
เกษตรกรอุบลฯปลูกพุทราไร้สาร
เกษตรกรที่บ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีรวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ประสบผลสำเร็จในการปลูกพุทราสามรส ปลอดสาร โดยใช้วิถีการบำรุงรักษาสวนพุทราตามวิถีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี
นายเป็ง ศรีสุข เกษตรกรบ้านบัวเทิง ตำบลท่าช้าง อำเภอสว่างวีรวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเดิมนั้น ได้ใช้พื้นที่ที่มีประมาณ 4 ไร่ ปลูกดอกกุหลาบจำหน่าย ซึ่งแม้จะสามารถสร้างรายได้ที่ดี แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพคือ ต้องใช้สารเคมีพ่นกำจัดศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก และทำให้สารเคมีเหล่านี้ได้สะสมในร่างกาย
ต่อมาในปี พ.ศ.2544 คุณลุงเป็ง จึงได้เริ่มนำพุทรา พันธ์สามรส มาปลูกในเนื้อที่ 3 ไร่ ประมาณ 300 กว่าต้น ซึ่งระยะเวลาเพียง 6 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ที่ดีไม่แพ้การปลูกต้นกุหลาบ และเป็นรายได้ที่หมุนเวียนตลอดทั้งปี โดยช่วงเวลาที่มีผลผลิตออกมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม
คุณลุงเป็ง ใช้วิธีการปลูก และบำรุงรักษาสวนพุทราโดยวิถีธรรมชาติ ซึ่งจะมีปัญหาของศัตรูพืชในช่วง 3- 4 ปี แรกเท่านั้น คือ แมลงวันทองที่จะมาเจาะผลพุทรา ก็ใช้ใบพลูมาตำ เพื่อกำจัดแมงวัน ส่วนตัวหนอนแดง ซึ่งพอเติบโตจะเป็นผีเสื้อกลางคืน ก็ใช้การนำหลอดไฟแบลคไลท์มาดักจับ และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ของกรมพัฒนาที่ดินในการบำรุงต้นพุทรา จนปลอดสารเคมี
ซึ่งก่อนที่จะนำผลพุทราไปจำหน่าย ก็จะนำผลพุทราตัวอย่าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบว่าไม่มีสารเคมีตกค้าง ก่อนทุกครั้ง
ขณะที่ตลาดรองรับการจำหน่ายพุทรานั้น ยังมีความต้องการอีกมาก โดยในทุกวันนี้ ได้กำหนดราคาขายส่งจากสวน กิโลกรัมละ 20 บาท มีพ่อค้าเข้ามารับซื้อถึงสวน และภายในหมู่บ้าน มีเกษตรกรที่ปลูกพุทราขาย มากกว่า 30 – 40 ราย แต่ยังไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย สำหรับรายได้ของคุณลุงเป็งฯ เล่าให้ฟังว่า จะเก็บผลพุทรา จำหน่ายไม่น้อยกว่าวันละ 150 กิโลกรัม ทำให้มีรายได้ต่อวันไม่ต่ำกว่า 3,000 บาท เลยทีเดียว
การดำเนินชีวิตของครอบครัวคุณลุงเป็งฯ อยู่บนวิถีชีวิตที่พอเพียง โดยทำงานในสวนพุทรา เพียงลำพัง 2 ตา-ยายเท่านั้น ทำงานสวน ตามกำลังที่ทำได้และได้มีการจัดทำบัญชีรายรับ- รายจ่ายครัวเรือนในทุกวันด้วย



