ไลฟ์สไตล์

สธ.ประกาศยกระดับคุมเข้มหวัดเม็กซิโก

สธ.ประกาศยกระดับคุมเข้มหวัดเม็กซิโก

30 เม.ย. 2552

สธ.ประกาศยกระดับคุมเข้มหวัดเม็กซิโก หลังฮูเตือนสถานการณ์แพร่ระบาดถึงระดับ 5 สั่งสสจ.ทุกจังหวัดซ้อมแผนรับมือทั่วประเทศ เตือนอย่าตื่นแห่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เผย ไข้หวัดเม็กซิโกยังไม่มีวัคซีนป้องกันได้

(30เม.ย.) นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข นายมานิต นพอมรบดี รมช.สาธารณสุข และนพ.ไพจิตร วราชิต รองปลัด ก.สาธารณสุข แถลงข่าวถึงการยกระดับมาตรการในการควบคุมโรคไข้หวัดเม็กซิโก ภายหลังจากที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศยกระดับการแพร่ระบาดเป็นระดับ 5  
 นายวิทยา กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกว่า ขณะนี้ได้มีประกาศสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดเม็กซิโกเป็นระดับ 5 หมายถึงได้เกิดการแพร่ระบาดติดต่อระหว่างประเทศแล้ว ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการ เตรียมพร้อมตอบโต้ ภาวะฉุกเฉิน ด้าน การ แพทย์และ สาธารณสุข กรมควบคุมโรค เห็นตรงกันว่า จะต้องยกระดับศูนย์ปฏิบัติการจากระดับกรมเป็นระดับระดับกระทรวง พร้อมมีการปรับแผนปฏิบัติการให้เข้มข้นมากขึ้น โดยมอบให้ นพ.ปราชญ์ บุณญวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานในการอำนวยการ   พร้อมย้ายศูนย์ปฏิบัติการ ไปที่ชั้น 2 อาคารสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ในวันนี้ทาง นพ.ไพจิตร จะสั่งการไปยัง สสจ. ทั่วประเทศให้ทำการซักซ้อมแผนปฏิบัติการการรับมือการแพร่ระบาดพร้อมกันทั่วประเทศ
 
 นายวิทยา กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังผู้ที่ผ่านเดินทางเข้าประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวานนี้ ( 29 เม.ย.) เครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์ที่ตรวจจับอุณหภูมิร่างกายได้ตรวจพบผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นชายชาวออสเตรเลีย อายุ 52 ปี อยู่ที่พัทยา มีอุณหภูมิสูงถึง 39 องศาเซลเซียส จึงได้ให้คำแนะนำและขอความร่วมมือในการเฝ้าระวัง โดยขอให้มายังศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลบำราศนราดูรก่อนเพื่อตรวจสอบ แต่ทั้งนี้เนื่องจากประเทศออสเตรเลียไม่ใช่ประเทศที่มีการยืนยันผู้ป่วยโรคไข้หวัดเม็กซิโก ดังนั้นจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าระวัง ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และผวาต่อสถานการณ์จนเกินเหตุ ดังนั้นมาตรการการควบคุมจึงต้องเป็นไปเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย
 
 อย่างไรก็ตามล่าสุดได้มีการขออนุญาตคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์ระบาด ใหญ่ ของไข้หวัดใหญ่ซึ่งมี พล . ต . สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในการเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบผู้โดยสารสายการบินที่เดินทางเข้ามาในประเทศ เพราะขณะนี่โรคไข้หวัดเม็กซิโกได้ระบาดไปทุกทวีปแล้ว
 
 “ขณะนี้การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดเม็กซิโกมีการแพร่ระบาดไปทุกทวีปแล้ว ดังนั้นเราต้องเพิ่มความขีดในการเฝ้าระวัง โดยจะให้มีการแจกแบบฟอร์มในการกรอกรายละเอียดการเดินทาง หากพบว่ามีผู้โดยสารรายใดที่เคยเดินทางผ่านเข้าไปยังประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรค นอกจากการผ่านเครื่องเทอร์โมสแกนเนอร์แล้ว จะต้องการตรวจเช็คอย่างละเอียดมากขึ้น โดยจะมีการแยกวัดอุณหภูมิร่างกายเพิ่มเติม พร้อมขอที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้เพื่อเข้าถึงได้เร็วที่สุด ในกรณีที่เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นจะนำเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังทันที ซึ่งขณะนี้ทุกโรงพยาบาลได้มีการจัดเตรียมห้องแยกผู้ป่วยซึ่งเป็นห้องปลอดเชื้อไว้พร้อมแล้ว ไม่เพียงแต่เฉพาะโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น แต่รวมถึงโรงพยาบาลในสังกัด กทม.ด้วย ” นายวิทยา กล่าว
 
 นายวิทยา กล่าวว่า สำหรับการเตรียมพร้อมยาโอเซลทามีเวียร์เพื่อให้กับผู้ป่วยที่เข้าข่ายการเฝ้าระวังและสงสัยเพื่อรับมือการแพร่ระบาดนั้น ขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขมียาอยู่ในสต๊อกแล้ว 320,000 ชุด สำหรับผู้ป่วย 320,000 คน พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้ทางองค์การเภสัชกรรมผลิตยาเพิ่มเติมอีกจำนวน 1,000,000 เม็ด หรือ 100,000 ชุด สำหรับผู้ป่วย 100,000 ราย และในช่วงบ่ายวันนี้ตนจะเดินทางไปยังองค์การเภสัชกรรมด้วยตนเองเพื่อตรวจวัตถุดิบในการผลิตยา
 
 ส่วนคนไทยที่อยู่ในเม็กซิโกซึ่งมีรายงานว่า ได้มีการติดต่อเพื่อขอเดินทางกลับมาประเทศไทยนั้น นายวิทยา กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ต้องรอจากกระทรวงการต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าส่วนใหญ่ที่จะเดินทางกลับนั้นน่าจะเป็นนักเรียนไทยที่เรียนอยู่ในเม็กซิโก ซึ่งทางกระทรวงจะเตรียมแพทย์ไปตรวจเช็คร่างกายที่สนามบิน แต่หากมีจำนวนมากจะมีการเตรียมพื้นที่ในการเฝ้าระวัง เพื่อตรวจเช็คให้เกิดความแน่ใจ
 
 ต่อข้อซักถามว่า ความคืบหน้าในการประสานจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน นายวิทยากล่าว่า ได้มอบให้ พญ.ศิริพร กัญชนะ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งล่าสุดได้มีการประสานไปยังรัฐสาธารณสุขประเทศฟิลิปปินส์แล้ว ทั้งนี้เนื้อหาการประชุมอาเซียนจะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดเม็กซิโกในระดับภูมิภาคอาเซียน และข้อสรุปที่ได้จะนำเสนอต่อที่ประชุมองค์การอนามัยโลกต่อไป
 
 ด้าน นายมานิต   กล่าวว่า   การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก   ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ห้ามการเดินทางไปประเทศที่มีผู้ป่วย   แต่ขอให้เลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปประเทศที่เป็นแหล่งระบาดของโรคไปก่อน       ออกกำลังกายให้มีสุขภาพแข็งแรง   รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้   ผู้ที่เคยสูบบุหรี่ ดื่มสุรา ควรลด ละเลิกดื่ม   เพื่อไม่ให้อวัยวะภายในร่างกายถูกทำลาย   จะทำให้เจ็บป่วยง่าย   หากมีบุคคลในบ้านป่วยเป็นไข้หวัดขอให้คาดหน้ากากอนามัย   เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปสู่คนอื่น       ากสงสัยให้สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่   02 590 3333 และ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 ประเด็นสำคัญ หลังมีข่าวไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก เกิดขึ้น ทำให้คนไทยแตกตื่นไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่     ขอย้ำว่า โรคไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกนี้ เป็นเชื้อตัวใหม่ ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน   วัคซีนที่ใช้ในไทยขณะนี้เป็นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่เกิดตามฤดูกาลปกติ   จึงไม่มีผลป้องกันไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก   ดังนั้นการป้องกันที่สำคัญที่สุดที่ประชาชนไทยทุกคนต้องยึดเป็นแนวปฏิบัติป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก คือการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข   หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด   กินของร้อน ใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกัน    และล้างมือบ่อยๆ   ผู้ที่เป็นไข้หวัด ไอ ต้องผูกหน้ากากอนามัย ป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปคนอื่น