชาววังฝั่งอาทิตย์อุทัย
จากภาพความประทับใจในบริการที่ให้แก่นักเดินทางทั้งเรื่องอาหาร ด้วยอาหารเลิศรสและห้องพักให้เอนกายอุ่นสบาย ในสไตล์ของ "โรงเตี๊ยมญี่ปุ่นโบราณ" จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้ร้านอาหารสัญชาติซามูไรต้นตำรับ "คาโกะโนยะ (KAGONOYA)" ถือกำเนิดขึ้นเมื่อราวๆ ปี 1990 เน้นบริการอาหารประเภท ชาบู-ชาบู สุกียากี้ และอาหารดั้งเดิมเสิร์ฟเป็นคอร์ส ส่งผลให้ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 67 สาขาทั่วประเทศ อาทิ โอซากา เกียวโต โตเกียว โกเบ และล่าสุดเปิดให้บริการแล้วในประเทศไทยแล้วเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารของ บริษัท อีสเทิร์นควีซีน (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือกลุ่มเอพีเอ็น
ในร้านที่เปิดให้บริการบนชั้น 2 อาคารมาร์เก็ต เพลส ทองหล่อ ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ถูกตกแต่งบรรยากาศให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังนั่งชิมอาหารอยู่กลางตะกร้าใบขนาดย่อมๆ ตามชื่อความหมายของ "KAGO" แปลว่า "ตะกร้าสาน" ประพัฒน์ ยอขันธ์ ผู้จัดการหนุ่ม ทำหน้าที่แจกแจงเมนูอาหารที่มีให้เลือกมากกว่า 100 รายการ ทั้งจานเดี่ยว จานชุด และที่เสิร์ฟแบบคอร์ส โดยเฉพาะชาบู-ชาบู ซึ่งมีน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมตามแบบฉบับต้นตำรับเป๊ะ 4 ชนิดให้เลือกตามความชอบ ได้แก่ น้ำซุปสาหร่าย, น้ำซุปแกงกะหรี่, น้ำซุปโซบะ-โชยุ และ น้ำซุปไก่ ยังไม่นับวัตถุดิบคุณภาพตามมาตรฐานชาวอาทิตย์อุทัยไม่ขาดตกบกพร่อง
เริ่มจากมื้อเที่ยงหนุ่มๆ สาวๆ ชาวออฟฟิศ ถูกขีดเส้นตายด้วยเวลาอันจำกัด ร้านนี้ก็มีให้เลือกทั้งแบบอลาคาสและแบบเซต เช่น ชุดปลาซาบะต้มซีอิ๊ว ที่ได้ปลาซาบะชิ้นโตนึ่งตามแบบญี่ปุ่นแท้ เสิร์ฟพร้อม ซาซิมิ ข้าวสวยร้อนๆ ซุปมิโสะ ผักดอง ปิดท้ายด้วยไอศกรีม ก็มีให้เลือกหลากรสไม่ว่าจะเป็น ชาเขียว วานิลลา ช็อกโกแลต หรือ มอคค่า
หรือจะเลือกลิ้มรสอาหารดั้งเดิมแบบ "ไคเซกิ คอร์ส" อย่าง โซคาโด เบนโตะ เสิร์ฟพร้อมสุกียากี้ไก่ จานหลักเบนโตะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกเป็นสลัดผัก ส่วนที่สองเป็นเทมปุระ ตามด้วยส่วนที่สามมีให้อิ่มถึงจานน้อยๆ ปลาซาบะย่าง สลัดและไข่หวาน ส่วนที่สี่มีซาซิมิปลาแซลมอนนำทีมมากับปลาหมึกสด นอกจากนี้ก็มี ข้าวสวย มิโสะซุป และ ผักดอง
สำหรับนักชิมที่ชื่นชอบการกินแบบฟูลเมนู หรือบุฟเฟ่ต์ ก็มี "สุกี้" ชุดนี้นอกจากจะเสิร์ฟน้ำซุป "วาริชิตะ" ซึ่งโดดเด่นด้วยรสหวานกลมกล่อม เคียงคู่กับเนื้อซึ่งมีให้เลือก 4 ชนิดตามความถนัด ได้แก่ สุดยอดเนื้อวัวสายพันธุ์พิเศษเลี้ยงด้วยสูตรเฉพาะของคาโกโนะยะ เนื้อวัวออสเตรเลีย เนื้อไก่ และเนื้อหมู ขณะที่แอ็กเซสเซอรี่อื่นก็มี เห็ดหอม ผักกาดขาว ผักโขม ไข่ดิบ(ตีให้ไข่ขาวและไข่แดงเข้ากัน) ข้าวสวย ซุปมิโสะ ผักกาดดอง ส่วนวิธีการกินก็ง่ายๆ เพียงลวกเนื้อให้พอสุกก่อนจะจุ่มลงในไข่ดิบแล้วใส่ปากเคี้ยวแล้วจะตามด้วยอะไรก็ตามใจ แต่รับรองว่าไม่มีกลิ่นคาวไข่ให้รำคาญหัวใจแน่ๆ
สุดท้ายหากไม่รู้สึกว่าอิ่มจนเกินไปไม่อยากให้พลาด "ชาบู-ชาบู เนื้อหม้อไฟกระดาษ" อย่างที่บอกมาแล้วในข้างต้นว่าเขามี 4 น้ำซุปร้อนๆ แต่ต้องไม่เดือดพล่านเหมือนอย่างต้มยำทั่วไป แล้วให้จุ่มเนื้อคาโกโนะยะ ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงกลั้นใจท่องคำว่า ชาบู-ชาบู เท่านี้ก็จะได้เนื้อนุ่มหวานลิ้นไร้กลิ่นสาบ...นี่คือเทคนิคความอร่อยง่ายๆ ที่ผู้จัดการร้านใจดีฝากกระซิบบอก และเพื่อไม่ให้รู้สึกเลี่ยนจนเกินไปเขาแอบเอาใจลูกค้าชาวไทยด้วยการเพิ่ม พริก กระเทียม รวมถึงเครื่องเคียงอีกหลายชนิด และข้าวสวยให้อีกชุดละ 1 ถ้วย หากเกรงว่าจะไม่อิ่มจริง
อาหารตำรับชาววังเมื่อครั้งสมัยโบราณ เรียกได้ว่า เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี อีกทั้งหากอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวไม่ต้องหายใจแข่งกับใคร ทางร้านได้จัดแบ่งโซนสำหรับพื้นที่ส่วนบน 2 ห้องวีไอพีรับได้ห้องละ 6 ที่นั่ง ขณะที่ส่วนด้านล่างรองรับได้อีกหลายสิบที่ หากจะให้ดีไม่มีพลาดพลั้งสามารถโทรศัพท์สั่งจองที่นั่งได้ โทร.0-2392-5188-9
--------------------------
(ชวนชิม : 'คาโกะโนยะ'อาหารชาววังฝั่งอาทิตย์อุทัย)



