
หน้าศก./เรือนชานบ้านเมือง
11 ธ.ค. 2551
หน้าศก./เรือนชานบ้านเมือง
ความแตกแยกของสังคมไทย
ที่ฝังรากลึกบนพื้นฐานของผลประโยชน์ที่ทับซ้อน
ท่ามกลางกระแสความแตกแยกที่ก่อให้เกิดความร้าวฉานของสังคมไทยอันเป็นผลมาจากผลประโยชน์ที่ทับซ้อนนั้น ดูช่างจะหลากหลายไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกเสียจริงครับ ทั้งที่สมหวังและผิดหวังในกลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน (ซึ่งการเมืองโดยตัวตนที่แท้แล้ว คือ เรื่องของการแก่งแย่งผลประโยชน์) ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านและกระแสสนับสนุน ผมจึงอยาก เตือนสติสังคมไทยให้เชื่อมั่นในอำนาจตุลาการศาลยุติธรรม ว่าจะสามารถยุติข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างเป็นธรรมได้ อีกทั้งอยากจะวิงวอนให้ทุกฝ่ายถอยกลับไปตั้งต้นตามครรลองของขบวนการศาลสถิตยุติธรรม
ไม่ใช่พอศาลตัดสินถูกต้องตรงใจก็ชื่นชมว่าตัดสินดี พอศาลตัดสินผิดไปจากที่คิดไว้ก็กล่าวหาว่าตราชั่งเอียง เพราะถูกแทรกแซง สถาบันตุลาการศาลยุติธรรมจะต้องถูกรักษาไว้ให้ลอยตัวพ้นจากกระแสของความขัดแย้ง เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันสถาบันต่างๆ นอกเหนือจากนี้ต่างอ่อนล้าแทบจะยืนทรงตัวอยู่ไม่ได้ เห็นได้ว่าในอดีตที่ผ่านมาอำนาจในการตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็น องค์กรอิสระ และบรรดาหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ รวมไปถึงข้าราชการประจำล้วนถูกครอบงำจากบรรดานักการเมืองและกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์
เมื่อเหตุเป็นเช่นนี้ ผลคือความแตกแยกของสังคมไทยที่ร้าว ลึก บนพื้นฐานของผลประโยชน์ที่ทับซ้อนหลายมิติ เมื่อต้นทางของกระบวนการยุติธรรมถูกครอบงำ ความเป็นจริงที่ถูกที่ต้องที่ควรกลับถูกเบี่ยงเบน จึงเกิดการพัฒนาขึ้นจนเป็นกระบวนการคอรัปชั่นทั้งระบบที่สลับซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาของบ้านเมืองโดยมิติเดียวได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้ผู้มีอำนาจทางการเมืองที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่ทับซ้อนในโครงสร้างของการเมืองแบบเก่าๆ ออกเสียก่อน เพื่อแก้เงื่อน ล้างปม ที่พันกันนัวเนียให้ได้ก่อน
จะเห็นได้ว่าในอดีตที่ผ่านมา นักการเมืองได้เข้าไปแทรกแซงแสวงหาผลประโยชน์จากทุกภาคส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งแฝงตัวในลักษณะ



