
เรื่องไม่จริง อย่าเชื่อ
ผมไปหาซื้อของใช้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง กดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย ช่วงเวลา 11.00 น. ยืนต่อคิวเป็นคนที่ 3 คนแรกเป็นผู้หญิงวัยกลางคน คนที่ 2 เป็นผู้ชายอายุประมาณ 40 ปี ผู้หญิงคนนั้นโวยวายว่า กดเงินแล้วนำเงินออกจากช่องรับเงินไม่ได้ เพราะปิดเร็ว
ปกติที่เคยกดเงินจากตู้เอทีเอ็มจะมีเวลาให้หยิบเงินออกก่อน ผู้หญิงคนนั้นก็มีอาการตกใจ วิ่งไปหาเจ้าหน้าที่ของห้างที่อยู่ทางด้านใน แต่ผู้ชายคนที่ 2 รอคิวต่อมาเข้าไปกดเงินต่อ และเงินออกตามปกติ
ตอนแรกผมก็คิดว่า ผู้หญิงคนที่ทำท่าทางตกใจ และพูดว่า เงินค้างอยู่ในตู้ สร้างเรื่องขึ้นมา เพราะคนที่กดเงินต่อก็กดเงินกันตามปกติ ผมยืนอยู่ด้านหลังเห็นว่า เครื่องปกติแล้วจึงเข้าไปกดเงินต่อ ถอนเงินจำนวน 15,000 บาท พอเงินออกมา ผมกำลังจะยื่นมือหยิบเงินจากช่องรับเงิน แต่ยังไม่ทันจะหยิบเงินออก ปรากฏว่าเครื่องปิดทันที ด้วยความตกใจผมเอามือออกทันที กลัวหนีบมือ
ผมตั้งสติได้ คิดว่า ผู้หญิงคนก่อนพูดนั้นเป็นความจริง แต่ทำไมผู้ชายคนที่กดเงินต่อจากผู้หญิง จึงหยิบเงินจากช่องรับเงินได้ปกติ หากผมไปตามหาพนักงานของห้าง เงินที่ค้างอยู่ข้างในเครื่อง 15,000 บาท คงถูกคนที่ต่อคิวอยู่ข้างหลังเอาเงินไปแน่ๆ พอผมหันไปข้างหลัง ก็พบว่าคนที่ต่อคิวข้างหลังผม เป็นผู้ชายวัยประมาณ 40 ปีอีกคน รอจะกดเงินต่อจากผม และทำท่าทางไม่รู้ไม่เห็นอะไร ผมจึงกดเงินอีกครั้ง คราวนี้กดแค่ 500 บาท เพื่อจะให้เครื่องเปิดออกและหยิบเงินที่ค้างอยู่อย่างรวดเร็ว หากหยิบออกไม่ทัน ผมก็ต้องเสียเงินอีก 500 บาท
ผมเตรียมลูกกุญแจรถยนต์รอไว้ เพื่อเสียบไม่ให้เครื่องปิด ทันทีที่ผมกดเงินออก เครื่องก็เปิดอย่างเร็ว ไม่ถึง 1 วินาที ยังดีที่ผมเตรียมลูกกุญแจรถยนต์เสียบไว้แต่เครื่องก็พยายามปิด จนเครื่องโชว์ที่หน้าจอว่า "OUT OF SERVICE" ผมรีบหยิบเงินออกมาได้ทั้งหมด 15,500 บาท ผมหันหลังไปดูคนที่อยู่ข้างหลัง ผู้ชายคนที่ยืนต่อท้ายไม่อยู่แล้ว
ผมเข้าใจได้ทันทีว่า นี่คือการปล้นรูปแบบใหม่ อยากเตือนเพื่อนทุกคน หากจะกดเงินระวังคนที่อยู่ข้างหน้า และข้างหลังด้วย หากเกิดปัญหา อย่าผละจากตู้เอทีเอ็ม ควรขอโทษคนข้างหลังว่า เครื่องมีปัญหา ขอติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อน หากไม่มีเจ้าหน้าที่ธนาคาร อย่างน้อยขอให้แจ้ง รปภ.ประจำห้างให้ช่วยมาเฝ้าดู
ชานนท์
ตอบ
ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ ดีรักษา ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสนับสนุนช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารกรุงไทย ชี้แจงว่า เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นการฟอร์เวิร์ดเมลส่งต่อๆ กันเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า พฤติกรรมดังกล่าวทำได้จริงหรือไม่ ทำให้ผู้ที่ได้รับเมลข้องใจ และวิตกกังวลในการใช้บริการกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มว่าจะไม่ปลอดภัย
ระหว่างที่เกิดเหตุการณ์นี้ ทางธนาคารได้รับฟอร์เวิร์ดเมลนี้เช่นกัน และทำการตรวจสอบไปยังสาขาของธนาคารทั่วประเทศ แต่ไม่พบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น
ขณะนี้เริ่มมีการส่งต่อเมลอีกแล้ว ล่าสุดเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทยตอบกลับเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบว่า หลักการทำงานของตู้เอทีเอ็มค่อนข้างละเอียดอ่อน ถ้าหยิบเงินออกจากช่องรับเงินไม่ทัน หรือหากมีเงินตกค้างอยู่ในเครื่อง หรือมีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ในช่องรับเงิน ตู้เอทีเอ็มจะปิดช่องรับเงินและจะงดให้บริการ (OUT OF SERVICE) ทันที ฉะนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ว่าเงินจะค้างอยู่ในตู้และสามารถกดเงินต่อได้อีก เพื่อนำเงินทั้งหมดออกมา
ผู้อำนวยการฝ่ายอวุโส ฝ่ายสนับสนุนช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ยืนยันว่า ตู้เอทีเอ็มมีระบบป้องกันเงินของลูกค้าเป็นอย่างดี จะทำงานปกติและจ่ายเงินให้เฉพาะลูกค้าของธนาคารที่นำบัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัสผ่านมาใช้บริการอย่างถูกต้องเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการยืนยันได้ว่าเป็นลูกค้าตัวจริง
ลุงแจ่ม



