ไลฟ์สไตล์

จิบชาผู้ดีอย่างมีศิลป์

จิบชาผู้ดีอย่างมีศิลป์

12 ต.ค. 2554

ว่ากันว่าศิลปะการดื่มด่ำน้ำชาอย่างหรู และมีศิลปะ ไม่มีชาติไหนเกินเมืองผู้ดี

      ว่ากันว่าศิลปะการดื่มด่ำน้ำชาอย่างหรู และมีศิลปะ ไม่มีชาติไหนเกินเมืองผู้ดี แม้ตามประวัติศาสตร์ “ชา” จะไม่ได้กำเนิด ณ เกาะแห่งนี้ก็ตาม นั่นเองหากมีโอกาสได้นั่งจิบชาสไตล์อังกฤษจึงขึ้นชื่อว่าเป็นผู้มีรสนิยมอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาให้ห้างชิคๆ อย่าง สยามดิสคัฟเวอรี่ จับมือชาฉบับผู้ดี “ทไวนิ่งส์ (Twinnjngs)” จัดงาน “สยามดิสคัฟเวอรี่ เลิฟวิ่ง ที อิน เลิฟลี่ ไทม์” ในแนวคิด “อาฟเตอร์ ที” ชวนเหล่าคนดังมาจัดโต๊ะชายามบ่ายระดับไฮคลาสอย่างมีศิลปะ พร้อมโชว์ให้ผู้พิสมัยการดื่ม (ชา) ได้ยล บริเวณแกรนด์ ฮอลล์ ชั้น 1 สยามดิสคัฟเวอรี่

      งานจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ทว่าบรรยากาศก็คึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน โดยไฮไลท์ที่สะกดทุกสายตานอกเหนือจากกรุ่นกลิ่นชาหอมๆ ภายในงานที่โชยมาเตะจมูกเป็นระยะๆ นั่นคือ ไอเดียเก๋ๆ ที่เซเลบริตี้แต่ละคนเค้นออกมา อย่างโต๊ะชายามบ่ายของมืออีเวนท์คนดัง “ตือ”สมบัษร ถิระสาโรช กับคอนเซ็ปต์ “มัลติ คัลเจอรัล ที เทเบิล” ด้วยการนำศิลปวัฒนธรรมของหลายๆ ชาติไม่ว่าจะเป็น จีน อังกฤษ อาหรับ หรืออเมริกัน มาผสมผสานอย่างลงตัวกลายเป็นสไตล์ของเขาที่เป็นคนมีหลายบุคลิก ซึ่งของที่ขนมาจัดแต่งล้วนเป็นของรักของหวงทั้งสิ้น โดยเฉพาะถ้วยชาศิลปะแบบจีนที่ถืออยู่ในมือนั้นใช้ชงดื่มทุกวัน

      ตีคู่กันมาชนิดไม่ให้น้อยหน้ากัน กับผลงานสนุกๆ ของสาวไร้ความเครียด “แหน” นันทวัน แสงธรรมกิจกุล  ที่เธอตั้งชื่อว่า “แฮปปี้ ไทม์” ตามคอนเซ็ปต์โดยแท้ เพราะสะดุดตาตั้งแต่ผ้าปูโต๊ะที่เล่นสีสันเกิดจากการปะติดปะต่อเศษผ้าต่างลายเข้ากัน ฟ้องว่าอยากให้เป็นโต๊ะจิบชายามบ่ายที่เป็นกันเองสบายๆ แถมบนโต๊ะยังมีเกมสนุกๆ ให้เล่นแก้เซ็ง ที่สำคัญไม่ตีกรอบว่ามาพบปะกันแล้วต้องจิบแต่ชา ใครใคร่กระดกแชมเปญชั้นดีก็มีให้เหมือนกัน เช่นเดียวกับคอชาอย่าง “แจ๊ส” พณิชนาฏ แย้มเพกา กับโต๊ะชาที่จุดประกายให้เกิดแรงบันดาลใจในการคิดงาน “แวร์ ดิ อินสไปเรชั่น บีกิน” ด้วยเจ้าตัวทำงานด้านสิ่งพิมพ์จึงอยากหามุมสงบไว้พักสมอง ดังนั้นโต๊ะชาของเธอจึงค่อนข้างมีอิสระ โดดเด่นด้วยถ้วยชาสีทองบนผ้าปูสีดำสื่อถึงความหรูหรา สูงค่า และมีขนมหลากชนิดให้รับประทานคู่ชาอุ่นๆ

      ขณะที่นักชิมตัวยงอย่าง “คุณอิ๊ง” ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ มาในแนวคิด “มื้อนำชายามบ่าย สไตล์ผู้ดีอังกฤษ” โดยเน้นถึงวิธีการชงชาที่ต้องต้มน้ำให้เดือดด้วยอุณหภูมิ 100 องศาฯ ใส่ชาไว้ 3 นาทีจึงจะได้รสและกลิ่นชวนดื่ม และถ้าจะให้ครบถ้วนต้องมีขนมอร่อยแบบผู้ดีอย่าง “สโคน” ที่ทำจากนมสดทาแยมกลิ่นกุหลาบแสนนุ่มชุดเล็กๆ      

      แค่นี้ชายามบ่ายก็เต็มไปด้วยรสชาติและความสุข เอาเป็นว่าใครอยากหาแรงบันดาลใจไว้ไปจัดโต๊ะชาที่บ้านก็เชิญได้งานจะจัดไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคมนี้นะจ๊ะ