ไลฟ์สไตล์

'โทรศัพท์มือถือ'ยกระดับชีวิตชาวแอฟริกัน

'โทรศัพท์มือถือ'ยกระดับชีวิตชาวแอฟริกัน

16 ต.ค. 2554

ถ้ามีโอกาสไปเยือนประเทศยากจนในกาฬทวีปก็อย่าแปลกใจที่จะเห็นประชาชนคนเดินดินผิวสีหมึกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความ

      ถ้ามีโอกาสไปเยือนประเทศยากจนในกาฬทวีปก็อย่าแปลกใจที่จะเห็นประชาชนคนเดินดินผิวสีหมึกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความสั่งการโอนเงินให้แก่ญาติๆ หรือแจ้งความคืบหน้าของอาการป่วยของตนเองให้แก่แพทย์ที่ประจำในโรงพยาบาลซึ่งห่างไปจากบ้านพักอาศัยของตนเองกันคนละโยชน์

      แม้จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในกาฬทวีปยังมีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรและนับเป็นกลุ่มประชากรที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือน้อยที่สุดในโลก ในปี 2553 มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในทวีปแอฟริกาประมาณ 18 ล้านคน (ในปี 2553) คิดเป็น 41% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งเทียบไม่ได้กับอัตราส่วนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลกต่อประชากรทั้งหมดที่อยู่ในระดับ 76% แต่จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นเพราะประชากรผิวหมึกน้ำใจงามเหล่านั้นเห็นความสำคัญและสามารถใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เป็นเพียงวัตถุเพื่ออวดความมั่งมีของตนเองในสังคมอื่น     

      ชาวบ้านในเคนยาสามารถใช้โทรศัพท์มือถือฉลาดๆ อย่างสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หรือโทรศัพท์มือถือ "บ้านๆ" ที่มีความสามารถนอกเหนือจากการรับสาย-โทรออก เพียงการส่งข้อความสั้นเพื่อแจ้งอาการและขอคำแนะนำจากแพทย์ที่อยู่ในเมืองที่อยู่ห่างไปมาก เพียงติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า "เมดแอฟริกา" (MedAfrica) ในโทรศัพท์ของตนเท่านั้น

      เมดแอฟริกา ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นการทำงานหลัก 2 ประการ คือ การเป็นสมุดโทรศัพท์จัดเก็บเลขหมายสำคัญๆ ต่างๆ ทั้งยังบรรจุคำแนะนำพื้นฐานด้านการตรวจสอบอาการป่วย และรายชื่อ ที่ตั้งของโรงพยาบาลในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งในประเทศด้อยพัฒนาที่ขาดแคลนสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านการสาธารณสุขแล้ว คำแนะนำเหล่านั้นได้ช่วยชีวิตคนได้เป็นจำนวนมาก

      นอกจากนั้นแอพพลิเคชั่นที่ชื่อ "เอ็มฟาร์ม" (mFarm) ช่วยเชื่อมโยงเกษตรกรเข้ากับตลาดราคาพืชผลผ่านทางการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) แจ้งราคาความเคลื่อนไหวสินค้าเกษตรที่มีการปรับเปลี่ยนราคาในทันทีที่มีการเปลี่ยนแปลง

      สหภาพการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ประเมินว่าในช่วง 5 ปี นับตั้งแต่ 2548-2553 ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในแอฟริกาเพิ่มขึ้นกว่า 400% ซึ่งผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา แสดงว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของปริมาณโทรศัพท์มือถือทุกๆ 10% จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจท้องถิ่นขยายตัว 0.6% การมีโทรศัพท์มือถือไว้ติดต่อกับตลาดสินค้าเกษตรหมายถึงการรู้ความเคลื่อนไหวของราคาสินค้า และแหล่งรับซื้อที่ไห้ราคาสูงสุด

      ด้านบริษัทซาฟารีคอม ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในเคนยา ร่วมกับบริษัทโวดาโฟน แห่งอังกฤษ จัดตั้งระบบ "เอ็ม-เปซา" (M-PESA) ขึ้นในปี 2550 เพื่อให้บริการโอนเงินสดผ่านการส่งข้อความสั้นทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งระบบดังกล่าวได้ทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจเคนยาเป็นลำดับ โดยผลการศึกษาของธนาคารโลกที่เผยแพร่ในปี 2553 ระบุว่า เอ็ม-เปซา ช่วยให้กระแสเงินสดไหลเวียนในประเทศคล่องตัวขึ้น โดยในกระแสเงินสดทั่วประเทศไหลเวียนผ่านบริการ "เอ็ม-เปซา" ของซาฟารีคอมถึง 10% นั่นหมายความว่าในแต่ละเดือนมีเงินสดกว่า 3 หมื่นล้านบาทถูกถ่ายโอนไปยังร้านสาขาที่ให้บริการเบิกเงินสดจากการโอนเงินในระบบเอ็ม-เปซา กว่า 2 หมื่นแห่งทั่วเคนยา

      ระบบนี้ช่วยให้นักธุรกิจรายจิ๋ว เช่นพ่อค้าเร่ตามท้องถนนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในเคนยา สามารถโอนเงินให้แก่ผู้รับได้อย่างสะดวกโดยกดปุ่มโทรศัพท์พิมพ์ข้อความเพียงไม่กี่คำ สะท้อนให้เห็นว่าทำให้การส่งเอสเอ็มเอสในแอฟริกา มี "คุณค่า" ต่อชีวิตพลเมืองตัวดำๆ และเศรษฐกิจของประเทศในดินแดนที่แสนกันดารในกาฬทวีปเป็นอย่างยิ่ง