ไลฟ์สไตล์

องค์พระธาตุดอยเต่าคำจ่อทรุด

องค์พระธาตุดอยเต่าคำจ่อทรุด

17 ต.ค. 2554

แผ่นดินแยกเมืองปาน ลำปาง ทรุดตัวเพิ่ม บันไดนาคเก่าแก่ วัดพระธาตุ ดอยเต่าคำ ทรุดตัวพังทลาย แยกออกจากกัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 17 ต.ค.54  พระอธิการ สงกรานต์ จินทโชโต เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเต่าคำ ซึ่งตั้งอยู่บ้าน ดินดำ ม.3 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน พร้อมด้วย นายสมยศ รู้ชั้น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง และนายปัญญา สะตา ผู้ใหญ่บ้านดินดำ ม.3 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน ได้เข้าสำรวจ เพื่อตรวจแนวแผ่นดินทรุด และแยกตัว บริเวณโดยรอบวัด

          หลังจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง จากแผ่นดินเกิดทรุดตัวเพียง 1 เมตร เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะนี้รอยแยกเกิดทรุดเพิ่มลงไปอีกเกือบ 3 เมตรแล้ว และความยาวเพิ่มเกือบ 2 กิโลเมตร โดยเฉพาะบันไดนาคเก่าแก่ของวัด ทีมีกว่า 60 ขั้นบันได เกิดพังทลายขาดออกจากกันเกือบ 2 เมตร และพื้นบันไดนาคทรุดตกลงไปกับแนวที่แผ่นดินทรุด และแยกตัวออกจากกัน ซึ่งรอยแยกแผ่นดิน จะต้องเกิดพังถล่มลงไปอย่างแน่นอน

           สำหรับบ้านที่มีรอยแยกลางบ้าน ซึ่งทาง อบต.แจ้ซ้อน ได้ให้ย้ายออก เนื่องจากอยู่ในแนวแผ่นดินทรุด และแยกตัว ทำให้ขณะนี้ผนังบ้านที่เป็นคอนกรีตได้พังทลาย และยุบตัวลงจากเดิมกว่า 3 เมตร ทำให้ชาวบ้าน ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบด่วน หลังจากพบรอยแยก และทรุดตัว เมื่อเดือน ส.ค. ทางจังหวัดลำปาง และทางกรมทรัพยากรธรณี ยังไม่รุดมาตรวจสอบ ซึ่งชาวบ้านห่วงว่ารอยแผ่นดินทรุด และแยกตัวออกจะทลายลึก ส่งผลกระทบต่อองค์พระธาตุ ซึ่งเป็นองค์พระธาตุเก่าแก่ ที่บรรจุพระบรมสาริกธาตุพระพุทธเจ้า 3 พระองค์

          ด้าน นายสมยศ กล่าวว่าขณะนี้ ทาง อบต. ได้รายงาน และประสานไปหน่วยงานต่างๆ ระดับจังหวัดหลายครั้ง แต่ก็เงียบหายไป ไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใดเข้ามาตรวจสอบ จนกระทั่งล่าสุด เกิดพังทลายลงของบันไดนาคจากแผ่นดินที่เกิดทรุด และแยกตัวต่อเนื่อง ห่วงว่าองค์พระธาตุดอยเต่าคำจะได้รับผลกระทบ จึงได้ทำหนังสือด่วนไปยังหลายหน่วยงาน

          โดยเฉพาะทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง รวมถึงยังได้ทำหนังสือไปยังกรมศิลปากร เพื่อให้รุดมาตรวจสอบ และร่วมกันป้องกันองค์พระธาตุ ส่วนแนวทางป้องกันแผ่นดินทรุด และแยกตัวออก จะต้องทำให้ฐานภูเขาเกิดความแน่นโดยการตอกเสาเข็ม และอัดบดดินให้แน่น ป้องกันการกัดเซาะ ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และต้องได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการระดับจังหวัด ถึงจะทำได้

          ส่วน พระอธิการ สงกรานต์ จินทโชโต กล่าวว่า อาตมา ทำใจกับบันไดนาคเก่าแก่ ที่พังทลายลงไปแล้ว ที่อาตมา ห่วงคือ องค์พระธาต ซึ่งอยู่ห่างจากแนวแผ่นดินทรุด เพียง 20 เมตร ต้องส่งผลกระทบต่อองค์พระธาตุอย่างแน่นอน

          สำหรับประวัติพระธาตุแห่งนี้ คนในอดีตสร้างพระธาตุดอยเต่าคำ ใช้เงินโบราณไป 709 รูปี เสร็จแล้ว มาสร้างวิหารข้างพระธาตุ ใช้เงิน 4,700 รูปี ซึ่งเป็นบันทึกข้อเขียนที่ปรากฏในตำนานครูบาศรีวิชัย ที่ได้บันทึกลงบนคัมภีร์ใบลาน ด้วยอักษรธรรมล้านนา บอกกล่าวเรื่องราว อันเกี่ยวข้องกับชีวประวัติ และการจาริกไปบูรณปฏิสังขรณ์ในที่ต่างๆ ของครูบาศรีวิชัย

          "ในตำนานยังได้บันทึกว่า ครูบาศรีวิชัย ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดสำคัญหลายแห่งใน จ.ลำปาง หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ วัดพระธาตุดอยเต่าคำ ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน โดยมีการสันนิษฐานว่า วัดพระธาตุดอยเต่าคำแห่งนี้ มีอายุไม่ต่ำกว่า 500 ปี ในอดีตวัดพระธาตุดอยเต่าคำ ได้ถูกทิ้งร้างมานาน เนื่องจากในระแวกนั้นมีวัดสบลี เป็นศูนย์กลางอยู่แล้ว ซึ่งประกอบไปด้วยคณะศรัทธาจากชาวบ้านดินดำ บานสบลี และบ้านดอนแก้ว ต.แจ้ซ้อน อีกทั้งวัดพระธาตุดอยเต่าคำก็อยู่ห่างไกลออกไปจากชุมชน จึงไม่มีชาวบ้านอุปถัมภ์วัดพระธาตุดอยเต่าคำอย่างจริงจัง ผู้คนระแวกนั้นทราบแต่เพียงว่ามีเจดีย์เก่าอยู่บนเขา ท้ายหมู่บ้าน

          ถึงแม้ว่าวัดดอยเต่าคำจะเป็นวัดร้าง แต่ครูบาศรีวิชัย ท่านก็ทราบด้วยญาณถึงสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ พร้อมทั้งชี้ให้ชาวบ้านเห็นความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ มาจนถึงปัจจุบันนี้ สำหรับการบูรณปฏิสังขรณ์ของครูบาศรีวิชัยในครั้งนั้น ได้เกิดขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ.2462 ก่อนที่คณะศรัทธาของวัด จะช่วยกันโบกปูนองค์พระธาตุใหม่ และทาสีทองในปีพ.ศ. 2496