ไลฟ์สไตล์

"BIG GIVE" เกิดที่นี่ คลอดที่นี่ ไม่มีค่าใช้จ่าย (7)

"BIG GIVE" เกิดที่นี่ คลอดที่นี่ ไม่มีค่าใช้จ่าย (7)

17 ต.ค. 2554

ชีวิตที่เติมเต็มความสุขของคุณหรรษณัฐกมล แจ่มเกิด หนึ่งในคนไข้ที่เข้ามารับคำปรึกษาเรื่องการมีบุตร ที่ศูนย์รักษามีบุตรยากกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ

 “เรารู้สึกว่ามันเป็นความสุขที่ไม่ใช่แค่ความสุข แต่เราปีติยินดีมาก เพราะทั้งชีวิตเรารอมา 10 ปี รอมานานมากที่สุดของชีวิตแล้ว บอกคุณหมอว่าขอบคุณมากเลยค่ะ ชีวิตหนึ่งเหมือนมีค่ามาก เพราะเราอยู่กัน 2 คน เราเหงามาก ถ้าเรามีลูกสักคนสองคน มาช่วยให้ชีวิตเราดูมีความสุขมากขึ้น เรามีครบในหลายๆ อย่าง แต่เราขาดความสุขบางอย่าง”
 การพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากนั้น แพทย์จะเริ่มซักประวัติเบื้องต้นทั่วๆ ไป เช่น การคุมกำเนิดที่เคยใช้ ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ ประวัติประจำเดือน (ซึ่งจะช่วยบอกว่าฝ่ายหญิงนั้นมีปัญหาไข่ไม่ตกหรือไม่) ประวัติการผ่าตัด โรคประจำตัว และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงประวัติพฤติกรรมของฝ่ายชายที่จะช่วยประเมินถึงคุณภาพของน้ำอสุจิ ได้แก่ ประวัติการเป็นคางทูม การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา เป็นต้น ซึ่งจากการซักประวัติเบื้องต้นจะเป็นแนวทางที่ดีในการสืบค้นหาสาเหตุต่อไป
 โดยข้อมูลที่มักจะได้ไม่ครบถ้วนมักจะเป็นประวัติการมาของประจำเดือน ดังนั้นการจดหรือจำวันที่ประจำเดือนมาและหมดล่วงหน้าประมาณ 3-6 เดือน ก่อนพบแพทย์จะช่วยในการตรวจรักษาที่ดีขึ้น

สาเหตุที่พบบ่อยในการมีบุตรยากนั้น มีดังนี้
 • สาเหตุจากน้ำอสุจิของฝ่ายชาย พบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของคู่สมรสที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก
 • ภาวะไม่ตกไข่ พบได้ประมาณร้อยละ 15
 • ท่อนำไข่อุดตัน
 • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
 • โรคทางนรีเวชอื่นๆ เช่น เนื้องอกมดลูก พังผืดในโพรงมดลูก หรือมดลูกผิดปกติแต่กำเนิดเป็นต้น
 • ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน พบได้ประมาณร้อยละ 10

การทำกิฟท์และเด็กหลอดแก้ว
 คู่สมรสที่ได้รับการตรวจหาสาเหตุจนครบและได้รับการรักษาจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มที่มี ซีสต์ (cyst) หรือเนื้องอก มักได้รับการส่องกล้องผ่าตัด ส่วนกลุ่มที่ไม่ต้องผ่าตัด มักได้รับการรักษาด้วยวิธีคัดเชื้อฉีดเข้าโพรงมดลูก หรือ IUI (intrauterine insemination) คู่สมรสไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งจะตั้งครรภ์ได้ แต่ถ้ายังไม่สำเร็จจะต้องใช้เทคนิคช่วยเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology ; ART)
 เทคนิคที่เรารู้จักกันดี ได้แก่ GIFT (gamete intra-fallopian transfer) และเด็กหลอดแก้ว หรือการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF: in vitro fertilization) โดยทั้งสองวิธีนี้จะเริ่มด้วยการกระตุ้นให้ได้ไข่หลายๆ ใบเหมือนกัน โดยการพ่นฮอร์โมนเข้าจมูก 7 วันก่อนประจำเดือนจะมา หลังจากประจำเดือนมาแล้ว 3 วันจะเริ่มฉีดฮอร์โมนกระตุ้นไข่ พอ 5-6 วัน จะนัดอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดเพื่อดูจำนวนไข่ พอไข่สุกเต็มที่จะฉีกฮอร์โมนเข็มสุดท้าย หลังจากนั้น 34-36 ชั่วโมงจะเจาะเก็บไข่ และในวันนั้นจะต้องงดน้ำและอาหารประมาณ 8 ชั่วโมง อีกทั้งสามีจะต้องมาเก็บน้ำอสุจิด้วย
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719