
ไทยกักชาวออสซี่สงสัยไข้หวัดแม็กซิโก
กักฝรั่งชาวออสซี่ลงเครื่องสุวรรณภูมิ หลังเครื่องเทอร์โมแสกนพบอุณหภูมิร่างกายสูง ต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดหมู ส่งสถาบันบำราศนราดูร แพทย์นำเข้าห้องกักโรคพิเศษ เจาะเลือดส่งตรวจ หมอประเสริฐ ชี้ทั่วโลกจับตาผู้ป่วยไข้หวัดเม็กซิโกชาวเกาหลี หมอประเสริฐ ชี้ทั่วโลก
วันที่ 30 เมษายน 52 เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังสถาบันบำราศนราดูร เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ด่านตรวจควบคุมโรคติดต่อที่สนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เครื่องเทอร์โมสแกนตรวจจับผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทย และพบว่า มีนักท่องเที่ยวฝรั่งชาวออสเตรเลีย อายุ 56 ปี เป็นไข้และมีอุณหภูมิในร่างกายสูงผิดปกติ ถึง 39 องศา เข้าข่ายเป็นผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดหมูเม็กซิโก ที่กำลังระบาดอยู่ จึงถูกนำตัวส่งสถาบันบำราศนราดูรเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา โดยแพทย์ของโรงพยาบาลได้นำตัวเข้าตรวจในห้องควบคุมโรคพิเศษทันที
นายแพทย์ปรีชา ตันธนาธิป ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ทางสถาบันได้รับตัวฝรั่งชาวออสเตรเลียรายนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมโรคพิเศษ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้ใช้เครื่องเทอร์โมสแกนตัวจับอุณหภูมิร่างกายของฝรั่งรายนี้แล้วพบว่า มีอุณหภูมิในร่างกายสูงผิดปกติ จึงถูกนำตัวส่งมาตรวจสอบอาการที่สถาบันแห่งนี้ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางแพทย์ได้เอ็กซ์เรย์ และทำการเจาะเลือดส่งไปตรวจที่กรมการแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ผลเลือดว่า มีการติดเชื้อหรือไม่ ซึ่งจะทราบผลใน 7 วัน
อย่างไรก็ตามเท่าที่ได้ตรวจสอบอาการผู้ต้องสงสัยรายนี้ ในเบื้องต้นคาดว่า น่าจะป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่แพทย์ผู้ตรวจรักษาโรคยังคงให้กักตัว เพื่อรอดูอาการต่อไปอีกซักวันสองวัน เนื่องจากอาการไข้ยังไม่ลดลง ซึ่งหากอาการของผู้ต้องสงสัยรายนี้มีอาการไข้ลดลง ทางสถาบันก็อาจจะอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านพักได้ โดยไม่ต้องผลตรวจเลือด
ทั้งนี้เนื่องจากการสอบถามประวัติผู้ต้องสงสัยรายนี้ ทราบว่า เพิ่งเดินทางมาจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และแวะพักที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อเยี่ยมน้องชาย ก่อนจะโดยสารเครื่องบินเข้ามาลงเข้าประเทศไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อกลับบ้านพักที่พัทยา ผู้ต้องสงสัยรายนี้ไม่ได้เดินทางไปในประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่มีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดเม็กซิโก อีกทั้งอาการป่วยที่ตรวจสอบในเบื้องต้นก็พบว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ธรรมดา จึงไม่ได้อยู่ในขั้นที่น่าวิตก หรือเป็นพาหนะนำเชื้อแต่อย่างใด
นายแพทย์ปรีชา กล่าวอีกว่า ทางสถาบันบำราศนราดูร ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นสถานที่ควบคุมโรคพิเศษ โดยเฉพาะโรคที่สามารถติดต่อได้ทางลมหายใจ ซึ่งหากมีกรณีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเหมือนชาวออสซี่รายนี้ ทางสถาบันจะนำตัวเข้าห้องตรวจคัดกรองโรคพิเศษที่แยกไว้โดยเฉพาะเพื่อวิเคราะห์อาการ ก่อนจะนำตัวเข้าห้องควบคุมโรคพิเศษเพื่อตรวจรักษาต่อไป ซึ่งในขณะนี้ทางสถาบันมีความพร้อมในการรับตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ครั้งละ 2 คนเท่านั้น หากเกินจากจำนวนนี้ไป ทางกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมพร้อมให้ทางโรงพยาบาลราชวิถี เป็นสถานที่รับตัวผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไปอยู่ในความดูแล ทั้งนี้เพื่อที่จะสามารถทำการตรวจสอบและวิเคราะห์โรคได้อย่างรวดเร็ว
ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร ยังกล่าวอีกว่า หากในกรณีที่มีการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดหมูเม็กซิโกในประเทศไทย ทางโรงพยาบาลได้เตรียมแผนรับมือฉุกเฉินไว้เรียบร้อยแล้ว โดยจะย้ายผู้ป่วยโรคธรรมดาทั้งหมดออกจากสถาบันไปรักษาตัวที่อื่น และปรับเปลี่ยนให้สถานบันแห่งนี้เป็นสถานที่ควบคุมโรคไข้หวัดหมูเม็กซิโกกับโรคที่ระบาดในระบบทางเดินหายใจแทนเพียงอย่างเดียว เพื่อให้เป็นศูนย์ของการควบคุมโรคพิเศษเหล่านี้ไม่ให้แพร่ระบาดลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ
สำหรับผู้ต้องสงสัยรายนี้ คือ นาย Potter David Keith อายุ 56 ปี เป็นชาวออสเตรเลีย ถูกนำกักตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังถูกเครื่องเทอร์โมสแกนตรวจพบอุณหภูมิในร่างกายสูงถึง 39 องศา โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้เดินทางมาจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย และแวะพักที่ประเทศมาเลเซีย ก่อนจะโดยสารเครื่องบินเข้าประเทศไทย และถูกนำตัวเข้าตรวจสอบในห้องควบคุมพิเศษเลขที่ 203 ของสถาบันบำราศนราดูรตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา
ตอนที่ถูกควบคุมตัวระหว่างตรวจวิเคราะห์โรคนั้น ผู้ต้องสงสัยรายนี้เกิดความเครียดเป็นอย่างมาก และพยายามจะอธิบายว่าป่วยเป็นโรคไข้หวัดธรรมดา และจะขอเดินทางกลับบ้านที่พัทยา แต่กระเป๋าเดินทางของเขา ไม่สามารถเปิดได้ เนื่องจากลืมรหัสปลดล็อก จึงทำให้เกิดอาการเครียดและวิตกอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งเมื่อเจ้าหน้าที่ของสถาบันได้ช่วยเปิดกระเป๋าให้และทางเจ้าหน้าที่อธิบายเหตุผลในการควบคุมตัวไว้ ผู้ต้องสงสัยรายนี้จึงมีท่าทีผ่อนคลายลงและยินยอมให้ทางแพทย์ทำการเจาะเลือดตรวจหาเชื้อในร่างกายและพักผ่อนอยู่ในห้องรักษาตัวดังกล่าว
หมอประเสริฐ ชี้ทั่วโลกจับตาผู้ป่วย
รศ.ดร.นพ. ประเสริฐ เอื้อวรากุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสและอาจารย์ประจำภาควิชา จุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า การที่องค์การอนามัยโลกได้ยกระดับการเตือนภัยการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดเม็กซิโกจากระดับ 4 เป็น 5 เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งในภูมิภาคเดียวกัน แต่หากเกิดการแพร่ระบาดข้ามภูมิภาคหรือข้ามทวีป จะเลื่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดเป็นระดับที่ 6 แม้ว่าจะมีผู้ป่วยเพียงรายเดียวก็ตาม ซึ่งต้องเข้าใจว่า การเลื่อนระดับการแพร่ระบาดของโรคเป็นการเลื่อนตามคำนิยาม ไม่เกี่ยวกับจำนวนประเทศที่เกิดการระบาด ดังนั้นแม้ว่าขณะนี้ทั่วโลกเกิดการแพร่ระบาดเพียงแค่ 9-10 ประเทศ แต่เมื่ออยู่ในภูมิภาคเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นระดับ 5 แล้ว
รศ.ดร.นพ.ประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนโอกาสที่จะเลื่อนระดับการแพร่ระบาดเข้าสู่ 6 หรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเฝ้าระวังผู้ป่วยไข้หวัดเม็กซิโกซึ่งเป็นชาวเกาหลี ที่เพิ่งเดินทางกลับประเทศจากเม็กซิโก หากมีการแพร่เชื้อไข้หวัดเม็กซิโกจนมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จะถือว่าได้เข้าสู่การแพร่ระบาดข้ามทวีปแล้ว ถือว่าเข้าสู่การระบาดในระดับ 6 ดังนั้น การคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ เพราะโอกาสที่เชื้อจะเกิดไข้หวัดเม็กซิโกและแพร่ระบาดขึ้นเองในทวีปเอเชียเป็นไปได้ยาก ซึ่งทางเดียวที่จะเกิดการแพร่ระบาดได้ คือ การติดต่อจากการโดยสารระหว่างประเทศเท่านั้น
“การที่จะติดต่อข้ามทวีปนั้น แม้ว่าจะเป็นไปได้ แต่ยังยากอยู่ เพราะว่าการโดยสารผ่านเครื่องบิน เชื่อว่าขณะนี้แต่ละประเทศจะมีการเช็คตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากต่างตื่นตัวกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดเม็กซิโกที่เกิดขึ้น ต่างจากการติดต่อระหว่างประเทศอย่างเม็กซิโกกับสหรัฐฯ ที่มีเขตแดนติดต่อกัน ทำให้จำนวนผู้เข้าออกประเทศในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมาก การควบคุมจึงเป็นไปได้ยาก ” รศ.ดร.นพ.ประเสริฐ กล่าว
รศ.ดร.นพ.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า จากาการติดตามมาตรการเฝ้าระวังโรคของประเทศไทยถือว่าทำได้ดี อีกทั้งประชาชนยังตื่นตัว แต่ไม่ถึงกับตื่นตระหนก อย่างไรก็ตามหากประชาชนมีญาติที่เพิ่มทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและมีอาการไม่สบายก็ขอให้ไปพบแพทย์ เพื่อความไม่ประมาท และป้องกันการแพร่กระจายของโรคตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนการผลิตวัคซีนเท่าทีทราบขณะนี้องค์การอนามัยโลกอยู่ระหว่างการเร่งผลิต ซึ่งในสวนของประเทศไทยคงไม่สามารถผลิตเองได้ เนื่องจากเรายังไม่มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ ยกเว้นหากองค์การอนามัยโลกผลิตสำเร็จแล้ว และแจกจ่ายเชื้อให้ประเทศต่างๆ นำไปผลิตต่อ ซึ่งล่าสุดองค์การเภสัชกรรมได้ประสานไปยังองค์การอนามัยโลกเพื่อขอรับวัคซีนต้นแบบนำมาผลิต
มานิตกำชับ อสม.ช่วยจับตาโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในเม็กซิโก
ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี นายมานิต นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบค่าตอบแทนเดือนแรกให้ ตัวแทน อสม. จาก 7 อำเภอของจังหวัดปทุมธานี จำนวน 100 คน โดยมีนายปรีชา บุตรศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และนายแพทย์ภูกฤษ เวชโอสถศักดา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ร่วมพิธี โดยจังหวัดปทุมธานีมี อสม. ที่ต้องได้ค่าตอบแทนทั้งหมด 7,232 คน
นายมานิตกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดดำเนินการเบิกจ่ายค่าตอบแทนเดือนแรกแก่ อสม.จำนวน 987,019 คน อัตราคนละ 600 บาท รวมเป็นเงิน 574,211,400 บาท เริ่มในวันนี้พร้อมกันทั่วประเทศ ให้เสร็จสิ้นอย่างช้าภายในวันที่ 2 พฤษภาคม 2552 โดย อสม.สามารถไปรับเงินค่าตอบแทนดังกล่าวได้ที่สถานีอนามัยที่ขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน เชิงรุกในหมู่บ้านชุมชน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยอย่างเข้มแข็ง
นายมานิตกล่าวต่อว่า ในขณะนี้ มีงานเร่งด่วนที่ต้องอาศัยกำลัง อสม.ช่วย ในการเผยแพร่ความรู้เพื่อลดความตื่นตระหนกของประชาชน เกี่ยวกับการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยในไทย แต่กระตุ้นให้ประชาชนเกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง และการป้องกันตนเอง รวมทั้งขยายการเฝ้าระวังในผู้ป่วยที่มีอาการของไข้หวัด เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ โดยเพิ่มการซักประวัติการเดินทางไปพื้นที่ที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก และรายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที



