ไลฟ์สไตล์

สนามเรื่องสั้น-สั้น:สัญญาที่เชียงคาน

สนามเรื่องสั้น-สั้น:สัญญาที่เชียงคาน

16 ต.ค. 2554

สนามเรื่องสั้น-สั้น : สัญญาที่เชียงคาน : โดย...ปานหทัย จตุรงค์พลาธิปัต

          ลำน้ำโขงแห่งนี้ยังคงไหลเอื่อยไปไม่มีวันหยุด ไม่มีวันไหลทวนหรือย้อนกลับ แม้จะผ่านไปสักกี่สิบปี ยี่สิบปี ห้าสิบปี หรือเป็นร้อยปี สายน้ำแห่งนี้ก็ยังคงอยู่อย่างนี้เหมือนเดิม ไม่มีวันเปลี่ยน จะวันนี้ วันพรุ่งนี้ หรือวันข้างหน้าก็ตาม เมื่อถึงยามแล้ง ก็จะมีโขดหินก้อนเล็กใหญ่ทอดยาวไปตามแนวขวางทางไหลของแม่น้ำ จนถึงกลางลำน้ำโขง และมีดอนเล็กใหญ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ พื้นที่ตรงริมตลิ่งก็จะเป็นแปลงผักนานาชนิด และตอนเด็กฉันก็จะชอบมารดน้ำผักแล้วลงไปเล่นน้ำโขงกับเพื่อนๆ ของฉัน

          ภาพความทรงจำตอนเด็กๆ แล่นเข้ามาในหัวสมองของฉัน ขณะที่ฉันกำลังนั่งรถกลับเชียงคาน บ้านเกิด และคำสัญญาที่ฉันได้ให้ไว้กับชิน นี่ก็เกือบสี่ปีแล้วที่ฉันได้จากบ้านเกิด เพื่อมาเล่าเรียนหนังสือและอยู่กับพ่อที่กรุงเทพฯ ฉันคิดถึงบ้าน คิดถึงคนในครอบครัว คิดถึงเพื่อนๆ ฉันกลับมาที่นี่ทุกปิดเทอมใหญ่ของทุกปี เว้นแต่ปีที่แล้วที่ไม่ได้กลับมา .. เฮ้อ ถึงแม้ว่าจะกลับมาเยี่ยมบ้านเหมือนทุกปี แต่ฉันก็อดคิดถึงบ้านไม่ได้อยู่ดีคิดถึงทุกวัน..

          เมื่อฉันเดินทางมาถึง ทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาและทำอาหารร่วมกัน ทำไปคุยไปอย่างสนุกปาก ญาติบางคนก็ทักฉันว่า ตัวโตขึ้นเยอะ เป็นสาวแล้ว จำแทบไม่ได้  แต่บางคนก็จำฉันไม่ได้เลย ถ้าฉันไม่เข้าไปทักสวัสดี  เมื่ออาหารมื้อเย็นผ่านไป  ฉันนึกถึงชิน เลยเดินไปหาเขาที่บ้าน  แต่ก็เจอแต่ชื่น ซึ่งเป็นน้องสาวของชิน  เมื่อฉันถามหาชิน ชื่นก็บอกกับฉันแค่ว่า “เดี๋ยวพรุ่งนี้ เอื้อยออมมาหาชื่นนะ ชื่นจะพาไปหาชินเอง”  ชื่นพูดแค่นั้นแล้วก็เดินเข้าบ้านไป  ปล่อยให้ฉันงงและสงสัยกับคำพูดประโยคนั้นของชื่นมาก

          เมื่อฉันกลับถึงบ้าน ก็ได้แต่คิดถึงคำพูดประโยคนั้นของชื่น และมันยังคงวนอยู่ในความคิดของฉัน ว่าทำไมต้องเป็นวันพรุ่งนี้ ทำไมไม่พาเราไปหาชินเลยล่ะ แล้วชินไปอยู่ที่ไหน ฉันได้คิดอยู่อย่างนั้น พลางหยิบสร้อยที่มีจี้รูปหัวใจออกมาดู คิดถึงเจ้าของอย่างบอกไม่ถูก .. จนเช้าฉันจึงเดินไปหาชื่นที่บ้านตามที่ชื่นนัดฉันไว้ เมื่อฉันเจอชื่น ชื่นก็พูดกับฉันว่า “มื้อนี้วันศีล บ่ไปตักบาตรติ”  ฉันก็เพิ่งนึกได้และเออออไปตามชื่น

          หลังจากที่เตรียมเครื่องจะไปตักบาตรแล้ว เราสองคนก็ได้เดินไปที่วัดที่อยู่ใกล้ๆ บ้าน แต่ก่อนที่จะขึ้นศาลา ชื่นได้ปลีกตัวเดินไปทางธาตุใส่กระดูกที่อยู่กำแพงวัด ฉันก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าชื่นคงไปหาพ่อตู้แม่ตู้ของชื่น แต่พอชื่นเดินไปถึงธาตุเจดีย์เล็กๆ ก็เหมือนกับนึกได้ว่าฉันไม่ได้เดินตามชื่นไป

“เอื้อยออม มาหาชื่น” ชื่นเรียกฉันพร้อมกับกวักมือ ฉันจึงเดินไปหาชื่น ชื่นก็กำลังเอาข้าวเอาขนมวางบนธาตุและจุดธูปเทียน “เอื้อยออมนั่งลงสิ”  เสียงนั่นสั่นเครือ “มีอะไรหรือชื่น”  ชื่นหันหน้ามาพร้อมกับยื่นธูปให้ฉัน ฉันก็เข้าใจว่าชื่นคงให้ไหว้เป็นเพื่อน แต่ตอนที่ฉันกำลังจะไหว้ก็ต้องชะงัก ..เมื่อชื่อที่อยู่บนธาตุเป็นชื่อของชิน ..ฉันได้แต่นั่งเงียบ ช็อกกับสิ่งที่เห็น

“อ้ายชินเขาตายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาบ่นว่าคิดฮอดเอื้อยออมหลาย เลยไปเล่นน้ำโขง แต่โชคร้ายอ้ายชินโดนตะคริวกิน” ชื่นพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ น้ำตาที่ไหลมาอาบแกมทั้งสองข้างของฉัน มันเป็นน้ำตาของความเสียใจของฉันเอง 

“แล้วทำไมไม่มีใครบอกพี่เลยล่ะ ชื่น..” ฉันหันหน้ามามองชื่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่กลั้นสะอื้น  ชื่นวางมือบนบ่าของฉันแล้วพูดว่า

“ทุกคนในบ้านของชื่นกับเอื้อยออมกลัวว่าเอื้อยออมจะไม่มีสมาธิในการเรียน เลยไม่มีใครบอกเอื้อยออม”

          ตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น ฉันเสียใจ ฉันผิดเองที่เป็นคนผิดสัญญา และเป็นเหมือนคนที่ทำให้ชินต้องตาย ..จากฉันไป ฉันร้องไห้อยู่สักพัก ชื่นก็ได้พูดกับฉันว่า “อย่าไห้เลยเอื้อยออม  อ้ายชินเขาไปดีแล้ว อย่าทำให้อ้ายชินต้องห่วงเอื้อยออมเลย” ฉันได้ฟังคำพูดของชื่นอย่างนั้น ก็คิดได้ ..ใช่ ถ้าหากเราร้องไห้ ชินก็จะห่วงเรา ทำให้เขาจากไปอย่างไม่สบายใจ   ฉันจึงปักธูป แล้วขึ้นไปบนศาลาทำบุญตักบาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ชิน เพื่อที่เขาจะได้รับรู้ว่า แม้ว่าฉันจะผิดสัญญา ฉันก็ยังกลับมา มาหาเขา และไม่ลืมเขา ตามที่สัญญาไว้

          ดวงอาทิตย์กลมโต สีแดงราวไข่เค็ม  กำลังหล่นลงกลางลำน้ำโขง  ลมเย็นพัดวูบมากระทบหน้าฉันฉันมองเหม่อไปยังลำน้ำโขง  ที่มีโขดหินเรียงราย  หาดทรายทอดยาว ภาพของชินแจ่มชัดในความทรงจำ หูฉันแว่วเสียงของชินดังมาแต่ไกล

“ถ้าออมไปเรียนที่นู้น ชินจะลืมออม จะคิดถึงออมไหม?” ชินหันหน้ามาแล้วพูดว่า “บ่ลืมดอก ชินจะคิดถึงออมซูมื้อเลย” ฉันได้ยินอย่างนั้นก็หันมายิ้มให้ชิน “จริงๆเหรอ” “แท้ๆ มีแต่ออมนะ สิลืมชินน่ะ”
“บ้า ..ออมจะลืมชินได้อย่างไร ก็ชินเป็นเพื่อนที่ดีและสนิทที่สุดของออมเลย ใครจะลืมล่ะ”  “แท้ๆ เด้ อย่าซูลืมกันเด้อ” ชินยิ้มอย่างมีหวังแล้วยื่นมือที่กำปั้นไว้มีแต่นิ้วก้อยชูตั้งอยู่มาที่ฉัน “สัญญา ว่าจะไม่ลืมชิน” แล้วฉันก็เอานิ้วก้อยเกี่ยวที่นิ้วก้อยของชิน “เอ่อ ออม” ชินพูดพร้อมล้วงเอาอะไรบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง “อะไรหรอ? ชิน..” ฉันพูดพร้อมกับมองชินอย่างสงสัย “หลับตาก่อน..”  ฉันจึงหลับตาตามที่ชินบอก “ค่อยๆ ลืมตาเด้อ ...อะ ลืมตา แบมือมานำ” 

          เมื่อฉันลืมตาขึ้นก็เจอกับสร้อยและมีจี้รูปหัวใจสีชมพู “สวยจัง..ชินซื้อมาจากที่ไหนอะ” ชินส่งสร้อยให้ฉันแล้วพูดว่า “ซื้อจากที่ได๋บ่สำคัญดอก แต่ที่สำคัญออมอย่าเฮ็ดสร้อยเส้นนี้หายเสียเด้อ” ฉันรับสร้อยมาแล้วพูดว่า “ไม่หายหรอก เพราะว่าออมจะใส่สร้อยเส้นนี้ตลอดเวลาเลย ..อ่ะชิน ใส่ให้หน่อยสิ” ฉันส่งสร้อยให้ชิน ชินรับมาแล้วบรรจงคล้องสายสร้อยให้ฉัน “ใส่ไว้กันลืมกัน” ชินพูดพร้อมกับยิ้มให้ “จ้า ไม่ลืมดอก งั้นทุกปิดเทอมใหญ่ออมจะกลับมาที่บ้าน มาหาชิน ดีไหม?” “ดีดี สัญญาเด้อ” ฉันโอบไหล่ชินแล้วพูดว่า

“จ๊ะ สัญญาว่าจะไม่ลืมชิน เพื่อนที่นี่และเชียงคาน บ้านเกิดของฉัน” ชินกับฉันนั่งยิ้มให้กัน และนั่งชมวิวทิวทัศน์ของตลิ่ง แม่น้ำโขงที่ไหลไปอย่างช้าๆ ก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าไป

          คำสัญญา...น้ำเสียงของชินยังคงแว่วในโสตสำนึก และภาพของชินกับฉันที่เคยลงเล่นน้ำ เคยตักบาตรด้วยกัน ยังคงตราตรึงในใจ และไม่มีวันเลือนหาย แม้ว่าร่างกายของชินจะไม่อยู่กับฉัน แต่ฉันก็ยังจดจำเรื่องราวดีๆ ที่เรามีให้กันตลอดไป ฉันปาดน้ำตาแล้วเดินขึ้นตลิ่งเพื่อไปตลาด 
 ฉันตั้งใจจะไปซื้อขนมและเตรียมซื้อของมาทำกับข้าวที่ชินชอบ ไปถวายพระในวันพรุ่งนี้...

-----------------------------

(สนามเรื่องสั้น-สั้น : สัญญาที่เชียงคาน : โดย...ปานหทัย จตุรงค์พลาธิปัต)