
ร้อนระอุระวังอันตราย!6โรคระบาดคนระทม
โรคอุจจาระร่วงโรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์และโรคพิษสุนัขบ้า เป็น 6 โรคอันตรายในช่วงที่อุณหภูมิประเทศไทยทะลุเกินกว่า35 องศาเพราะเป็นสภาพอากาศที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตและแพร่ระบาดของเชื้อ ทว่า คนไทยกลับมองข้าม ไม่ให้ความสำคัญ อาจจะด้วยความเข
โดยตั้งแต่ต้นปีมีผู้ป่วยรวมทั้ง5 โรคยกเว้นโรคพิษสุนัขบ้า ประมาณเกือบ 2 แสนคนกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จึงออกประกาศเรื่อง การป้องกันโรคที่เกิดในฤดูร้อน เมื่อวันที่25 ก.พ. 2552 เพื่อแจ้งให้ประชาชนดูแลสุขภาพและระมัดระวังอันตรายจากโรคโดนระบุโรคที่ต้องเฝ้าระวังและจับตาเป็นพิเศษ 6 โรคได้แก่ 1.โรคอุจจาระร่วงเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และหนอนพยาธิ ติดต่อโดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน จะทำให้เกิดอาการถ่ายอุจจาระเหลว ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวันหรือถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกปนเลือดเพียง 1 ครั้งและอาจจะมีอาเจียน
2.โรคอาหารเป็นพิษเกิดจากพิษของเชื้อแบคทีเรีย เช่น ซาลโมเนลล่า เชื้อรา เห็ด หรือสารเคมี สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ มักพบในอาหารปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น เนื้อไก่ หมู วัว และไข่เป็ด ไขไก่ รวมทั้งอาหารกระป๋อง อาหารทะเล และน้ำนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ และอาจพบในอาหารที่ทำทิ้งไว้นานๆ ไม่ได้แช่เย็น หรืออุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน
อาการสำคัญคือ มีไข้ ปวดท้อง ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง ถ้าถ่ายมากจะเกิดอาการขาดน้ำและเกลือแร่ อาจมีการติดเชื้อและเกิดการอักเสบที่อวัยวะต่าง และเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสโลหิต อาจทำให้เสียชีวิตได้ ๆ ซึ่งในรอบ2 เดือนนี้พบป่วยแล้ว16,206 รายเสียชีวิต 5 รายพบมากที่สุดในภาคอีสาน
3.โรคบิดเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรืออมีบา ติดต่อจากการรับประทานอาหารผักดิบ น้ำดื่มที่มีเชื้อ อาการจะมีการถ่ายอุจจาระบ่อย อาจจาระมีมูกหรือมูกปนเลือด มีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่งร่วมด้วย และอาจเป็นโรคแบบเรื้อรัง 4.อหิวาตกโรคเป็นเชื้อแบคทีเรีย ติดต่อจากการรับประทานอาหารหรือน้ำ จนทำให้ถ่ายเป็นน้ำคราวละมากๆ ไม่มีอาการปวดท้อง อาเจียน ขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะช็อค หมดสติ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงแก่ความตายอย่างรวดเร็ว
5.ไทฟอยต์ไข้รากสาดน้อยอาการจะมีไข้ ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร อาจท้องผูกหรือท้องเสีย เกิดจากเชื้อทัยฟอยด์ ซึ่งโรคทั้งหมดที่เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ สามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารและดื่มน้ำที่สะอาด ไม่รับประทานอาหารปรุงสุกๆดิบๆ แมลงวันตอม หรืออาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านานๆ และ6.โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อไวรัส ติดต่อจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัด ข่วน หรือสัตว์เลียบริเวณที่มีแผลลอยข่วง หรือน้ำลายสัตว์เข้าตา ปาก จมูก สัตว์ที่นำโรค อาทิ สุนัข แมว หมู ม้า วัว ควาย ลิง ชะนี และกระรอก เป็นต้น จะมีอาการปรากฏหลังได้รับเชื้อ 15-60 วันหรือเป็นปี โรคนี้ยังไม่มียารักษาผู้ป่วยต้องเสียชีวิตทุกราย
ผู้ได้รับเชื้อจะมีอาการเริ่มด้วยปวดศรีษะมีไข้ต่ำๆ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว เบื่ออาหาร คันบริเวณบาดแผลที่ถูกกัดทั้งที่แผลหายสนิทแล้วต้องเกาจนเลือดออก น้ำลายฟูมปาก บ้วนน้ำลายบ่อย กระวนกระวาย ใจคอหงุดหงิด หายใจเร็ว ตกใจง่าย เป็นอัมพาตหมดสติและเสียชีวิตภายใน 2-7 วันนับแต่เริ่มมีอาการ วิธีการป้องกันควรนนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนปีละครั้ง เมื่อถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด ให้รีบล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลายๆครั้ง แล้วใส่สารละลายไอโอดีนที่ไม่มีแอลกอฮอล์ หรือยารักษาแผลสด รีบไปพบแพทย์ที่ใกล้ที่สุด และควรกักขังสัตว์ที่กัดไว้เพื่อดูอาการ อย่างน้อย 10 วัน
นอกจากนี้ยังมีโรคหน้าร้อนที่ควรระวังเพิ่มเติมจากประกาศของกรมควบคุมโรคคือ โรคลมแดด หรือทางการแพทย์เรียกว่า ฮีทสโตรก (Heat stroke) เป็นอีกโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงหน้าร้อนเกิดจากการได้รับความร้อนเป็นเวลานาน ทำให้สมองไม่ทำงาน จึงไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆและระดับความร้อนภายในร่างกายได้ มักเกิดในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด ข้อมูลในประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ ปีละประมาณ 400 คนแต่ประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้ป่วย 2 ราย
ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูงที่ต้องกินยาควบคุมความดัน ซึ่งมีโอกาสเกิดความผิดปกติของระดับเกลือแร่ได้เร็วกว่าผู้อื่น ผู้ที่เป็นโรคอ้วน หรือผู้ที่อดนอน ร่างกายจะตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ และผู้ที่ดื่มเหล้าหรือเบียร์ จะมีผลทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่สูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม
อาการสำคัญของโรคตัวจะร้อนจัด เพ้อ หรือหมดสติ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันเลือดลดลง ช็อก โดยผิวหนังจะแห้งและร้อน ไม่มีเหงื่อออก ผู้ที่เป็นจะกระหายน้ำมาก ระดับความรู้สึกตัวลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว กระสับกระส่าย เอะอะ ก้าวร้าว เกร็ง ชัก หมดสติ ต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วน เนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิต 17-70 % แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการดื่มน้ำสะอาดให้มากๆวันละ 2 ลิตรและหากทำงานในที่ร่ม ควรดื่มให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
ไม่เพียงแต่อันตรายจากโรคเท่านั้นในช่วงหน้าร้อนพ่อแม่ผู้ปกครองควรระวังในเรื่องของเด็กจมน้ำด้วย โดยแต่ละปีจะมีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิตจากการจมน้ำเฉลี่ยวันละ 4 คนโดยเฉพาะเด็กเล็กวัย 1-4 ขวบไม่ควรปล่อยให้คลาดสายตา เพราะสามารถจมน้ำที่มีระดับเพียง 1-2 นิ้วเช่น ในกะละมังและอ่างน้ำในบ้าน เนื่องจากช่วยเหลือตนเองไม่เป็น อาจทำให้เด็กตายได้
พวงชมพู ประเสริฐ



